ชายคนสนิท “อุ้ม” แฉแฟนเก่าสุดโหด ชกตาแตก พกปืนติดตัว ลั่นตายคู่ถ้าปันใจ (คลิป)

จากกรณีที่วันนี้ (4 มิ.ย. 61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทธมณฑล ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตที่บริเวณด้านหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงรุดลงพื้นที่ตรวจสอบ พบร่างนางสาวณัจฉรียา ทาประจิตร อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นอนเสียชีวิตจมกองเลือด พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่บริเวณหน้าอก 1 นัด ข้างๆ กัน พบชายผู้ก่อเหตุถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ (คลิป : หนุ่มตามหึงแฟนเก่า ควงปืนยิงสาวดับ หวังยิงตัวตายตาม แต่ไม่สำเร็จ)

ขณะเดียวกันโลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์และภาพจากเฟซบุ๊กผู้ตาย ซึ่งเป็นภาพถ่ายเจ้าตัวใส่ชุดครุย พร้อมแสดงความเสียใจกันเป็นจำนวนมาก

โพสต์ของอุ้ม ผู้เสียชีวิต
ภาพจากเฟซบุ๊กผู้ตาย ใส่ชุดครุยเตรียมรับปริญญา

ด้าน น.ส.สิริรัตน์ จันทร์เจ้า หรือ “ฟิล์ม” เพื่อนสนิทผู้เสียชีวิต และอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนกับเพื่อนได้เดินออกมาจากห้องพักเพื่อที่จะไปมหาวิทยาลัย จะต้องเดินผ่านตรงจุดเกิดเหตุเพื่อที่จะไปขึ้นรถตู้ ตอนแรกตนก็เดินมากับอุ้ม แต่พอจะถึงจุดเกิดเหตุ ตนเดินนำหน้า แล้วสังเกตเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่เสาไฟฟ้าแต่ตนไม่ได้เอะใจอะไร ก็เดินต่อไป จนได้ยินเสียงเรียกชื่ออุ้ม พูดคุยกับบุคคลหนึ่ง จึงหันไปดูก็พบว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ตรงเสาไฟฟ้า

น.ส.สิริรัตน์ จันทร์เจ้า หรือ “ฟิล์ม” เพื่อนสนิทผู้เสียชีวิต

น.ส.สิริรัตน์ บอกว่า เท่าที่ตนจับใจความในการพูดคุยได้คือ ฝ่ายชายได้บอกว่า “มึงจะคบกับมันใช่ไหม” ซึ่งอุ้มตอบไปว่า “ใช่ มึงก็มีคนของมึงแล้ว มึงก็กลับไปเถอะ” ซึ่งฝ่ายชายตอนนั้นก็เน้นย้ำว่า “มึงจะกลับไปคบกับมันจริงๆ ใช่ไหม จะเอาจริงๆใช่ไหม” ซึ่งเพื่อนตนยังยืนยันคำเดิมว่า “ใช่” หลังจากนั้นฝ่ายชายได้เอาปืนออกมาจากกระเป๋าแล้วตัดสินใจยิง ตอนนั้นตนเห็นว่าผู้ก่อเหตุได้เดินเข้ามาที่ร่างของเพื่อนตนแล้วได้เอามือปิดกระโปรงให้ ตอนนั้นเพื่อนตนยังไม่เสียชีวิตทันที เพราะร่างกายยังมีการขยับ นอนอ้าปาก เมื่อเห็นเช่นนั้นตนได้วิ่งเข้ามาที่ร้านเกม เพื่อจะขอความช่วยเหลือโทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนั้นตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด แต่เมื่อตนได้ดูอุ้มผ่านทางกระจกร้านเกม พบว่าผู้ก่อเหตุได้นอนลงข้างร่างของเพื่อนตนแล้ว

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเกิดเหตุ

น.ส.สิริรัตน์ บอกว่า ตนไม่คิดมาก่อนว่าผู้ก่อเหตุจะลงมือยิง ซึ่งอีกเรื่องหนึ่งที่ตนจำได้คือเมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) เพื่อนเล่าให้ตนฟังว่า ผู้ก่อเหตุได้มาดักรอบริเวณเมื่อคืนเช่นกัน แต่ตนไม่คิดว่าจะอยู่ถึงช่วงเช้า เท่าที่ตนทราบจากอุ้ม คือ ทุกครั้งที่ฝ่ายชายมาดักรอก็จะมีการพกพาอาวุธปืนมาโดยตลอด แต่เรื่องการคบหาของทั้ง 2 ฝ่าย ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้รู้รายละเอียดตรงนี้มากนัก ทราบเพียงว่าอุ้มจับได้ว่าผู้ก่อเหตุมีคนอื่นจึงได้เลิกรากัน

ส่วนอุปนิสัยของทางผู้ก่อเหตุที่เพื่อนตนเคยเล่าให้ฟังคือเป็นคนที่หึงหวง เนื่องจาก เพื่อนไม่ยอมกลับไปคืนดีด้วย และเป็นคนที่ชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิง อย่างไรก็ตาม น.ส.สิริรัตน์ บอกว่า เพื่อนตนเป็นคนอุปนิสัยใจคอดี เป็นที่รักของเพื่อนๆ

นายแมน (นามสมมติ) แฟนของอุ้ม

ขณะที่ นายแมน (นามสมมติ) อายุ 22 ปี แฟนของอุ้ม เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อนของอุ้ม ผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์มาบอกว่า แฟนตนได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อทราบเรื่องยอมรับว่าตนตกใจมาก ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน

นายแมน เล่าย้อนเรื่องราวความรักของตนเองให้ฟังว่า อุ้มกับชายผู้ก่อเหตุได้คบหาดูใจกันมาเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี แต่เมื่อฝ่ายชายมีเรื่องของมือที่ 3 อุ้มได้เข้ามาปรึกษาตน พร้อมกับเล่าว่า แฟนเก่าเป็นคนชอบทำร้ายร่างกาย มีบางครั้งก็ต่อยเข้าที่ดวงตา จึงได้ตัดสินใจเลิกรา

หลังจากอุ้มเลิกกับผู้ชายที่ก่อเหตุได้ประมาณ 1 เดือน ตนกับอุ้มได้คบหาดูใจกันมาเป็นระยะเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นไม่นานเมื่อแฟนเก่า อุ้มทราบว่า ได้มาคบหาดูใจกับตน ได้ติดต่ออุ้มมาให้เลิกคบกับตน แต่อุ้มไม่กลับไปคบด้วย จึงทำให้บางครั้งแฟนเก่าได้พูดทำนองว่า “ถ้าไม่ได้ตัวผู้หญิง ก็จะไม่มีใครได้ตัวเขาไป” ช่วงนั้นตนเพิ่งทราบจากอุ้มเช่นกัน ว่าแฟนเก่ามีปืน เพราะได้มีการพูดข่มขู่ว่า “จะยิงตัวตายต่อหน้า ถ้าไม่กลับไปคบ”

นายแมน ยอมรับว่า ตนคิดว่าสาเหตุที่แฟนเก่ายิงอุ้ม เพราะความหึงหวง เนื่องจากทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานถึง 5 ปี แต่ถ้าหากตนถามแฟนเก่าของอุ้มได้ก็อยากจะถามว่า ถ้าหากรักกันจริงทำไมถึงต้องทำร้ายแฟนตนขนาดนี้ ทำไมจึงไม่ปล่อยเขาออกมาดีๆ ซึ่งพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุโหดร้ายเกินไป

ญาติผู้เสียชีวิต เดินทางมาให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ

บรรยากาศที่ สภ.พุทธมณฑล เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา บิดามารดาของอุ้มพร้อมญาติ ได้เดินทางมาเพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเดินลงมาจากรถทางแม่ของผู้เสียชีวิตได้ร้องไห้ พร้อมกอดกับญาติ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำบัตรของผู้เสียชีวิตให้ดู ครอบครัวก็ยืนยันว่าเป็นบุตรสาวของตนจริงๆ ก่อนมารดาของอุ้มจะทรุดลงไปกับพื้น จนญาติต้องช่วยประคองเดินเข้าไปในห้องเพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ.ต.ท.กิตติ์ธิพณ อุดมศิริพัชร สารวัตรสอบสวน สภ.พุทธมณฑล

ด้าน พ.ต.ท.กิตติ์ธิพณ อุดมศิริพัชร สารวัตรสอบสวน สภ.พุทธมณฑล ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ร่างของผู้เสียชีวิตนำไปชันสูตรพลิกศพที่นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ส่วนทางผู้ต้องหาขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ขณะนี้รอเพียงทางผู้ต้องหาพักรักษาตัว ซึ่งถ้าหากหายดีก็คงดำเนินการตามกฎหมายต่อไปในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

keyboard_arrow_up