พ่อคนตาย ฉะกระบะอย่าโทษ “ตะกวด” ตัดหน้า ภาพชัดเลนว่างไม่หลบ – สังคมถามจยย. ขับขวา? (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 61 เวลาประมาณ 9.34 น. เกิดอุบัติเหตุตัวเงินตัวทองตัดหน้ารถเก๋ง ทำให้ต้องเบรคกะทันหัน ส่งผลให้กระบะที่ตามมาด้วยความเร็วชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ ที่ขับอยู่ตรงกลางอย่างรุนแรงจนทำให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ ทราบชื่อคือ นายณัฐพงษ์ พงษ์ศิริ อายุ 26 ปี เสียชีวิต โดยเหตุเกิดบริเวณถนนราชพฤกษ์ขาออก บริเวณ ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี

คลิประทึก! ตัวเงินตัวทองตัดหน้าเก๋ง ทำกระบะชนอัด 3 คันรวด หนุ่มขี่จยย. ดับคาที่

คลิประทึก! ตัวเงินตัวทองตัดหน้าเก๋ง ทำกระบะชนอัด 3 คันรวด หนุ่มขี่จยย. ดับคาที่.ที่เกิดเหตุเป็นถนนฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้เคียงหมู่บ้านธนาสิริ ราชพฤกษ์ โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะที่รถเก๋งขับมาเลนขวาสุด ใกล้เกาะกลางถนน จากนั้นได้ชะลอรถกะทันหัน เนื่องจากด้านหน้ามีตัวเงินตัวทองเดินข้ามถนน ซึ่งในขณะเดียวกันรถจยย. ได้ขับตามรถเก๋งมา และเป็นช่วงเดียวกับที่รถกระบะขับตามมาด้านหลังรถจยย. ด้วยความเร็วชนรถจยย.อย่างแรง ร่างคนขี่รถจยย. ถูกอัดชนท้ายรถเก๋งอย่างแรง.นายประกิต แก้สนธิ อายุ 32 ปี คนขับรถกระบะ เปิดเผยว่า ตนขับรถตามรถจยย. และมีรถเก๋งอยู่ด้านหน้า จากนั้นเห็นรถเก๋ง ที่ขับหน้ารถจยย. หยุดรถกะทันหัน ตนเบรคไม่ทันจึงทำให้ชนเข้าอย่างแรง ทำให้คนขี่จยย. เสียชีวิต ส่วนคนขับรถเก๋งบาดเจ็บเล็กน้อย

โพสต์โดย ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 เมื่อ 3 มิถุนายน 2018

ความคืบหน้า วันนี้ (4 มิ.ย. 61) นายยุทธนา ยะคำปลูก อายุ 39 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะที่เกิดเหตุตนกำลังจัดของอยู่ที่หน้าร้านก็ได้ยินเสียงรถชน จากนั้นก็มีเสียงรถไถล จึงเงยหน้าเพื่อมองหาที่มา จนพบว่ามีรถชนกัน ขณะนั้นรถเก๋งได้ไถลข้ามเลนไปจอดรออยู่ด้านหน้า ส่วนรถจักรยานยนต์และรถกระบะจอดอยู่ตรงจุดเกิดเหตุ โดยคนขับขี่ รถจักรยานยนต์นอนแน่นิ่งอยู่ที่เกาะกลางถนน ตนจึงรีบไปช่วย เมื่อไปถึงก็พบว่าคนเจ็บไม่มีบาดแผลใด ๆ คล้ายหมดสติไป แต่เมื่อจับชีพจรดูก็พบว่าหัวใจหยุดเต้นแล้ว ซึ่งขณะนั้นคิดว่ายังมีความหวัง เพราะหลังจากที่ตนมาถึงตัวผู้บาดเจ็บได้ไม่นานก็มีพยาบาลมาช่วยปั๊มหัวใจให้ แต่ก็ไม่เป็นผล

นายยุทธนา ยะคำปลูก ผู้เห็นเหตุการณ์

ด้านคนขับรถกระบะนั้น นายยุทธนา เล่าว่า ตนได้สั่งให้ลูกน้องไปล็อกตัวไว้หากมีทีท่าว่าจะหนี แต่ก็พบว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้มีทีท่าว่าจะหลบหนีแต่อย่างใด สำหรับตัวเงินตัวทองที่วิ่งมาตัดหน้านั้น นายยุทธนากล่าวว่า ละแวกนี้มีตัวเงินตัวทองจำนวนมาก เนื่องจากสองข้างทางเป็นสวนของชาวบ้าน แต่นานครั้งจึงจะพบว่ามีออกจากสวนมาข้ามถนน

บรรยากาศพิธีรดน้ำศพผู้เสียชีวิต

ที่ วัดมูลจินดาราม จ.ปทุมธานี บรรยากาศพิธีรดน้ำศพผู้เสียชีวิตเป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยจะมีการสวดอภิธรรมในวันที่ 4-6 มิ.ย.นี้ เวลา 19.00 น. และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 7 มิ.ย. เวลา 16.00 น.

นายสุรเดช พงษ์ศิริ พ่อของผู้เสียชีวิต

นายสุรเดช พงษ์ศิริ อายุ 54 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องจากคนที่ทำงานลูกโทรศัพท์มาบอก โดยก่อนหน้านี้ลูกขับรถจักรยานยนต์จะไปงานบวชลูกเจ้านาย แต่ก็มาเกิดเรื่องตอนขากลับ ก่อนหน้านี้ไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ มีเพียงภรรยาตนพูดเปรยขึ้นมาว่า “ลูกถึงวัดหรือยัง” ซึ่งหมายถึงวัดที่จะไปร่วมงานบวช แต่จากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่าลูกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตอนแรกตนไม่เชื่อ จนเมื่อได้เห็นคลิปวิดีโอที่มูลนิธิกำลังช่วยชีวิตลูกชาย ตนถึงกับทรุดลงไปนั่งที่พื้น

ทั้งนี้ นายสุรเดช ยอมรับว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของบ้าน ทำงานส่งเงินมาให้พ่อและแม่ทุกเดือน นอกจากนั้นยังทำงานส่งน้องชายเรียน โดยเพิ่งย้ายมาทำงานบริษัทปัจจุบันได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น โดยคนขับรถกระบะได้มอบเงินเยียวยาให้ 20,000 บาท ผ่านมาทางลูกชายอีกคน อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังโกรธและทำใจไม่ได้ และยังไม่อยากคุยด้วย เพราะตนยังสงสัยว่าทำไมคนขับรถกระบะไม่คิดที่จะเบรคบ้างเลย และทำไมถึงไม่หลบไปเลนข้าง ๆ ทั้งที่ยังว่างอยู่ ส่วนลูกชายที่เสียชีวิตตอนนี้ตนอยากบอกเขาว่า ให้เขาหลับให้สบายอยู่บนสวรรค์ ไม่ต้องเป็นห่วงครอบครัว

นางอัณณ์ญาดา คชาทัช อาของผู้เสียชีวิต

ด้าน นางอัณณ์ญาดา คชาทัช อายุ 49 ปี อาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่อง ได้ไปพบกับคนขับรถเก๋งและแฟนของคนขับรถกระบะที่ สภ.บางศรีเมือง ขณะนั้นตนไม่ได้โกรธ เพราะยังไม่เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด อีกทั้งฝ่ายรถที่มาชนก็พูดดีด้วย จึงเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุธรรมดา รถกระบะเบรคไม่ทัน แต่เมื่อได้มาเห็นภาพกล้องวงจรปิดว่ารถกระบะชนหลานของตนอย่างรุนแรง โดยที่ไม่ได้มีการเบรคเลย จึงทำให้รู้สึกโกรธ

ทั้งนี้ ฝ่ายคู่กรณีซึ่งเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าวได้มอบเงินเยียวยาเป็นค่าทำศพตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ และพูดกับตนว่าจะให้ประกันมาคุยในวันนี้ แต่เมื่อโทรศัพท์ไปอีกครั้งก็ได้รับคำตอบว่า จะให้ประกันเข้าไปคุยพร้อมกันที่สถานีตำรวจ

บรรยากาศภายในงานสวดพระอภิธรรม

โดยในช่วงค่ำวันนี้ นายประกิต แก้วสนธิ อายุ 31 ปี ผู้ขับรถกระบะ ได้เดินทางมาร่วมในพิธีสวดอภิธรรมด้วย พร้อมยืนยันว่า ขณะที่เกิดเหตุตนไม่ได้เหม่อหรือคุยโทรศัพท์ แต่ตนสังเกตเห็นว่ารถคันหน้าเบรคโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งตนก็เหยียบเบรคแล้ว แต่เนื่องจากรถตนเป็นรถใหญ่และบรรทุกของเป็นผ้าน้ำหนักรวมประมาณ 1 ตัน ทำให้เบรคไม่อยู่

นายประกิต แก้วสนธิ ผู้ขับรถกระบะ ร่วมงานสวดพระอภิธรรม

เมื่อถามถึงประเด็นที่มีตัวเงินตัวทองตัดหน้ารถเก๋งนั้น นายประกิตกล่าวว่า ตนเพิ่งมาทราบในภายหลัง โดนตนคิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนี้ เพราะหากไม่มาตัดหน้า รถเก๋งก็คงไม่เบรคกะทันหัน จนทำให้ตนเบรคตามไม่ทัน ทั้งนี้ นายประกิตกล่าวว่า ตนขอโทษผู้เสียชีวิต ตนไม่ได้ตั้งใจ และตนขอโทษไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

นายประกิต แก้วสนธิ ผู้ขับรถกระบะ กราบขอขมาครอบครัวผู้เสียชีวิต
นายประกิต แก้วสนธิ ผู้ขับรถกระบะ กราบขอขมาครอบครัวผู้เสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประกิตได้เข้ากราบขอขมาครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งบอกว่าจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตด้วย แต่พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตบอกว่ายังไม่ให้อภัย เพราะยังทำใจไม่ได้ อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่านายประกิตเต็มใจบวชให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงหรือไม่

ด้าน ร.ต.อ.สิงหา สีหาชารี รอง สว.สอบสวน สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี เจ้าของคดี เปิดเผยด้วยว่า กรณีนี้รถเก๋งที่เบรคกะทันหันนั้นไม่ผิด เนื่องจากมีเหตุจำเป็น และจากกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่าผู้ขับเก๋งไม่ได้เบรคกะทันหันมาก แต่รถกระบะที่ตามมาในภายหลังนั้นขับมาอย่างรวดเร็ว และไม่มีทีท่าว่าจะเบรคตาม จึงมีความผิดในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

keyboard_arrow_up