หมอโต้ เก็บเงินค่าจานแตก 3.5 หมื่น แฉมีคลิปหยิบของ เจ้าตัวปัดไม่จริง ลาออกขอจบปัญหา (คลิป)

กรณีเพจเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์เรื่องราวของลูกจ้างของคลินิกแห่งหนึ่ง ทำจานของชำร่วยแตก ซึ่งนายจ้างปรับเป็นเงินสามหมื่นห้าพันบาท โดยหักจากเงินเดือน เดือนละ 5,000 บาท จนกว่าจะครบนั้น

นางสาวบี (นามสมมติ) ลูกจ้างคลินิกที่ทำจานแตก ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

วันนี้ (3 มิ.ย. 61) นางสาวบี (นามสมมติ) ลูกจ้างคลินิกที่ทำจานแตก เล่าว่า ตนทำงานที่คลินิกแห่งนี้มาเกือบ 2 ปี และคุณหมอให้นำจานที่ระลึกมูลค่าชุดละ 70,000 บาท ไปใช้งาน สำหรับบริการลูกค้าภายในคลินิก แต่ตนเองเผลอทำจานแตกเสียหายไป 1 ใบ จึงต้องชดใช้เพียง 35,000 บาท และได้ทำข้อตกลงชดใช้โดยหักจากเงินเดือน เดือนละ 5,000 บาท โดยหลังจากที่ทำแตก คลินิกให้ตนเองไปกดเงินสดจำนวน 5,000 บาท มาชดใช้ ตนก็ยอมทำตาม จากนั้นในวันต่อมาได้มีโทรศัพท์ตรงจากหมอเจ้าของคลินิคโทรมา โดยบอกให้กลับไปพูดคุยและเคลียร์ปัญหากัน พร้อมจะมีการคืนเงิน 5,000 บาทที่ได้จ่ายไป ตนเองก็ไม่ทราบว่าเหตุผลใดจึงคืนเงินให้ จากนั้นเพื่อแสดงความรับผิดชอบและเห็นใจทั้งสองฝ่ายตนเองจึงขอลาออกจากการเป็นพนักงาน แต่ภายหลังที่ลาออกแล้วเงิน 5,000 ที่จ่ายไปก็ไม่ได้คืนแต่อย่างใด

นางสาวบี ยอมรับว่า วันเกิดเหตุตนเองตกใจมาก ไม่คิดว่าจานนี้จะมีราคาสูงถึง 70,000 บาท แต่ก็ยอมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น และพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนการทำงานก็ยอมรับว่าทำงานตามปกติไม่ได้ละเลยหรือประมาทแต่อย่างใด  อีกทั้งยังตั้งข้อสงสัยว่าทำไมจานจีนใบนี้ถึงมีราคาแพงมาก เพราะจากที่ตัวเองไปสอบถามจากธนาคารแห่งหนึ่ง ที่มอบของที่ระลึกชิ้นนี้ให้แก่คลินิก ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าราคาเท่าไหร่ แต่เป็นของที่ระลึกที่มอบให้แก่คลินิกเท่านั้น

ภาพจานกระเบื้องที่แตก

นอกจากนี้ นางสาวบียังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ทางคลินิกกล่าวหาตนว่า ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เก็บรักษาทรัพย์สินบริษัท รวมถึงมีนิสัยลักเล็กขโมยน้อย ส่วนเรื่องยาที่คลินิกแจ้งว่า ตนเองไม่รักษาคุณภาพ ด้วยการทิ้งไว้นอกตู้เย็นนั้น ตนเองไม่เห็น เพราะมีน้องพนักงานอีกคนเป็นคนทำหน้าที่นั้น ส่วนกรณีเรื่องของการขโมยเงินลูกค้าหรือเงินคลินิกนั้น ตนเองขอชี้แจงว่า ไม่ได้นำเงินเหล่านั้นไป เพียงแค่มีการย้ายจุด จึงทำให้หาเงินไม่เจอก็เท่านั้นเอง เพราะวันต่อมา หลังจากร่วมกันหา ก็เจอเงินดังกล่าวแล้ว

ด้าน นายแพทย์อนันท์ เจ้าของคลินิก ชี้แจงว่า การเรียกเงินเป็นแค่อารมณ์ตกใจและด้วยความโกรธที่พนักงานทำงานพลาด แต่การเรียกเงินก็ไม่ได้สูงอย่างที่เป็นข่าว ตนเองเพียงให้เด็กนำเงินสด 5,000 บาท มาจากชดใช้เท่านั้น พอวันต่อมาก็ได้เรียกเด็กเข้ามาพูดคุยพร้อมจะคืนเงินให้ แต่เมื่อมาถึงเด็กกลับพูดว่า “ขอลาออก” ตนเองจึงโมโหและได้ริบเงินดังกล่าวไว้

นายแพทย์อนันท์ เจ้าของคลินิก ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์

นายแพทย์อนันท์ ยังบอกว่า เดิมเด็กคนนี้ เคยมาทำงานกับคลินิกตอนยังตั้งอยู่อีกที่หนึ่งแล้วลากออกไป จนล่าสุดตนเองเปิดคลินิกแห่งใหม่ เด็กคนดังกล่าวได้กลับมาขอสมัครงาน ตนจึงรับเด็กเข้ามาทำงานที่คลินิกอีกครั้ง แต่นิสัยใจคอของเด็กคนนี้เป็นคนชอบละเลยการปฏิบัติหน้าที่ บางครั้งก็ไม่รักษาคุณภาพยา ซึ่งยาบางชนิดจะต้องจัดเก็บในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำหรือในตู้เย็น แต่เด็กคนดังกล่าวกลับทิ้งยาเอาไว้ภายนอก จนทำให้ยาเสื่อมสภาพและใช้งานไม่ได้ซึ่งยาดังกล่าวก็มีมูลค่าเกือบ 20,000 บาท

อีกทั้งเด็กคนดังกล่าว ยังมีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อย ขโมยกระเป๋าตังค์ของลูกค้ารวมถึงเงินในลิ้นชักของคลินิก และก่อนหน้านี้ ครั้งที่ทำงานกับคลินิกเดิมเคยขโมยโทรศัพท์ของบริษัทไป จนมีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วครั้งหนึ่ง และทุกครั้งที่ทำผิด คลินิกก็ไม่ได้เอาผิดกับเด็กคนดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่ให้โอกาส หวังว่าจะกลับตัวกลับใจ จนล่าสุดมาทำจานจีนแตกแล้วขอลาออก ตนเองจึงไม่ชอบพฤติกรรมดังกล่าวจึงริบเงิน 5,000 บาทเอาไว้ เป็นค่าชดใช้ค่าเสียหาย และความผิดครั้งอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์อนันท์บอกว่า หลังจากที่มีการนำข้อมูลบิดเบือนไปโพสต์หรือนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์นั้น ตนเองตั้งใจจะเดินทางไปแจ้งความ แต่เปลี่ยนใจเพราะเกรงว่าจะกระทบต่อวิชาชีพ ดังนั้นเมื่อเด็กตัดสินใจลาออกแล้ว ก็ขอยุติเรื่องเพียงเท่านี้ และไม่ขอดำเนินคดีใดๆ อีก จะได้ไม่กระทบต่ออนาคตของเด็ก และล่าสุดได้โอนเงิน 5,000 บาทคืนให้แก่เด็กแล้ว

keyboard_arrow_up