‘เจ๊บ้าบิ่น’ พยานปากต่อไปคดีหวย 30 ล้าน ‘ทนายษิทรา’ ยันไม่หนักใจ!

หลังจากผ่านการไต่สวนมูลฟ้องในคดีหวย 30 ล้านบาท ที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ ยื่นฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร โดยมีการไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อวานนี้ (4 พ.ค. 61) ซึ่งครูปรีชา ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจ และสบายใจ เพราะรอวันนี้มานาน ที่จะได้นำความจริงขึ้นสู่ศาล เพื่อให้ศาลได้พิจารณา โดยไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะเชื่อมั่นในพยานหลักฐานและความจริง ซึ่งตนได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า “ความจริงคือความจริง” 

ทางด้าน นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา บอกว่า การไต่สวนเมื่อวานนี้ เป็นการไต่สวนในส่วนของครูปรีชาเพียงคนเดียวก็ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีรายละเอียดมาก ดังนั้น ศาลจึงได้นัดครั้งต่อไปในวันที่ 29 มิถุนายน 2561 นี้ โดยในวันดังกล่าวจะเป็นการไต่สวนครูปรีชาในรายละเอียดด้านอื่นๆ รวมถึงไต่สวนพยานคนอื่นด้วย

นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา

ในส่วนของพยานฝั่งครูปรีชานั้น เนื่องจากมีจำนวนหลายปาก จึงได้ยื่นขอศาลดำเนินการไต่สวนจำนวน 3 นัด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ส่วนหลักฐานที่เป็นแชทไลน์การสนทนาเกี่ยวกับการสั่งซื้อลอตเตอรี่ ก็ได้เสนอให้กับศาลตรวจสอบแล้ว

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด

ทางด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด บอกว่า ตนรู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะเป็นประโยชน์กับเราเกิน 95 เปอร์เซนต์ แต่ไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ เนื่องจากศาลได้วางข้อกำหนดไว้ ซึ่งอาจจะผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้ ทั้งนี้ไม่ได้หนักใจในพยานหลักฐานของอีกฝ่ายเลย เพราะได้คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์เหมือนที่อีกฝ่ายพูดไว้ก่อนขึ้นศาลแต่อย่างใด

นายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความของนางรัตนาภรณ์ สุพาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น

ขณะที่วันนี้ (5 พ.ค. 61) ทีมข่าวเรา ไปพูดคุยกับนายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความของนางรัตนาภรณ์ สุพาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น โดยระบุว่า ในส่วนของเจ๊บ้าบิ่น จะเป็นพยานปากต่อไปในชั้นไต่สวน ซึ่งก็ไม่ได้หนักใจอะไร

นางรัตนาภรณ์ สุพาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น (แฟ้มภาพ)

พร้อมระบุว่า คดีนี้เป็นคดีที่คนสนใจมาก ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะได้ได้รับความรู้ด้านกฏหมายไปด้วย เช่น ในคดีนี้ ซึ่งเป็นคดีอาญา แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ถ้าศาลเห็นว่ามีมูลก็ประทับรับฟ้อง ถ้าศาลประทับรับฟ้องคนที่ถูกฟ้องจะตกเป็นจำเลย ก็ต้องมาแก้คดี จะมีการพิจารณาคดีกันอีกรอบหนึ่ง โดยมีความละเอียดเข้มข้นของพยานหลักฐาน ซึ่งในชั้นนี้อยู่ระหว่าางการไต่สวนว่ามีมูลหรือไม่ ในส่วนของคดีแพ่ง ก่อนหน้านี้ ศาลจำหน่ายคดีชั่วคราว แต่มีบางคนนำหลักฐานไปเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ครูปรีชา จึงไปฟ้องร้องต่อศาล เพื่อพิจารณาว่าเป็นการละเมิดศาลหรือไม่ ซึ่งมีเจตนาจริงๆ คือ การป้องปรามไม่ให้มีการนำพยานหลักฐานมาเปิดเผย

keyboard_arrow_up