เปิดใจชายโพสต์ขาย “กิ๊ฟ” ลั่นไม่ใช่พ่อเล้าส่งก๊วนโทรม – ร้านเสวนายัน มาดื่มประจำ ไม่ได้ถือหุ้น (คลิป)

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของน้องกิ๊ฟ หลังจากถูกกลุ่มผู้ต้องหาอุ้มออกจากผับ ใน จ.จันทบุรี พาไปล่วงละเมิดทางเพศในขณะหมดสติ โดยวันนี้ (4 มิ.ย. 61) ครอบครัวของผู้ตายเดินทางไปขอความคำปรึกษาจากแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เพื่อให้ชันสูตรศพอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม โลกออนไลน์มีการตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่ชายรายหนึ่ง เข้ามาแสดงความเห็นในโพสต์เฟซบุ๊กของผู้ตาย โดยมีการถามประมาณว่า ถอนหุ้นจากเสวนาแล้วหรือ ทำให้ถูกนำไปเชื่อมโยงเรื่องเกี่ยวกับยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีของผู้ตายหรือไม่

น.ส.แอร์ เพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่ด้วยกันก่อนเกิดเหตุ

โดย น.ส.แอร์ เพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่ด้วยกันก่อนเกิดเหตุ อธิบายถึงคำพูดว่า “หุ้นเสวนา” ว่าเป็นคำที่กลุ่มเพื่อนพูดแซวกัน โดยเสวนาคือร้านอาหารและดนตรี ซึ่งตนมักไปทานข้าวกับกิ๊ฟที่ร้านแห่งนี้อยู่ประจำ ไปบ่อยจนคนพูดแซวว่าเป็นหุ้นส่วนร้านหรอ ซึ่งเป็นคำพูดเล่นกันเฉยๆ ตนและกิ๊ฟไปที่ร้านแห่งนี้ สัปดาห์ละประมาณ 5 วัน เพราะตนไปชอบไปทานข้าวผัดร้านนี้ อีกทั้งไปแต่ละครั้งก็มักจะเช็กอินในเฟซบุ๊กว่าอยู่ที่ร้านนี้ เลยทำให้เพื่อนแซวกัน ยืนยันว่า ทั้งตนและผู้ตาย ไม่ได้มีการถือหุ้นร้านเสวนา ส่วนคำพูดนี่ผู้ตายพิมพ์ว่า ”โดนถอนหุ้น” คำนี่เป็นคำพูดแทนช่วงที่ไม่ค่อยได้ไปร้านแล้ว เป็นคำตอบแซวกัน ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเงินในบัญชีกิ๊ฟแน่นอน

เรื่องบัญชีเงินฝากของผู้ตาย ตนก็ไม่ทราบ เพราะเรื่องบางเรื่องผู้ตายก็ไม่ได้เล่าให้ตนฟังหมด เท่าที่รู้ผู้ตายก็ไม่ได้ประกอบอาชีพอื่นๆ นอกจากพนักงานขายเครื่องสำอาง ทั้งนี้หากจะโยงเรื่องหุ้นเสวนา แอร์ยังพูดติดตลกว่า ร้านเสวนาน่าจะเป็นรายจ่ายของกิ๊ฟมากกว่าจะมีรายได้

ส่วนกรณีข้อสงสัยเรื่องเสื้อผ้าของผู้ตายที่สวมใส่ ตนบอกได้เพียงว่าตอนที่ไปเที่ยว ผู้ตายสวมกางเกงยีนขายาว และเสื้อสายเดี่ยวสีดำ ตอนเสียชีวิตสวมเสื้อยืดที่ไม่ใช่ของผู้ตาย แต่ก็ยังใส่กางเกงยีนส์อยู่

อีกทั้ง กรณีที่มีการพูดถึงข้อมูลโทรศัพท์ของตนและพี่สาวอีก 2 คน ที่เดินทางไปด้วยว่าได้มีการตรวจสอบหรือไม่ โดยแอร์ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ได้นำไปตรวจเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ตนยินดีหากจะมีการเรียกเข้าไปสอบปากคำ หรือขอข้อมูลอะไรเพิ่มเติม และยืนยันตนไม่ได้คิดจะหนีไปไหน

นายยุทธ(นามสมมติ) เจ้าของร้านอาหารเสวนา

ด้านนายยุทธ(นามสมมติ) เจ้าของร้านอาหารเสวนา เปิดเผยกับทีมข่าว ระบุว่าตนทราบกระแสข่าวนี้แล้ว ยืนยันว่าผู้ตาย หรือเพื่อนผู้ตาย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถือหุ้นส่วนในร้าน ผู้ตายเป็นเพียงลูกค้าที่มาเที่ยวบ่อยเท่านั้น ซึ่งคำในโซเชียลที่มีการแซวว่ากิ๊ฟถูกถอนหุ้นเสวนา ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็นการแซวกันธรรมดา ในฐานะคนที่มาเที่ยวบ่อยๆ โดยร้านตนมีหุ้นเพียง 2 คน มีตนและเพือนรุ่นน้องอีกหนึ่งคน ซึ่งไม่เกี่ยวกับคนตาย ทั้งนี้ระบุว่าผู้ตายมักมาเที่ยวบ่อย จนตนจำหน้าได้

ร้านอาหารเสวนา

ส่วนเรื่องประเด็นเงินกู้ นายยุทธ พูดติดตลกว่า ร้านตนไม่เกี่ยว ไม่ได้มีการปล่อยหรือทำธุรกิจเงินกู้ ซึ่งหากพูดถึงร้านเสวนา ในจังหวัดจันทบุรีมีเพียงร้านเดียว ไม่มีร้านอื่นแน่นอน ทั้งนี้ ตนพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะตนโปร่งใส และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมา

ทั้งนี้ตนอยากฝากถึงคนเอาประเด็นนี้ไปโยงว่า หากจะจับประเด็นอะไร ก็อยากให้ดูข้อมูลให้ชัดเจน พูดพาดพิงอะไรก็ต้องคำนึงว่าผู้อื่นจะเดือนร้อนหรือไม่ ส่วนตัวไม่ได้กังวลว่าจะมีผลต่อร้าน ไม่ได้กังวลอะไร แต่ขออย่าให้ในอนาคตตนต้องมาเดือนร้อนกับเหตุการณ์นี้

โพสต์ที่ระบุข้อความ “ขายกิ๊ฟนัดเย็บได้”

ส่วนกรณีมีการพูดถึงชายที่โพสต์ภาพโฆษณาพร้อมระบุข้อความ “ขายกิ๊ฟนัดเย็บได้” ซึ่งหลายคนสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการตายของกิ๊ฟหรือไม่

นายซัน (นามสมมติ) ผู้โพสต์ภาพ

โดย นายซัน (นามสมมติ) ผู้โพสต์ภาพ เปิดเผยว่า กรณีที่ตนโพสต์ไปพร้อมมีแฮชแท๊ก “ขายกิ๊ฟครับนัดเย็บได้” มันเป็นคำพูดกวนๆ ภาษาวัยรุ่น ไม่ได้มีเจตนาอะไร ไม่ได้เกี่ยวของอะไรกับกิ๊ฟ ผู้ตาย ส่วนแฮชแท็กคำว่า “#กิ๊ฟเยอะจัดพร้อมเปย์” ก็คือหมายถึงตนพร้อมจะขายกิ๊บ ซึ่งตนขายกิ๊บติดผมมาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะมีเรื่องคดีนี้

ตนขายกิ๊บติดผม ยุค 90 เนื่องจากช่วงนี้ในจังหวัดจันทบุรีมีความนิยมติดกิ๊บกัน หลังจากที่มีดาราบางท่านติดกิ๊บลักษณะนี้ทำให้คนติดตาม ตนจึงไปรับกิ๊บติดผมมาโพสต์ขาย และอีกอย่างตนก็ขายกิ๊บมาตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่องแล้ว ไม่ได้จะโพสต์ไปถึงผู้ตายแต่อย่างใด ส่วนตัวก็ไม่เข้าใจว่าเอาไปโยงได้อย่างไร อีกทั้ง ในวันเกิดเหตุตนก็ไม่ได้อยู่ที่จันทบุรี เพราะทำงานที่สระบุรี

ส่วนตัวไม่รู้จักกับผู้ตาย ตนเพียงเคยเจอผู้ตาย 1 ครั้ง ขณะไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เป็นการเจอกันผ่านๆเท่านั้น แม้ชื่อตนยังไม่ทราบ พอน้องกิ๊ฟเสียชีวิต จึงมาทราบภายหลังว่าคือคนเดียวกับที่ตนเคยเจอ แต่ยอมรับว่าตนเป็นวัยรุ่นที่เกิดในหมู่บ้านเดียวกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งก็รู้จักกันในระดับหนึ่ง และยังเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหายังชวนตนไปเที่ยวที่สถานบันเทิงดังกล่าวด้วย แต่ตนไม่ได้ไป พอเกิดเรื่องยังคิดอยู่เลยว่าหากตนไปด้วย อาจตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ตนไม่ทราบว่าวันเกิดเหตุเกิดอะไรขึ้น ซึ่งต้องติดตามจากข่าวเช่นกัน

ตอนแรกหลังจากมีคนเอาเรื่องตนไปโยงให้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ตาย บางส่วนโยงว่าตนเป็นพ่อเล้า หรือขายผู้หญิง ยืนยันตนไม่ใช่ ตนมีอาชีพสุจริต ตอนแรกก็คิดจะแจ้งความ เพราะตนเสียหาย แต่ตนก็ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี ขอเพียงให้คนที่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมาชี้แจงความจริง และลบข้อมูลที่ไม่จริงออก

keyboard_arrow_up