เพื่อนหนุ่มไทย ออกโรงโต้สูบ 50 ล้านสาวจีน ยันรวยก่อนคบ มีธุรกิจกำไรให้หมดแต่ทำสูญเอง (คลิป)

กรณีโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของหญิงชาวจีนรายหนึ่งที่มาอยู่เมืองไทย โดยโพสต์ภาพทะเบียนสมรสและทะเบียนหย่าที่มีระยะเวลาห่างกันเกือบ 1 ปี และระบุข้อความว่า เธอและหนุ่มไทยคนนี้คบหากันได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง ใช้เงินไปเกือบกว่า 50 ล้านบาท อีกทั้งเปลี่ยนรถหรูให้ผู้ชายคนนี้มาแล้วหลายคัน อยากได้อะไรก็จะหามาให้ ทั้งหมดนั้นก็เพราะรักผู้ชายคนนี้ แต่ตัวเองกลับกลายเป็นเหมือนตู้ถอนเงิน ที่ไม่ได้รับความใส่ใจ จนรู้สึกเหมือนไม่ใช่คนรักกัน

ข้อความที่สาวชาวจีนโพสต์

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายชายที่สาวจีนอ้างถึงได้มีการโพสต์ข้อความตอบโต้ไปแล้วด้วยนั้น

ข้อความที่หนุ่มไทยโพสต์ตอบโต้

วันนี้ (3 มิ.ย. 61) นายพุฒน์ หนุ่มที่สาวจีนกล่าวถึง ระบุว่ายังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ โดย นายเอ (นามสมมติ) เพื่อนสนิทนายพุฒน์ บอกว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น อาจเป็นความเข้าใจผิดหรืออาการน้อยใจหลังเลิกกัน เพราะเงินจำนวน 50 ล้านบาทที่ว่านายพุฒน์เอาไป ก็ไม่มีการนำไปใช้อย่างที่เป็นข่าว และส่วนใหญ่รายได้จากการทำธุรกิจรถหรูมือสอง ที่มีการการซื้อมาขายไป ซึ่งแฟนสาวชาวจีนไม่สามารถทำธุรกรรมได้ จึงใช้ชื่อนายพุฒน์เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อขายรถได้แล้วเงินทั้งหมดก็จะส่งคืนให้แฟนสาวทั้งหมดเช่นเดียวกัน และบางครั้งแฟนสาวของนายพุฒน์หมุนเงินไม่ทัน นายพุฒน์ก็จะเข้าไปช่วยเติมส่วนตรงนั้นเสมอ อีกทั้งส่วนตัวของนายพุฒน์ก็มีบ้าน มีรถ มีทรัพย์สินอยู่แล้ว มีธุรกิจและเคยทำงานมากก่อน ซึ่งไม่ใช่มีเงินตอนที่คบกับแฟนสาวชาวจีน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องนำเงินใดๆ ไปซื้อเพิ่มอีก หรือนอกจากระหว่างการคบกันของคน 2 คน จะมีชื้อของมีค่าให้กันและกันบ้างตนเองก็ไม่ทราบ

นายพุฒน์ หนุ่มที่สาวจีนอ้างถึง

เพื่อนคนสนิท ยังบอกว่า หลังจากนี้ นายพุฒน์คงจะไม่ติดใจหรือดำเนินการใดๆ แล้ว อยากปล่อยไปไม่อยากคิดอะไรแล้ว ซึ่งในฐานะฝ่ายชายคงจะไม่ทำร้ายฝ่ายหญิงไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เจ้าตัวก็ปิดเครื่องเปลี่ยนเบอร์ รวมถึงปิดเฟซบุ๊กไปแล้ว พร้อมยอมรับว่า นายพุฒน์ไม่ใช่คนโดนโกง จึงไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความดำเนินคดีใดๆ แต่คนที่โดนโกง คือ กรณีกระเป๋าราคาแพง ก็ได้เข้าไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อนคนสนิทยังยืนยันว่า ทั้งคู่รักกันเพื่อนก็รู้ แต่เรื่องส่วนที่ที่หย่าร้างกันไม่ทราบ แต่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ก็มีนิสัยใจดี เป็นคนน่ารัก

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ บอกว่า ถ้าหากฝ่ายชายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายจากข้อมูลเท็จที่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เหล่านั้น สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่เกิดเรื่อง โดยสามารถดำเนินคดีกับฝ่ายหญิงในข้อหา หมิ่นประมาทหรือมีการใส่ร้าย ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 326, 328 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท แต่ทั้งนี้ กฏหมายได้ยกเว้นกรณีหากเอาผิดในข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว จะไม่สามารถดำเนินคดีเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้

ดังนั้น ทนายรณณรงค์ จึงฝากถึงประชาชนให้ระมัดระวัง กรณีการโพสต์ข้อความส่วนตัว เรื่องสามีภรรยา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคม หากพาดพิงหรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย จะถูกดำเนินคดี ดังนั้นควรระมัดระวังหรือเลือกจะไม่นำเข้าข้อมูลจะดีกว่า

keyboard_arrow_up