“แอร์” รับพูดจริง “กิ๊ฟ” โดนยาสลบช้าง หลังแชทลับโผล่ – หมอชี้อันตราย มอมคนได้ (คลิป)

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.อุมาพร หอยสังข์ หรือ กิ๊ฟ สาววัย 21 ปี หลังไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี โดยภาพวงจรปิดจับภาพกลุ่มชาย 4 คน อุ้มตัวผู้ตายในสภาพหมดสติ โดยผลการชันสูตรที่โรงพยาบาลแจ้งครอบครัวเบื้องต้น ระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคหลอดเลือดมุดอยู่ในกล้ามเนื้อหัวใจ ส่วนเส้นเลือดหัวใจตีบไม่สามารถบ่งบอกได้ชัดเจนว่าจะมีความเสี่ยงทำให้เสียชีวิต หรืออาจเกิดจากการได้รับสารพิษ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลชันสูตรอย่างละเอียดจาก รพ.รามาธิบดี เพื่อให้เกิดความชัดเจนที่ตรงกันอีกครั้ง ส่วนการถูกทำร้ายไม่พบบาดแผลใหม่ตามร่างกาย แต่การถูกล่วงละเมิดทางเพศอาจจะเป็นการกระตุ้นให้เสียชีวิตได้

ข้อมูลการแชทผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่ระบุว่ากิ๊ฟถูกวางยาสลบช้าง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งส่งข้อมูลการสนทนาทางเฟซบุ๊กให้ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ระบุว่าเป็นการพูดคุยระหว่างเพื่อนของกิ๊ฟกับบุคคลหนึ่ง โดยเพื่อนของกิ๊ฟรายนี้บอกว่า กิ๊ฟโดนวางยาสลบชนิดหนึ่งซึ่งใช้กับช้าง

วันนี้ (5 มิ.ย.61) น.ส.แอร์ เพื่อนรุ่นพี่ของผู้ตาย เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ตนก็ไม่แน่ใจว่าที่กิ๊ฟสลบไปเป็นเพราะสาเหตุอะไร ต้องรอผลชันสูตร แต่หากให้ตนคาดเดา ตนก็คิดว่ากิ๊ฟอาจถูกวางยา เนื่องจากน้องไม่เคยเมาแอลกอฮอล์ขนาดนี้ ส่วนกรณีที่มีข้อมูลระบุว่า ตนนั้นเป็นคนพูดว่ากิ๊ฟโดนวางยาสลบที่ใช้กับช้าง ยอมรับว่าตนเคยพูดจริง แต่เป็นข้อมูลที่ฟังมาจากคนอื่นพูดต่อๆ กัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าข้อมูลจริงหรือไม่ โดยตนเคยพูดเรื่องนี้กับคนไม่กี่คนเท่านั้น เพราะก็คิดว่าอาจไม่ใช่ความจริง และกังวลว่าอาจจะเป็นข้อสงสัยให้กับครอบครัวผู้ตายอีก ส่วนตัวยาสลบช้างตนยังไม่รู้จักเลย

น.ส.แอร์ เพื่อนรุ่นพี่ของผู้ตาย

ส่วนวันที่อยู่ในผับกับผู้ตาย ขณะนั้นยอมรับว่าผู้ตายมักเดินไปมากับโต๊ะอื่นๆ แต่ตนไม่รู้ว่าไปโต๊ะไหนบ้าง ซึ่งอาจเป็นช่องว่างที่อาจทำให้กิ๊ฟถูกวางยาก็ได้ แต่ยืนยันว่าระหว่างที่ตนอยู่กับกิ๊ฟ กิ๊ฟยังมีสติเต็ม 100% ไม่มีท่าทีเมา ง่วง หรือมึนสารอะไร ซึ่งผู้ตายก็ไม่ได้พูดอะไรกับใครที่โต๊ะว่าเดินไปไหน ทำอะไรบ้าง เพราะในสถานบันเทิงค่อนข้างมีเสียงดัง

ทั้งนี้ ยอมรับว่ากังวลเวลาที่ออกมาให้ข่าว หลายคนอาจสงสัยทำไม่ตนถึงพูดเยอะ รู้เรื่องผู้ตายเยอะ ซึ่งตนคิดว่าเพราะตนอยู่กับน้องก่อนตาย และสนิทกันในระยะหลังและใช้ชีวิตในจันทบุรีกับผู้ตาย จึงรู้ว่ากิ๊ฟทำอะไร  ตนก็กลัวว่าตนจะถูกโจมตีเรื่องนี้ บางอย่างที่ตนรู้ตนก็จะบอก บางอย่างตนไม่รู้ตนก็ไม่พูด เพราะระหว่างอยู่กับผู้ตาย ตนจะมีขอบเขตเรื่องส่วนตัวกันไว้ แอร์ยังพูดคำเดิมว่า ตนไม่ได้สนใจว่าสังคมจะมองยังไง โซเชียลจะว่าแบบไหนตนไม่สนใจ สนใจเพียงครอบครัวผู้ตาย ตนอยากให้ครอบครัวกิ๊ฟฟังตนบ้าง ตนไม่เคยมีปัญหากับกิ๊ฟ ไม่มีอคติกัน

น.ส.แอร์ เพื่อนรุ่นพี่ของผู้ตาย พูดคุยกับทีมข่าว

แอร์ ยังพูดด้วยเสียงสั่นเคือง พร้องทั้งน้ำตาไหลอีกว่า ที่ผ่านมาตนกินข้าว ไปไหนกับกิ๊ฟทุกวัน ยอมรับตนกดดัน อีกทั้งวันที่เกิดเหตุ ตนเป็นคนไปเที่ยวกับน้อง ตนยอมรับว่าตนผิดที่ดูแลน้องไม่ดี ใครมาถามเรื่องกิ๊ฟ ตนก็ไม่อยากพูด หลายครั้งที่ตนต้องนอนร้องไห้ ตนกินนอนไม่ได้ ตอนนี้ตนก็พยายามปรับสภาพ ในเข้มแข็งเวลามีอะไรมากระทบต่อสภาพจิตใจ แอร์ยืนยันว่าตนรักน้อง ไม่คิดอคติกับน้อง และไม่เคยพาน้องไปในทางเสื่อมเสียแน่นอน กลับกันตนก็พยายามสอนกิ๊ฟ บอกกิ๊ฟ เพราะตนหวังดีกับกิ๊ฟ

เมื่อช่วงสายวานนี้ (4 มิ.ย. 61 ) ตนได้ไปเจอกับพี่สาวคนหนึ่งที่ไปเที่ยวด้วยในคืนเกิดเหตุ ซึ่งก็ไม่ได้พูดคุยอะไรเรื่องกิ๊ฟแล้ว เพราะที่ผ่านมาพี่สาวก็รู้สึกหดหู่ เพราะพี่สาวก็เพิ่งไปเที่ยวด้วยกันครั้งแรก แต่ก็มาเกิดเรื่องเช่นนี้ ทั้งนี้ พี่สาวตนไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลกับสื่อแต่ก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

แอร์ยังบอกอีกว่า ตนถูกสังคมโจมตีอย่างมาก แม้ตนโพสต์เฟซบุ๊กขายปูออนไลน์ ยังมีคนนำไปเป็นประเด็น หาว่าตนไม่เสียใจ ยังมีอารมณ์มาขายของ ส่วนตัวก็อยากให้คิดว่าตนนั้นต้องทำมาหากิน เพราะเวลาตนไปไหนมาไหน แม้เดินทางมาหาเจ้าหน้าที่ ตนก็ต้องใช้เงินเป็นค่าเดินทาง ไม่ใช่ว่าไม่สลดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แตาขอเพียงให้สังคมแยกแยะ

นายสัตวแพทย์ ทวีศักดิ์ อนันต์ศิริวัฒนา หรือ หมอวี

นายสัตวแพทย์ ทวีศักดิ์ อนันต์ศิริวัฒนา หรือ หมอวี  สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ปกติแล้วยาสลบช้างที่ทางสัตวแพทย์จะใช้เป็นหลัก เป็นยาที่อยู่ในประเภทยาควบคุม ซึ่งจะมีการหาซื้อหรือนำออกมาใช้ได้ยากมาก เพราะหากผู้ที่ต้องการจะซื้อยานี้ ก็จะต้องมีใบอนุญาต และจะต้องมีใบประกอบการสถานบำบัดสัตว์

ซึ่งหากยาสลบดังกล่าวถูกนำไปใช้กับมนุษย์ก็จะก่อให้เกิดอันตรายได้ เนื่องจากยาเป็นอนุพันธ์เดียวกับโคเดอีน ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางและมีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต โดยหากใช้ยาสลบชนิดนี้ในปริมาณมาก ก็สามารถทำให้สลบได้เลย แต่ถ้าใช้ในปริมาณที่พอเหมาะก็อาจจะทำให้แค่มีอาการสะลึมสะลือเท่านั้น

ตัวอย่างการใช้ยากับสัตว์

แต่ทั้งนี้จะมีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต เมื่อยาสลบชนิดนี้เข้าสู่กระแสเลือดก็จะทำให้แรงดังเลือดสูงมาก แต่ปล่อยไว้สักพักแรงดันในกระแสเลือดจะตกต่ำ และทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด ยาชนิดนี้จึงถือว่าอันตรายมาก ซึ่งแม้กระทั่งจะนำมาใช้ในการวางยาสลบให้สัตว์ ยังต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม อยากจะขอเตือนว่ายาสลบชนิดนี้ค่อนข้างอันตราย เนื่องจากไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรสชาติ หากถูกนำไปใส่ในเครื่องดื่มหรืออาหาร ผู้ที่ดื่มหรือรับประทานเข้าไป จะไม่สามารรู้ได้เลยว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปถูกเจือปนด้วยยาชนิดนี้ เพราะฉะนั้นไม่อยากให้ไว้วางใจรับอาหารหรือเครื่องดื่มของคนแปลกหน้า ยิ่งเป็นมิจฉาชีพยิ่งต้องควรระวัง

keyboard_arrow_up