เปิดใจ “ครูอ้อ” ปัดร่วมฆ่าน้องนาวา 10 เดือน โยนผิดพี่เลี้ยงทำ – แม่ไม่เชื่อ ขอเจอในศาล (คลิป)

กรณีการเสียชีวิตปริศนาของน้องนาวา เด็กวัย 10 เดือน ภายในเนอสเซอรี่ย่านแพรกษา จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.61 ที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมาเจ้าของเนอสเซอรี่ยังไม่ได้ชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตอย่างชัดเจน โดยบอกเพียงว่าเด็กเอาผ้าห่มปิดจมูกขาดอากาศหายใจตายเอง

น้องนาวา วัย 10 เดือน ขณะยังมีชีวิตอยู่

ความคืบหน้าวันนี้ (8 มิ.ย.) นางกมลวรรณ จีนจะโปะ หรือ ครูอ้อ เจ้าของเนอสเซอรี่บ้านครูอ้อ เปิดเผยถึงกรณีการเสียชีวิตของน้องนาวา โดยกล่าวว่า วันเกิดเหตุ แม่ของน้องนาวาได้นำลูกมาส่งที่สถานเลี้ยงเด็กตอน 07.00 น. ซึ่งนางอัมพร ดาวเรรัมย์ หรือครูไอซ์ได้อุ้มน้องนาวาและดูแลน้องอย่างใกล้ชิด ส่วนครูอ้อได้ไปสอนหนังสือให้เด็กคนอื่นๆ จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น . ซึ่งเป็นช่วงส่งเด็กเข้านอนและเตรียมแจกนม ตอนนั้นตนก็เห็นครูไอซ์ยังคงดูแลอยู่ใกล้ชิดกับน้องนาวาอยู่ ตนจึงออกไปซักผ้าตามปกติ

น้องนาวา วัย 10 เดือน ขณะนอนหลับ

จากนั้นเมื่อช่วงใกล้เที่ยง ครูไอซ์ก็เรียกให้ตนไปดูน้องนาวา เพราะน้องไม่มีสติ ลมหายใจไม่มีแล้ว ตนก็วิ่งด้วยความตกใจเข้าไปดูแล้วใช้มืออังน้องและอังบริเวณจมูก ก็พบว่าน้องเสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งตนแทบจะล้มไปทั้งยืน ตนยอมรับว่าตอนนั้นทั้งรู้สึกตกใจและทำอะไรไม่ถูก ครูไอซ์ก็พยายามถามตนว่าจะทำอย่างไร ตนก็ตอบไปว่า “ติดคุกๆๆ” ตลอดเวลา เพราะตนรู้สึกตกใจ กลัวตัวเองจะติดคุก และด้วยสติที่มีอยู่ตอนนั้น ตนรับรู้เพียงว่าหากใครทำผิดก็จะต้องติดคุก

นางกมลวรรณ จีนจะโปะ หรือ ครูอ้อ เจ้าของเนอสเซอรี่บ้านครูอ้อ

จากนั้นครูไอซ์จึงตัดสินใจว่าให้โทรศัพท์บอกผู้ปกครองเด็กที่เหลืออยู่ให้มารับกลับบ้าน เมื่อเด็กที่เหลือกลับบ้านไป ตอนนั้นตนก็พยายามคุยกับครูไอซ์ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะพ่อแม่น้องไว้ใจเอาลูกเขามาฝาก แต่มาทำให้ลูกเขาเป็นแบบนี้ จนกระทั่งช่วงเวลา 13.20 น. จึงตัดสินโทรบอกแม่น้องนาวาให้มารับน้อง ซึ่งขณะโทรไปครูไอซ์ยังไม่กล้าบอกกับคุณแม่ว่าน้องเสียชีวิตแล้ว จนตนเองตัดสินใจบอกคุณแม่ไปว่า น้องไม่มีลมหายใจแล้ว คุณแม่ก็ร้องไห้ ตนเองก็ร้องไห้เช่นเดียวกัน

ครูอ้อ กล่าวต่อว่า ตอนนั้นคุณแม่กำลังติดธุระจึงให้คุณพ่อมาที่เนอสเซอรี่แทน ซึ่งตนได้แจ้งให้คุณพ่อพาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาด้วย แต่คุณพ่อไม่ได้พามา ตนจึงแจ้งตำรวจเองว่าให้เข้ามาดูจุดเกิดเหตุ ต่อมาคุณพ่อก็พยายามถามตนว่าใครอยู่กับลูก ซึ่งตนเองก็ได้ตอบไปแล้วว่าครูไอซ์ คุณพ่อก็พยายามถามครูไอซ์ว่าทำอะไรลูกผม แต่ครูไอซ์ก็ตอบปฏิเสธ ส่งผลให้คุณพ่อและแม่น้องนาวาทั้งเสียใจและโกรธ

ไอซ์ ครูเลี้ยงเด็กในเนอสเซอรี่ ผู้ก่อเหตุทำน้องนาวาเสียชีวิต

ครูอ้อ ระบุด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้ครูไอซ์ยอมรับว่าตนเองเป็นคนก่อเหตุ เนื่องจากผลทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาแล้วว่าน้องเสียชีวิตจากเหตุสมองขาดอากาศหายใจ ซีกโครงซีกที่ 2 และ 4 แตก, ม้ามแตก ทำให้เป็นหลักฐานมัดตัว เพราะเขาอยู่กับน้องและใกล้ชิดที่สุด ซึ่งทำให้ครูไอซ์ยอมรับผิดกับตนว่าก่อเหตุเอง

แม้ที่ผ่านมาตนเองพยายามสอบถามกับครูไอซ์ว่าได้ก่อเหตุกับน้องนาวาหรือไม่ แต่ครูไอซ์ก็พยายามปฏิเสธมาโดยตลอด พร้อมอ้างว่าเขาจะก่อเหตุทำให้ตนเองมาติดคุกทำไม ตนจึงเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ใจ อีกทั้งตนเห็นว่าตลอด 5 ปีที่ทำงานด้วยกันมา ครูไอซ์เป็นคนที่มีเมตตาต่อเด็ก และแสดงออกว่าเป็นคนรักเด็กโดยไม่เสแสร้ง ลูกศิษย์หลายคนจึงรักเขามาก ส่วนแรงจูงใจที่เขาก่อเหตุกับน้องนาวา ตนก็ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใด เพราะเขาขอไปให้การในชั้นศาล

ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมาตนคิดว่าน้องอาจจะเสียชีวิตจากการที่น้องป่วย เพราะมีอาการน้ำมูกไอก่อนที่จะเข้ามารับเลี้ยงในเนอสเซอรี่ จึงพยายามปฏิเสธว่าตนและครูไอซ์ไม่ได้ก่อเหตุ ส่วนที่ตนไม่อยากจะออกมาให้สัมภาษณ์สื่อเพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย และอาจทำให้เป็นการเติมเชื้อไฟให้กัน ตนจึงขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

นอกจากนี้ ครูอ้อยังกราบขอโทษไปยังครอบครัวของน้องนาวา กราบขอโทษสื่อและสังคมที่ตลอดเวลาตนยืนยันว่าครูไอซ์เป็นคนดี เพราะท้ายที่สุดแล้วตนมารู้ภายหลังว่าครูไอซ์เป็นคนกระทำเอง ตนโง่เองที่มองคนไม่ขาด และเชื่อใจคนง่ายเกินไป จึงทำให้เกิดการสูญเสีย ทั้งที่ตนไม่อยากให้มันเกิดขึ้น หลังจากนี้ตนไม่คิดว่าจะกลับมาเปิดเนอสเซอรี่แล้ว เพราะมันเป็นแผลที่ติดในใจตนไปจนชั่วชีวิต

นางสาววราลี เสริมจันทร์ แม่น้องนาวา

ขณะที่ นางสาววราลี เสริมจันทร์ อายุ 34 ปี แม่น้องนาวา  เปิดเผยว่า ตนเองได้เห็นข่าวแล้วและไม่เชื่อว่าเขาไม่ได้ร่วมก่อเหตุ ตนเองก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมเขาจึงออกมาพูดตอนนี้ หรือเพราะหลักฐานมันออกมามัดตัว ตนคิดว่าที่ครูอ้อออกมาให้สัมภาษณ์ตอนนี้มันเหมือนการแสดง ตนเชื่อว่าครูอ้อมีส่วนในการตายของน้องนาวา และตอนนี้ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับลูกตน

ส่วนที่ครูอ้ออ้างว่าครูไอซ์อยู่กับน้องเป็นคนสุดท้ายนั้น ตนเองก็ไม่เชื่อตั้งแต่วันแรกที่เขาบอก เพราะสภาพศพของลูกที่ตนเห็นจนถึงวันลอยอังคาร ตนก็ยังมั่นใจว่าเขาก่อเหตุร่วมกันทั้งสองคน ต่อให้ตอนนี้เขาออกมาให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ตนก็จะไม่เชื่อ ถ้าหากศาลตัดสินให้มีบทลงโทษครูไอซ์เพียงคนเดียว ตนก็จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด ให้ทั้งสองคนได้รับผลกรรมที่เขาก่อ คนผิดจะต้องเป็นเขา

ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนจะไม่มีทางอโหสิกรรมให้กับทั้งสองคน ไม่ต้องมาอยากเจอตน ถ้าอยากเจอให้ไปคุยกันที่ศาลเท่านั้น และทั้งสองคนต้องได้รับโทษ เพราะเด็กตัวเท่านี้เขาทำได้อย่างไร ลูกตนแค่ 10 เดือน คนที่ทำแบบนี้ได้ จิตใจต้องไม่ใช่คน

keyboard_arrow_up