ก๊วนอุ้ม “กิ๊ฟ” รุมโทรม ทำใจรับกรรม ญาติร่ำไห้ไม่กล้าเยี่ยม – เพื่อนยันคนดี ผู้เสียสละ (คลิป)

จากกรณีคดีการเสียชีวิตของ น.ส.อุมาพร หอยสังข์ หรือ กิ๊ฟ วัย 21 ปี ซึ่งกล้องวงจรปิดสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ใน จ.จันทบุรี สามารถจับภาพกลุ่มผู้ก่อเหตุอุ้มตัวน.ส.กิ๊ฟออกไปในสภาพหมดสติ นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ต่อมามีข้อมูลว่า ตำรวจ สภ.มะขามเตรียมที่จะออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย โดยทราบชื่อ คือ นายข้าว (นามสมมติ) และชายอีกราย ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนในชุมชนเดียวกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะผู้ต้องหาอุ้มกิ๊ฟออกจากผับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (5 มิ.ย. 61) น.ส.แอร์ เพื่อนรุ่นพี่ของกิ๊ปที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงด้วยกันในคืนเกิดเหตุ ยอมรับว่า ตัวเองเคยได้รับข้อมูลว่ากิ๊ฟอาจจะโดนวางยาสลบช้างและนำไปพูดต่อกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งจริง (อ่าน: “แอร์” รับพูดจริง “กิ๊ฟ” โดนยาสลบช้าง หลังแชทลับโผล่ – หมอชี้อันตราย มอมคนได้)

นางแตงอ่อน คีรี ยายของน้องกิ๊ฟ

ล่าสุดวันนี้ (6 มิ.ย. 61) นางแตงอ่อน คีรี ยายของน้องกิ๊ฟ เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องยาสลบตนเองยังไม่รู้รายละเอียด ยังพูดอะไรไม่ได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน รวมถึงต้องผลตรวจชันสูตรศพ พร้อมบอกอีกว่า ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงไม่รู้ว่าหลานโดนมอมยาสลบ จริงหรือไม่ แต่ตนสันนิฐานว่า หลานสาวถูกมอมยาสลบ แต่จะจริงหรือไม่นั้น อยู่ที่ผลตรวจชันสูตร ซึ่งต้องรอผลตรวจอีก 15 วัน ยืนยันว่า ยังไม่นำศพน้องกิ๊ฟมาทำพิธี โดยจะรอให้จบคดีเสียก่อน ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อ ก็แล้วแต่ทนายความ

นายข้าว และนายแต๋ม ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของกิ๊ฟ

ด้าน น.ส.มิ้น (นามสมมติ) เพื่อนสนิทนายปฐวีย์ บุญธรรม หรือ ทีม หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับทีมมาตั้งแต่สมัยอนุบาล เป็นเพื่อนเรียนด้วยกันมา ซึ่งยืนยันว่าเพื่อนไม่มีพฤติกรรมโหดร้ายอย่างที่เป็นข่าว โดยผับที่เกิดเหตุ ตนก็เคยไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มนี้อยู่บ่อยครั้ง โดยทีมเป็นคนที่สุภาพ ปกป้องผู้หญิง อย่างเวลาที่ตนไปเที่ยวด้วย ไม่เคยแม้แต่ลวนลามตน หรือใครจะมาลวนลามก็ไม่ได้ ทีมเป็นคนเสียสละเพื่อเพื่อนได้ ตนจึงมองว่าทีมไม่น่าไปก่อเหตุได้ โดยเฉพาะทีมซึ่งตนสนิทด้วยที่สุด ทุกวันนี้ตนยังแทบไม่เชื่อว่าทีมจะก่อเหตุ

น.ส.มิ้น (นามสมมติ) เพื่อนสนิทนายปฐวีย์ บุญธรรม หรือ ทีม หนึ่งในผู้ต้องหา

ส่วนตัวก็ภาวนาขอให้ความจริงออกมา ตอนนี้ตนก็พูดอะไรมากไม่ได้ แต่สงสารครอบครัวของกลุ่มผู้ต้องหา ที่ตอนนี้สังคมมองเป็นคนไม่ดีไปแล้ว บางครั้งโซเชียลไปขุดเอารูปครอบครัว หรือลูกของผู้ต้องหาออกมาโพสต์ต่อว่า ตนมองว่ามันไม่เกี่ยวกัน อยากให้สังคมแยกแยะและเสพข่าวอย่างมีสติ

ทั้งนี้ ส่วนดีของผู้ต้องหาก็มี แต่อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรที่พวกเขาไม่ผิดก็ไม่อยากให้ไปต่อว่า ซึ่งหลังตนทราบข่าว ตนเองได้ทักแชทเฟซบุ๊กไปสอบถามทีมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งทีมบอกเพียงว่ายังไม่พร้อมที่จะพูดอะไร

นอกจากนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี โดยบ้านหลังหนึ่งถูกระบุว่าเป็นบ้านของนายข้าว ด้านหน้าเป็นสวนทุเรียน มีบ้านพักอยู่ภายใน พบมีชายหญิงกำลังขับรถกระบะออกจากบ้าน โดยเปิดกระจกพูดคุยกับทีมข่าวเพียงสั้นๆ ว่า นายข้าวไม่อยู่บ้าน ออกไปเรียนหนังสือ และตนไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคดีก่อนที่จะขับรถออกไป

นางย้อย (นามสมมติ) แม่ค้า

ด้านนางย้อย (นามสมมติ) แม่ค้าในละแวกดังกล่าว เปิดเผยว่า ข้าวยังคงเรียนหนังสืออยู่ ดังนั้นจะอยู่บ้านเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นายข้าวเป็นเด็กดี พูดจาเพราะ แต่เป็นคนไม่ค่อยพูด หลังเกิดเรื่องเป็นข่าวก็ยังพบว่าข้าวอยู่บ้าน ยอมรับว่าตกใจไม่เคยนึกว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ และไม่คิดว่าข้าวจะร่วมก่อเหตุ ตนก็ไม่ได้เข้าไปสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น  และข้าวก็ไม่ใช่คนในพื้นที่แต่กำเนิด เพิ่งย้ายมาอยู่ได้เพียง 3 ปี ตนยังคิดอยู่เลยว่า เด็กดีๆ ไม่น่าเป็นแบบนี้ ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก็มักจะเห็นว่ามาที่บ้านข้าว มาแต่งรถ แต่ไม่เคยเห็นว่าสร้างปัญหาอะไร

ทั้งนี้ ตั้งแต่เป็นข่าวก็ไม่เห็นข้าวออกมาจากบ้าน โดยตนเพิ่งเห็นหน้าข้าวล่าสุดเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาขณะออกไปเรียนหนังสือ ส่วนครอบครัวข้าวก็อยู่ในอาการเครียดแต่ก็ยังใช้ชีวิตปกติ ที่ผ่านมาไม่เห็นว่ามีตำรวจเข้ามาที่บ้านแต่อย่างใด

นางเขียว(นามสมมติ) ป้าของนายณัฐพงษ์ แสนกล้า หรือ โอ๊ต หนึ่งในผู้ต้องหา

นอกจากนี้ นางเขียว(นามสมมติ) ป้าของนายณัฐพงษ์ แสนกล้า หรือ โอ๊ต อายุ 24 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านนายข้าว ยอมรับว่าเครียด แต่เด็กแถวนี้ไม่ได้มีนิสัยเกเร นายโอ๊ตหลานตนเป็นคนไม่พูด ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง ตั้งแต่ถูกจับตนก็ยังไม่เคยไปเยี่ยมหลาน เพราะยังทำใจไม่ได้ ไม่กล้าไปเห็นหน้า ปกติโอ๊ตจะพักกับตายาย ซึ่งอยู่บ้านหลังข้าง ๆ กัน ก่อนหน้านี้โอ๊ตไปเป็นทหารเกณฑ์และเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 1 ปีแล้ว

ส่วนตัวยืนยันไม่รู้รายละเอียด ยังไม่ได้คุยกับใคร ถึงแม้ตำรวจจะให้เยี่ยมแต่ตนก็ไม่กล้าไป มีเพียงคุณยายกับแม่ของโอ๊ตที่ไปพบเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ จากคำบอกเล่าของแม่โอ๊ตระบุว่า ตอนไปเยี่ยม โอ๊ตก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง เพราะต่างคนก็พูดไม่ออก

โดยนางเขียวน้ำตาไหลระหว่างที่พูดคุยกับผู้สื่อข่าว ทั้งยังยืนยันว่าหลานไม่มีพฤติกรรมอย่างที่คนมองว่าโหดร้าย ตนรักหลาน คิดถึงหลาน ตอนนี้ครอบครัวยังไม่ได้คิดอะไร เครียดกันทั้งบ้าน จนไม่อยากจะได้ยินเรื่องราวต่างๆ ตอนนี้จึงไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่ครอบครัวคงปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย โอ๊ตก็ยอมรับไปแล้ว ก็ให้เขาได้รับผิดตามที่เขาทำ ส่วนตนก็ได้แต่ทำใจ

นางเขียวยอมรับว่า ปกติโอ๊ตก็เป็นคนเที่ยวปกติ ออกไปหาเพื่อนเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่ก็กลับบ้านตลอด วันเกิดเหตุตนก็ไม่ทันได้สังเกตว่าโอ๊ตกลับเข้าบ้านมาหรือไม่ ส่วนเรื่องนายข้าวตนก็ไม่ทราบเรื่อง แต่เท่าที่สัมผัสเด็กๆ กลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีพิษภัยอะไร ข้าวเป็นเพื่อนกับหลานตน ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง ยืนยันข้าวก็เป็นเด็กน่ารัก ตนไม่ได้เข้าข้างใครแต่ทราบเพียงว่าข้าวก็ไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตามปกติ

keyboard_arrow_up