ยังไม่หมด! พบอีก 30 วัด เหนือ-กลาง เข้าข่ายทุจริตเงินทอนวัด

เจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เผยข้อมูลพบอีก 30 วัด ที่เข้าข่ายทุจริตเงินทอนวัด โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ-กลาง ซึ่งยังพบเป็นผู้ต้องหากลุ่มเดิมที่กระทำความผิด

ความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุน ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือพศ. ล็อต 4 พล.ต.ต. กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เปิดเผยว่า ผู้กำกับการทั้ง 6 กองกำกับการของปปป. พร้อมชุดปฏิบัติ การ อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบการอนุมัติงบประมาณจาก พศ.ไปยังวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ยังไม่มีการตรวจสอบในล็อต 1, 2 และ 3 โดยเน้นตรวจสอบวัดที่ได้รับงบประมาณ เกิน 1 ล้าน บาท หากพบความผิดชัดเจนจะประสานงานไปยัง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการพศ. ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ซึ่งทางปปป. กับพศ. มีประชุมวางแนวทางการดำเนินคดีการทุจริตเงินทอนวัดเป็นประจำทุกเดือน

พล.ต.ต. กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนปปป. พบความเชื่อมโยง ของขบวนการทุจริตที่ขยายไปยังหลายวัด จึงเพิ่มเป้าหมายในการตรวจสอบกว่า 100 วัด และพบว่า มีการทุจริตในรูปแบบเงินทอนวัดแล้วเพิ่มเติม ประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง เป็นผู้ต้องหากลุ่มเดิมที่กระทำความผิด ส่วนในพื้นที่ภาคใต้พบความผิดไม่มากนัก แต่ พบเจ้าหน้าที่พศ. รายใหม่ ที่ร่วมทุจริตเงินทอนวัดในล็อต 4 ด้วย รวมถึงวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ที่พบความผิดปกติเพิ่มเติม ในส่วนของงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์จากเดิม ที่พบว่ามีทุจริต งบประมาณโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม

 สำหรับรูปแบบการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 4 คล้าย กับล็อต1, 2 และ 3 คือมีเจ้าหน้าที่พศ. และพระชั้นผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลางในการทุจริต กระจายงบประมาณ ขอนำเงินผ่านบัญชีแต่ละวัด จากนั้นเรียกเงินทอนคืน แต่การทุจริตในล็อตที่ 4 มี รูปแบบพิเศษขึ้น คือพบความผิดส่วนตัวของพระบางรูปชัดเจน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ในส่วนของพระครูกิตติพัชรคุณเจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเงินทอนวัดล็อต 1 นั้น ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ามีการกระทำความผิดในรูปแบบเดียวกันกับเงินทอนวัดล็อต 4 ของปปป. คือติดต่อวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อขอนำเงินผ่านบัญชีมากว่า 10 วัด จากนั้นนำเงินทั้งหมดโอนกลับมาบัญชีตนเอง

สำหรับคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ที่ป.ป.ช.ตีสำนวนกลับ มาให้ปปป. ดำเนินคดีต่อนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ สอบสวนเพิ่มเติมโดยปปป. เตรียมขออายัดตัว พระ 4 รูปที่ถูกคุมขังจากคดีฟอกเงินของกองปราบปราม ประกอบด้วยอดีตพระพรหมสิทธิเจ้าอาวาสวัด สระเกศ อดีตพระราชอุปเสนาภรณ์หรือพระสังคม สังฆะพัฒน์พระวิจิตธรรมภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ส่วนอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ที่อยู่ระหว่างหลบหนีตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกเช่นกัน

keyboard_arrow_up