ขยายผล ‘โรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์’ ส่อเลี่ยงภาษี-จนท.หากรู้เห็น โทษหนักจำคุก 10 ปี

เจ้าหน้าที่ตรวจค้นโรงงานลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ แปรรูปในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง จากการขยายผลต่อจากการตรวจค้นตู้สินค้าร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมศุลกากร ที่ท่าเรือแหลมฉบังเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มเติม สั่งปิด! “พล.ต.อ.วิระชัย” บุกตรวจโรงงานคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์เมืองแปดริ้ว)

พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กรมโรงงาน ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ตรวจค้นโรงงานที่ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มาแปรรูป โดยวิธีการสำแดงเท็จว่าเป็นเศษพลาสติก พบการกระทำความผิดหลายอย่าง ทั้งสำแดงสินค้าผิดประเภท และพบพิรุธในการเลี่ยงภาษี ทำให้เจ้าหน้าที่ ต้องตรวจสอบย้อนหลังว่ามีการจ่ายภาษีให้กับรัฐตรงตามความเป็นจริงหรือไม่ หากพบจะดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้น 
นอกจากนี้ต้องมีการสอบพบว่าการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดเงื่อนไข มีเจ้าหน้าที่คนใดรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ถ้าหากพบก็จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ขณะเดียวกันจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เป็นการใช้บทหนัก ดำเนินคดีอาญามีโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จะไม่ใช้การเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายของศุลกากรเหมือนที่ผ่านมา ล่าสุดสั่งพักใบอนุญาตโรงงานที่ลักลอบนำเข้าเผาหลอมทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผิดกฎหมายไปแล้ว 4 แห่ง

ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาจะหารือกับกรมศุลกากร ในเรื่องของเอกสารการแจ้งรายการนำเข้าว่า ชิ้นส่วนประเภทใดเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายตามกฎหมาย ซึ่งกรมโรงงาน จะส่งข้อมูลบริษัทที่มีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ศุลกากรไปเฝ้าระวัง เพื่อให้ช่วยคัดกรองการลักลอบนำเข้า และป้องกันการสำแดงนำเข้าอันเป็นเท็จ

ขณะเดียวกันกรมควบคุมมลพิษจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหาสารปนเปื้อน เก็บตัวอย่างตรวจสอบโดยเฉพาะแหล่งน้ำ ที่อยู่รอบ ๆ โรงงานขยะทั้งหมด ว่าต้นตอเกิดจากโรงงานปล่อยสารพิษ สารอันตรายลงสู่แหล่งน้ำหรือไม่ หากพบว่าปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมในแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ จะประเมินมูลค่าความเสียหายและพิจารณาเอาผิดกับโรงงานดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมายเพิ่มเติม

keyboard_arrow_up