เปิดใจ ร่างทรง “พุ่มพวง” รู้สึกวึบเหมือนเข้าร่าง – น้องสาวฉะเพี้ยน ท้าแน่จริงมาเจอ (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี” โพสต์คลิปวิดีโอ หญิงสูงวัยรูปร่างท้วมใส่ชุดส่าหรี เต้นหน้าลานพิธี โดยระบุว่าเป็นร่างทรงพุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ภาพจากคลิปหญิงสวมชุดส่าหรีเต้นเพลงของพุ่มพวง ดวงจันทร์

วันนี้ (5 มิ.ย. 61) น.ส.จันทน์จวง ดวงจันทร์ หรือ คุณไก่ น้องสาวพุ่มพวง เปิดเผยว่า ตนเห็นคลิปดังกล่าวแล้ว ตอนแรกรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก ที่ร่างทรงรายดังกล่าวมาแอบอ้างชื่อพี่สาวตน แต่เมื่อเข้าไปดูในเฟซบุ๊ก ก็คิดว่าร่างทรงดังกล่าวอาจจะป่วย หรือรักพี่สาวของตนมากเกินไป จึงคิดว่าตัวเองเป็นพุ่มพวง เพราะตนไม่เชื่อว่าร่างทรงดังกล่าวเป็นพี่สาวของตัวเอง เพราะหากพุ่มพวงจะเข้าทรงก็น่าจะมาเข้าคนในครอบครัวมากกว่า โดยคาดว่าช่วงนี้มีกระแสร่างทรงจึงเกาะกระแสตรงนี้

จันทน์จวง ดวงจันทร์ น้องสาวพุ่มพวง ดวงจันทร์

ทั้งนี้ ภาพที่ออกมาก็กลายเป็นความตลกขบขัน ซึ่งท่าทางที่เต้นก็ไม่เหมือนพุ่มพวง นอกจากนี้เพลงสุดท้ายที่เต้น คือเพลงแต่งงานกันเฮอะ ที่ร่างทรงเต้นก็เป็นเพลงของตน ไม่ใช่เพลงของพุ่มพวงจึงคิดว่าไม่ใช่ร่างทรงจริงที่หลุดทรงเพลงของตนออกมา เพราะตนยังไม่ตาย โดยสิ่งที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะอยากให้คนจดจำความสามารถในการเป็นราชินีลูกทุ่งของพี่สาวตนขณะมีชีวิตมากกว่าการเข้าทรงดังกล่าว ซึ่งพี่สาวตนอาจมีห่วงเรื่องของแม่ที่กำลังป่วย และตนก็เชื่อว่าผู้ที่ดับไปแล้วยังมีดวงจิตที่มีห่วงได้ แต่ไม่น่าจะออกมาในรูปแบบนี้

คุณไก่ยังกล่าวว่า ตนเข้าใจว่ามีคนที่รักพุ่มพวงจำนวนมาก เข้าไปด่าร่างทรงรายดังกล่าวในเฟซบุ๊ก ซึ่งตนก็ไม่อยากให้ด่า เพราะตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ทำเพื่ออะไร หากทำครั้งแรกก็พอให้อภัยได้ แต่หากทำเป็นธุรกิจมีการเรียกรับเงินก็อาจต้องดำเนินการ นอกจากนี้คุณไก่ ยังขอฝากว่าหากมีร่างทรงที่ใดมั่นใจว่าตัวเองเป็นของแท้ ขอให้บอกตน ตนจะตามไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องพี่สาว หากตอบไม่ได้ตนจะจัดการขั้นเด็ดขาด

น.ส.ณัฏฐ์ษิกัญญา คำมูลพงษ์ หญิงสาวใส่ส่าหรีในคลิป

ด้าน น.ส.ณัฏฐ์ษิกัญญา คำมูลพงษ์ อายุ 57 ปี หญิงสาวใส่ชุดส่าหรีในคลิป เปิดเผยว่าตัวเองประกอบธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้า คลิปดังกล่าวที่ถูกแชร์เป็นงานไหว้ครู โดยก่อนหน้านี้ตนเคยไปวัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี เพื่อไปไหว้ท่าน เพราะส่วนตัวแล้วนับถือท่านมาก ชอบมาก ซึ่งท่านกับตนเกิดปีเดียวกัน คือ ปี 2504 แต่เกิดกันคนละเดือนกัน อีกทั้ง ยังมีชีวิตที่คล้ายๆ กัน ตนจึงนับถือและรักมาก ชื่นชอบตั้งแต่แรกๆ แล้ว

เมื่อถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าแม่ผึ้งมาเข้าร่างแล้ว คุณณัฏฐ์ษิกัญญาบอกว่าก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะเป็นงานไหว้ครู ตอนตนออกไปเพราะถูกเชิญ โดยตนไม่เคยทรงร่างแม่ผึ้ง พุ่มพวงมาก่อน เมื่อถามว่าในช่วงแม่ผึ้งมารู้ตัวหรือไม่ คุณณัฏฐ์ษิกัญญาระบุว่า รู้เหมือนกันแต่ตอบได้ยาก เพราะจะเป็นอาการแบบวูบเข้ามาในร่าง คล้ายกับดลจิตดลใจให้วูบเข้ามา ช่วงที่ท่านมาไม่ต้องเปิดเพลงพุ่มพวงตลอด แต่ว่าในคลิปที่แชร์กันนั้นเป็นงานไหว้ครู จึงได้เปิดเพลงของแม่ผึ้ง เพื่อเป็นการสมโภชน์ ไม่ได้เรียกว่าการเข้าทรง โดยเรียกว่าเป็นพิธีไหว้ครู เพราะนับถือท่านเหมือนครูบาอาจารย์ เมื่อถึงเวลาจัดงานประจำปี ท่านจะมา 1 ครั้ง แต่โดยปกติท่านก็จะไม่ได้เข้ามาในร่าง ตนได้แต่นับถือในใจ แต่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งวันงานดังกล่าวในพิธีไหว้ครู จึงได้รู้ว่าท่านมาอยู่ในร่าง

ส่วนคำถามว่าการทำแบบนี้มีการมองว่าเป็นการหลอกลวง หวังเงินทอง คุณณัฏฐ์ษิกัญญา กล่าวว่าตนไม่ได้คิดหลอกลวงใคร เงินทองตนก็มี ทุกวันนี้อยู่สบาย อย่างไรก็ตาม ฝากผู้ติดตามข่าวว่า ถ้าร่างนี้ทำอะไรผิดพลาดก็ขอโทษด้วย เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าจะเป็นอย่างนี้ แต่ก็รู้สึกเสียใจ เสียใจมากในสิ่งที่คนคอมเมนต์มา ตนก็อยากจะพูดเยอะๆ แต่พูดไม่เก่ง

อย่างไรก็ตาม คุณณัฏฐ์ษิกัญญา กล่าวว่า ตนไม่อยากจะไปลบหลู่อะไรใคร แล้วแต่ความเชื่อความศรัทธา ที่ผ่านมาตนก็ทำมาค้าขาย ไม่เคยออกไปทรงที่ไหน และยืนยันว่าไม่เคยเป็นร่างทรงของแม่ผึ้ง พุ่มพวง มาก่อนเลย ก็มีงานที่ผ่านมางานนี้ ที่เพิ่งรู้ว่าแม่ผึ้งมาประทับร่าง แล้วก็มาเพียงครู่เดียวเท่านั้น

โต๊ะบูชาและรูปปั้นของพุ่มพวง ภายในบ้าน

นอกจากนี้ คุณณัฏฐ์ษิกัญญา ได้พาทีมข่าวเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน ดูจุดที่มีการตั้งโต๊ะบูชา มีบายศรีบนโต๊ะพร้อมเครื่องบูชา มีรูปปั้นฤาษี และบนโต๊ะยังมีรูปปั้นของพุ่มพวง ดวงจันทร์ และยังมีชุดไทยจำนวน 9 ชุด ซึ่งเป็นชุดของแม่ผึ้ง คุณณัฏฐ์ษิกัญญา บอกว่าจะใช้สวมใส่ ปีละ 1 ชุด จะใส่เป็นเวลา 9 ปี ในพิธีไหว้ครูที่จัดขึ้นประจำปี เพราะได้บนบานขอไว้ ซึ่งทำให้กิจการรุ่งเรือง

จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา

ขณะที่ อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา กล่าวถึงประเด็นเรื่องของร่างทรงในปัจจุบันว่า  เป็นสิทธิ์ที่เขาจะทำ ก็ทำได้ แต่ขอให้ทำอยู่ในขอบเขต ซึ่งการทรงก็มีพฤติกรรมหลายอย่าง อาทิ ทรงเพื่อโปรดคนให้ศรัทธา ทรงเพื่อให้กำลังใจ แต่ไม่ใช่ว่าเป็นการทรงที่หลอกลวงสินทรัพย์ หรือสร้างปัญหาความเดือดร้อน ก็ไม่ควรจะทำ ซึ่งตนจะไม่เหมารวมทั้งหมด แต่จะกล่าวถึงร่างทรงบางองค์

ทั้งนี้ ร่างทรงมันก็มีหลายแบบ ทั้งร่างทรงที่เชื่อในพราหมณ์ หรือผี แต่ร่างทรงบางกลุ่มที่อิงในหลักคำสอนของศาสนาพุทธก็มี ดังนั้นก็ต้องดูเป็นองค์ๆ ไป เพราะร่างทรงบางองค์ก็มีหลักธรรมวินัย ชี้สั่งสอนให้คนทำความดี ไม่ประพฤติผิด ซึ่งตนก็เห็นด้วย แต่หากร่างทรงที่แสดงอาการสอนให้คนบูชาจนงมงาย ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต สร้างความเดือดร้อนให้สังคม ตนก็ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้

อ.จตุรงค์ ฝากข้อคิดถึงกลุ่มคนที่มีความเชื่อในเรื่องร่างทรงว่า ถ้ามีศรัทธาในด้านนี้ ก็ให้เลือกดูร่างทรงที่ดี มีพฤติกรรมดี ร่างที่ไม่ได้มาเรียกเงิน หรือสร้างความเดือนร้อนแก่สังคม หรือเรียกอีกอย่างนึงว่าพวกมิจฉาชีพ หากต้องการมีที่พึ่งทางใจ ก็ลองใช้สติในการคิดวิเคราะห์ดู

keyboard_arrow_up