แม่ตำรวจร่ำไห้ ลูกล่าคนร้ายถูกชนตาย เผยมีลางได้ยินเสียงเรียกหน้าบ้าน (คลิป)

จากกรณี ด.ต.เอนก นันทิวัฒ และส.ต.ท.อดิศร อันทราศรี ผบ.หมู่ (ป.) สน.คันนายาว ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกปฏิบัติหน้าที่ไล่ล่ารถจักรยานยนต์ต้องสงสัย แต่เกิดประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง ขณะผู้ต้องสงสัยขับรถจักรยานยนต์ผ่าไฟแดงหลบหนี ส่งผลให้ ด.ต.เอนก ขาข้างขวาหัก ส่วนส.ต.ท.อดิศร เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

วันนี้ (7 มิ.ย. 61) ที่โรงพยาบาลตำรวจ ด.ต.เอนก นันทิวัฒ ผบ.หมู่ (ป.) สน.คันนายาว ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 22.00 ตนและส.ต.ท.อดิศร ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกปฏิบัติหน้าที่ป้องกันเหตุและค้นหาสารเสพติด ขณะนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องสงสัยขับขี่มา โดยมีท่าทีมีพิรุธคล้ายกับมีอาวุธปืนหรือสารเสพติด จึงขอเรียกตรวจค้น แต่รถจักรยานยนต์ต้องสงสัยกลับขับขี่หลบหนี ทำให้ตนและส.ต.ท.อดิศรที่นั่งซ้อนท้ายรถมาตัดสินใจขับขี่ตาม

ด.ต.เอนก นันทิวัฒ ผบ.หมู่ (ป.) สน.คันนายาว

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุบริเวณสี่แยกคลองสาม ตนไม่ทันได้สังเกตสัญญาณไฟจราจร เนื่องจากกำลังขับขี่ไล่ล่ารถต้องสงสัยอย่างกระชั้นชิด ทำให้ขับชนท้ายรถกระบะ จากนั้น ส.ต.ท.อดิศร ผู้ซ้อนท้ายรถได้กระเด็นตกรถไป ส่งผลให้บาดเจ็บอาการสาหัส ไม่สามารถตอบโต้ได้ ส่วนตนหักหลบรถกระบะทำให้เสียหลักรถจักรยานยนต์ล้มทับที่บริเวณขา ส่งผลให้เวลาต่อมาขาข้างขวาของตนหักในท่อนบริเวณน่องจนถึงหัวเข่า ซึ่งแพทย์จะผ่าตัดและใส่เหล็กดามให้ในวันอังคารหน้า

อย่างไรก็ตาม บริเวณจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับจุดจอดรถของมูลนิธิร่วมกตัญญู จึงเร่งช่วยเหลือตนและเพื่อนนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งตนมาทราบภายหลังว่า ส.ต.ท.อดิศร เสียชีวิตเมื่อวานนี้ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ซึ่งตนก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก และเสียใจกับทางครอบครัวด้วย ที่ผ่านมาตนกับส.ต.ท.อดิศรได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันมานานถึง 4 ปี ตนยอมรับว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บางครั้งก็ต้องพบความเสี่ยง แต่หากตนหายเป็นปกติและกลับไปเดินได้ ก็ยังจะเลือกกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งข้าราชการตำรวจเช่นเดิม

ส.ต.ท.อดิศร อันทราศรี ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.คันนายาว ผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ที่วัดคู้บอน สถานที่ตั้งงานสวดอภิธรรมศพของ ส.ต.ท.อดิศร อันทราศรี ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.คันนายาว โดยในพิธีรดน้ำศพได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว เดินทางมาร่วมในพิธีรดน้ำศพในครั้งนี้ด้วย โดยภายหลังจากสวดอภิธรรมในคืนนี้ ครอบครัวก็จะเคลื่อนย้ายศพไปบำเพ็ญกุศลต่อที่วัดพวงมณีวรรณ ต.หนองกรุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านเกิด

ตำรวจมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต

โดยพล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสวัสดิการและเงินสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัวของส.ต.ท.อดิสร ได้มอบให้เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท รวมถึงบำเหน็จชั้นยศจากการปฏิบัติหน้าที่เลื่อนเป็น 4 ขั้น 3 ชั้นยศ หรือในตำแหน่งนายดาบตำรวจ

พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2

สำหรับความคืบหน้าคดีที่ผู้ต้องสงสัยหลบหนีจนทำให้ ส.ต.ท.อดิสร ประสบอุบัติเหตุนั้น ตอนนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และชุดสืบสวน สน.คันนายาว ช่วยกันติดตามตัวผู้หลบหนีมาดำเนินคดี ซึ่งจะต้องรอผลการพิสูจน์ทราบและกำลังเร่งรัดติดตามให้เร็วที่สุด เบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าเป็นคนในพื้นที่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายจะได้รับการกำชับขณะปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง แต่เหตุการณ์นี้เป็นเหตุกะทันหันที่มีการเร่งรัดติดตามอย่างกระชั้นชิด เพราะหากไม่เร่งรัดติดตาม คนร้ายอาจหลบหนีไปได้ ซึ่งสัญชาตญาณของตำรวจจึงต้องไล่ติดตามและปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ทำให้ลืมไปว่าจุดเกิดเหตุตรงนั้นเป็นทางสี่แยก ส่งผลให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น โดยเบื้องต้นผู้บังคับบัญชาได้เยียวยาช่วยเหลือครอบครัว ส.ต.ท.อดิสร และให้คำแนะนำด้านสิทธิประโยชน์ที่สมควรจะได้รับ

นางไพจิตร อันทราศรี มารดาของ ส.ต.ท.อดิศร

ด้าน นางไพจิตร อันทรา มารดาของ ส.ต.ท.อดิศร กล่าวทั้งน้ำตาว่า ลูกชายมารับข้าราชการตำรวจจนอายุงานได้ 5 ปีแล้ว โดยปฏิบัติหน้าที่ที่สน.คันนายาวเป็นที่แรก ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการทำงาน ลูกชายเป็นคนที่นิสัยดี เป็นที่รักของเพื่อนๆ และไม่เคยมีปัญหากับใคร นอกจากนี้ ลูกชายยังมีความใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งใช้ความสามารถจนสามารถบรรจุได้ และตั้งแต่ลูกชายบรรจุเป็นข้าราชตำรวจ สิ่งที่ตนไม่อยากให้เกิดขึ้นคือการได้รับโทรศัพท์มาแจ้งข่าวร้ายของลูกชาย

แล้ววันที่ตนกลัวก็มาถึง คือวันที่ลูกแม่ได้จากไปแล้ว มีเจ้าหน้าที่โทรมาบอกว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาล ตอนแรกตนคิดว่ามีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย จึงรีบเดินทางมาที่รพ. โดยพบว่าอาการค่อนข้างสาหัส

ทั้งนี้ คืนก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิต มีลางบอกเหตุเมื่อตนได้ยินเสียงลูกชายมาเรียก “แม่” ที่หน้าบ้าน ตนก็คิดว่าลูกกลับมาหา แต่พอตนเปิดประตูออกไปก็ไม่เจอใคร ซึ่งเสียงที่ได้ยิน ตนค่อนข้างมั่นใจว่าคือเสียงลูก อย่างไรก็ตาม แม้ลูกชายจะจากไป แต่ตนเองก็รู้สึกภาคภูมิใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของลูก อีกทั้งข้าราชการตำรวจทุกนายให้ความรัก และดูแลในเรื่องการจัดงานศพ ทำให้เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวที่ได้รับการดูแลจากผู้บังคับบัญชาของลูกทุกนาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คันนายาว ก็ได้ช่วยดูแลเรื่องเงินค่าดำเนินการต่างๆ ให้

นางไพจิตร ยังกล่าวด้วยว่า ส.ต.ท.อดิศรเป็นเสาหลักของครอบครัว ซึ่งแม้เขาจากไปแล้ว แต่ครอบครัวก็ต้องอยู่ให้ได้ ตนยังมีลูกอีกคนและหลานที่ต้องเลี้ยงดู อย่างไรตนก็จะต้องเข้มแข็งและสู้เหมือนอย่างที่เขาสู้มาตลอด

keyboard_arrow_up