ผับการันตี “กิ๊ฟ” ไม่เมา อึ้งถูกอุ้มไปโทรมสภาพหมดสติ (คลิป)

ความคืบหน้าของคดี 4 ผู้ต้องหาอุ้มสาวข่มขืน จนเสียชีวิต ล่าสุดวันนี้ (1 มิ.ย. 61) พ.ต.อ.เชษฐา กีชวรรณ์ ผกก.สภ.มะขาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 คนที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของกิ๊ฟ

3 ผู้ต้องสงสัย ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของกิ๊ฟ

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำ น.ส.แอร์ รุ่นพี่ที่ไปดื่มเหล้ากับผู้ตาย, สิริ หญิงสาวที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด และ น.ส.แพรว บุคคลที่มีคลิปเสียงหลุดออกมาว่าผู้ตายเสพยา พร้อมนำตัวแถลงข่าวที่ห้องประชุมชั้น 3 ที่ สภ.มะขาม จ.จันทบุรี

สิริ ผู้หญิงคนที่ปรากฏในคลิปจากกล้องวงจรปิด

สิริ หญิงสาวที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ยอมรับว่า ตนเองเป็นหญิงที่ปรากฏอยู่ในภาพกล้องวงจรปิด วันเกิดเหตุตนเห็นกิ๊ฟเข้ามายืนอยู่ที่โต๊ะของผู้ต้องหา ก่อนจะล้มลงหมดสติ แล้วเห็นทางกลุ่มผู้ต้องหาได้เข้าไปช่วยพยุง ตนจึงเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมตนคล้ายเดินนำทางกลุ่มผู้ต้องหาไปที่รถ ตนขอชี้แจงว่า ได้ถามกลุ่มผู้ต้องหาก่อนแล้วว่ารถจอดอยู่ที่ไหน ซึ่งทางผู้ต้องหาก็ชี้จุดที่รถจอด ตนจึงได้เดินไปเปิดท้ายกระบะให้ เพื่อพาตัวกิ๊ฟขึ้นท้ายรถกระบะไป ขณะนั้นกิ๊ฟยังมีลมหายใจอยู่ ซึ่งหายใจแรงด้วย

จากนั้นตนเดินมาตามเจ้าของรถ ซึ่งท่าทีของเจ้าของรถตอนนั้นเมา แต่มีสติอยู่ และเมื่อมาถึงที่รถ ผู้ต้องหาก็อาเจียนท้ายรถกระบะ จากการสอบถาม ผู้ต้องหาได้บอกตนว่า ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้กิ๊ฟ เนื่องจากเห็นเสื้อผ้าของกิ๊ฟไม่เรียบร้อย ซึ่งเท่าทีตนสังเกตว่าคนที่ออกมาจากผับที่เป็นเพื่อนกับทางกลุ่มผู้ต้องหา ออกมาด้วยกันประมาณ 5-6 คน อย่างไรก็ตาม สิริ ยืนยันว่า ตนไม่รู้จักกับกิ๊ฟ แต่ทางผู้ต้องหานั้น ตนรู้จักเพียงบางคน และไม่ได้คิดที่จะให้ทางกลุ่มผู้ต้องหา ทำกับกิ๊ฟเช่นนั้น ตนมีเจตนาแค่อยากจะช่วยเหลือเท่านั้น

น.ส.แอร์ เพื่อนรุ่นพี่คนสนิทของกิ๊ฟ

นอกจากนี้ น.ส.แอร์ รุ่นพี่ของกิ๊ฟ เปิดเผยว่า ท่าทีของกิ๊ฟขณะอยู่ที่ผับ ไม่ได้มีอาการมึนเมาสุรามาก ถึงขั้นไม่มีสติ พร้อมยืนยันคำเดิมว่า ตนไม่รู้จักกับทางกลุ่มผู้ต้องหาอย่างแน่นอน ซึ่งตนและกิ๊ฟไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันด้วย แต่ขณะนี้ตนไม่อยากอธิบายอะไรกับทางสื่อสังคมออนไลน์ เพราะตนคงอธิบายไม่ไหว ตนขอให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ซึ่งในวันเกิดเหตุ ที่ตนไม่ได้อยู่กับกิ๊ฟ เพราะถ้าไปผับกันเป็นปกติ ตนมักจะขอตัวแยกย้ายกลับก่อนเสมอ พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่ได้รู้จักกับทางผู้ต้องหา ที่ทักแชทเฟซบุ๊กมาอย่างแน่นอน และไม่ได้มีการลบข้อความแชทออกแต่อย่างใด

แพรว บุคคลในคลิปเสียง

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับ แพรว บุคคลในคลิปเสียง ระบุว่า ตนรู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหาบางคน แต่ไม่ได้รู้จักกับ กิ๊ฟ ส่วนเรื่องคลิปเสียงที่หลุดออกไปนั้น เป็นคลิปที่ตนได้มีการสนทนากับเพื่อนที่ตนไว้ใจ ซึ่งถือเป็นการพูดคุยกันเล่น ๆ แต่ตนยอมรับว่าเป็นคนพูดแรง ส่วนสาเหตุที่มีการพูดเรื่องการเสพสารเสพติด เพราะตนได้ยินมาจากบุคคลอื่น ซึ่งตนไม่คาดคิดมาก่อนว่า คนที่ตนไว้ใจจะมาทำเช่นนี้ และที่เห็นตนออกมาโพสต์ในลักษณะที่เหมือนช่วยฝั่งผู้ต้องหานั้น เพราะตนคิดว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหาไม่น่าจะมีอุปนิสัยเช่นนั้น เพราะนิสัยของผู้ต้องหาบางรายก็มีนิสัยดี

อย่างไรก็ตาม แพรว พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนไม่ทราบเช่นกันว่าคนที่นำคลิปเสียงของตนมาโพสต์ ทำประจานเพื่ออะไร แต่ยอมรับว่า คนรุมด่าตนมีมาก จนตนไม่มีที่ยืน ซึ่งตนมองว่าทำไมตนจึงถูกสังคมด่ามากกว่าคนที่ถูกจับกุม แล้วโจมตีตนเพียงแค่คนเดียว

ตำรวจแถลงผลการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง

ซึ่งจากการสอบสวนทางคดี ตำรวจระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับมีพิรุธหลายอย่าง จึงได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พบถุงยางอนามัยจำนวน 2 ชิ้น ที่ยังไม่ได้ใช้งาน ตกอยู่บริเวณข้างบ้าน หลังจากนั้น ได้มีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผู้ต้องหารายหนึ่ง ยอมรับสารภาพว่ากระทำชำเรากิ๊ฟจริง ส่วนถุงยางอนามัยที่ตำรวจพบ เจ้าตัวเป็นคนโยนออกออกนอกหน้าต่าง พร้อมอ้างว่า ขณะนั้นกิ๊ฟยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นหลับนอนไป ก่อนจะพบว่ากิ๊ฟเสียชีวิต

ซึ่งในชั้นจับกุมทางผู้ต้องหา 3 คนให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง แต่ทางผู้สนับสนุนการก่อเหตุอีก 1 ราย ที่เป็นเจ้าของรถให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า ดื่มสุราเมามาในรถและไม่ทราบรายละเอียดในส่วนใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเก็บรวบรวมหลักฐานทุกอย่างที่เรียบร้อยแล้ว

พ.ต.อ.เชษฐา กีชวรรณ์ ผกก.สภ.มะขาม

พ.ต.อ.เชษฐา ระบุว่า เรื่องเงินในบัญชีที่มียอดโอนเงินมาในจำนวนที่มาก ตำรวจตรวจสอบพบว่า ยายของกิ๊ฟได้นำสมุดบัญชีมาให้หนึ่งเล่มกับทางตำรวจ ซึ่งพบว่า ลักษณะบัญชีมีการเจาะเป็นการเลิกใช้บัญชี พบว่ายอดบัญชีไม่มี เนื่องจากมีการปิดบัญชีไปแล้ว แต่สำหรับยอดเงินที่เคลื่อนไหวในบัญชีมีจำนวนกว่าแสนบาทเพียงเท่านั้น

 

บ้านของนายปัฐวีร์ บุญธรรม หรือ ทีม หนึ่งในผู้ต้องหา

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของนายปัฐวีร์ บุญธรรม หรือ ทีม หนึ่งในผู้ต้องหา พบว่าวันนี้ประตูบ้านถูกเปิดทิ้งไว้ แต่เมื่อทีมข่าวตะโกนสอบถามกลับไม่มีบุคคลใดออกมาจากในบ้าน

บ้านของนายปัญญา จันสมดี หรือ วิว หนึ่งในผู้ต้องหา

หลังจากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของนายปัญญา จันสมดี หรือ วิว อายุ 18 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา พบว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น เมื่อทีมข่าวตะโกนเรียกก็ไม่มีบุคคลใดออกมา สอบถามชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงที่ไม่ขอให้ถ่ายภาพ และเมื่อทีมข่าวสอบถามถึงอุปนิสัยใจคอของนายวิว เพื่อนบ้าน บอกว่า ตนไม่ขอพูดถึงรายละเอียดในส่วนนี้

น.ส.เจน (นามสมมติ) เจ้าของร้านที่กิ๊ฟใช้บริการวันเกิดเหตุ เป็นร้านแรก

นอกจากนี้ ทีมข่าวเดินทางมาที่สถานบันเทิงแห่งแรก ที่กิ๊ฟมาใช้บริการ โดยน.ส.เจน (นามสมมติ) เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนได้มารับกิ๊ฟกับกลุ่มเพื่อนที่มาเที่ยว ซึ่งวันนั้นทางผู้เสียชีวิตเดินทางมากับผู้หญิงอีก 3 คน และทางพนักงานเสริฟของทางร้าน บอกตนว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตได้มาดื่มเบียร์กัน หลังจากนั้น ตนไม่ได้สังเกตทางลูกค้ากลุ่มนี้ ก่อนที่จะตนเดินทางออกไปทำธุระด้านนอก ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านใกล้จะปิด จึงไม่ทราบว่าทางกลุ่มผู้เสียชีวิตเดินทางกลับกี่โมง ทั้งนี้ พนักงานเสริฟให้ข้อมูลตนว่า เท่าที่สังเกตพบว่ากิ๊ฟและกลุ่มเพื่อน ไม่ได้มีท่าทีเมาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ น.ส.เจน ระบุว่า ตนไม่ทราบว่าทางกลุ่มผู้เสียชีวิตมาที่ร้านบ่อยหรือไม่ และในส่วนกลุ่มผู้ต้องหา ก็ไม่น่าจะเคยเดินทางมาที่ผับแห่งนี้ เพราะร้านของตนเพิ่งเปิดให้บริการได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ประกอบที่ร้านยังไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด จึงไม่มีภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม หลังจากทราบข่าว ตนรู้สึกตกใจ และขนลุกที่มีคนทักมาบอกว่า คนที่มานั่งดื่มที่ร้านตนได้เสียชีวิตแล้ว ประกอบกับทราบว่าเป็นเรื่องอุ้มฆ่า ก็ยิ่งรู้สึกตกใจกว่าเดิม

keyboard_arrow_up