น้า “น้องกิ๊ฟ” ชี้ รุ่นพี่พิรุธ อ้างหลับฟังไม่ขึ้น หวังรอดตัว ปัดพี้แต่ถูกวางยาพาไปโทรม (คลิป)

จากกรณีการเสียชีวิตของกิ๊ฟ สาววัย 21 ปี ที่ จ.จันทบุรี ที่ภาพกล้องวงจรปิดของผับแห่งหนึ่งสามารถจับภาพกลุ่มผู้ต้องหาอุ้มหญิงสาวออกมาในสภาพไร้สติ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 61 ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย และวันนี้ (31 พ.ค. 61) ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและส่งฝากขังที่ศาลแล้ว

รายการต่างคนต่างคิด

โดยรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ นางจินตนา คีรี น้าสาวของผู้เสียชีวิต, นางสาวแพรวพรรณ ทิวพุ่มพฤกษ์ ญาติผู้เสียชีวิต, นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และพ.ต.อ.เชษฐา กีชวรรณ์
ผู้กำกับการ สภ.มะขาม จ.จันทบุรี ร่วมพูดคุยในรายการ

โดนจินตนาบอกว่า ไม่เคยรู้จักกลุ่มผู้ต้องหามาก่อน ตนมารู้ว่ากิ๊ฟเสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 27 พ.ค. หลังคืนที่เกิดเหตุ โดยนายหนุ่ย แฟนของกิ๊ฟไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน เพราะติดงาน ซึ่งเดิมทีนายหนุ่ยก็ไม่อยากให้กิ๊ฟไป แต่กิ๊ฟบอกว่าขอไปอีกครั้งเดียวและจะไม่ไปอีกแล้ว หนุ่ยจึงอนุญาตให้ไป ซึ่งตนคิดว่าคำพูดของกิ๊ฟคล้ายกับเป็นลางบอกเหตุ และญาติๆ ไม่คิดว่าหนุ่ยจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์นี้ เพราะจนถึงตอนนี้เขายังคงร้องไห้เสียใจตลอด

นางจินตนา คีรี น้าสาวของผู้เสียชีวิต และนางสาวแพรวพรรณ ทิวพุ่มพฤกษ์ ญาติผู้เสียชีวิต

โดยครอบครัวกิ๊ฟ เล่าต่อว่า ในคืนวันนั้นเพื่อนรุ่นพี่ของกิ๊ฟ ที่ชื่อว่า “แอร์” เป็นคนมารับกิ๊ฟไปเที่ยว และวันทำแผนครอบครัวก็เห็นแอร์ไปดูและไลฟ์เฟซบุ๊กด้วย ซึ่งแพรวพรรณทักแชทเฟซบุ๊กไปถามแอร์ว่ารู้จักหรือสนิทกับกิ๊ฟแค่ไหน ไปผับคืนนั้นด้วยกันหรือไม่ ทำให้ทราบว่า แอร์แยกกับกิ๊ปฟตอนตี 1 แต่เมื่อถามว่าแยกไปไหน ทำไมไม่กลับด้วยกัน เขาก็ไม่ตอบข้อความอีกเลย โดยยอมรับว่าสงสัยว่าแอร์จะมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้หรือไม่ โดยจินตนายอมรับด้วยว่า ปกติกิ๊ฟเป็นคนดื่ม แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าเมาจนสลบไปแบบในคลิป จึงเชื่อว่าอาจจะเป็นการวางยา พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าผู้ชายกลุ่มนี้ สามารถอุ้มหญิงสาวในสภาพแบบนั้นผ่านผู้คนมากมายไปได้อย่างไร และมีการวางแผนกันมาก่อนหรือไม่

น้าสาวของผู้เสียชีวิตยังบอกอีกว่า ครอบครัวไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะมีเพียงแค่ 4 คน ซึ่งตำรวจเองก็บอกตนว่าน่าจะมีมากกว่านั้น แต่อยู่ระหว่างการสืบสวน ส่วนกระแสข่าวบอกว่ากิ๊ฟน็อกยาลดความอ้วน จินตนายืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าเป็นเพราะยาดังกล่าว ก็น่าจะมีอาการเตือนมาก่อนหน้านั้น แต่ยอมรับว่าตนเองไม่ทราบว่ากิ๊ฟกินยาลดความอ้วนจริงหรือไม่

แอร์ เพื่อนของกิ๊ฟ ให้สัมภาษณ์ในรายการผ่านทางโทรศัพท์

ด้าน แอร์ เพื่อนรุ่นพี่ของกิ๊ฟ เปิดเผยว่า ในคืนวันที่ 26พ.ค. พวกตนไปด้วยกัน 4 คน โดยอีก 2 คนเป็นพี่สาวของตน ในผับแรกที่ไป ตนเห็นว่ากิ๊ฟก็ยังปกติ ไม่มีอาการเมา เพราะยังดื่มไม่มาก หลังจากนั้นกิ๊ฟเป็นคนขอให้พาไปต่อที่ผับแห่งที่ 2 เมื่อไปถึง พี่สาว 1 คนขอแยกไปนั่งโต๊ะเพื่อน หลังจากนั้นกิ๊ฟก็ปลีกตัวไปโต๊ะเพื่อนสลับกับกลับมานั่งโต๊ะตัวเองบ้าง แต่ตนไม่เห็นว่ากิ๊ฟไปที่โต๊ะไหน ซึ่งครั้งสุดท้ายกิ๊ฟเดินกลับมาที่โต๊ะตอน 01.55 น. สภาพก็ยังไม่เมา ตนจึงบอกกิ๊ฟว่าให้อยู่ที่โต๊ะ ห้ามไปไหน ส่วนตนจะออกไปข้างนอก หลังจากนั้นเวลาประมาณตี 2 ตนก็ทักแชทไปว่ามารอที่รถ แต่กิ๊ฟไม่ตอบกลับ ส่วนตนก็เผลอหลับไป

โดยแอร์ยืนยันว่า ไม่รู้จักกลุ่มผู้ต้องหา ตัวเองไม่ใช่นกต่อ วันที่ทำแผนตนไปไลฟ์เฟซบุ๊ก แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปอธิบายกับครอบครัว เพราะเคยชี้แจงกับพี่ชายและอาของกิ๊ฟไปบ้างแล้ว ตนรู้ว่าครอบครัวสงสัยตัวเอง โดยแอร์ได้ร่ำไห้สะอื้นพร้อมกับบอกว่า ตัวเองรู้สึกผิดที่พากิ๊ฟไปเที่ยว ขณะที่น้าสาวของกิฟบอกว่า ตนไม่ต้องการจะคุยอะไรกับแอร์อีก เพราะกิ๊ฟได้ตายไปแล้ว

ขณะที่แอร์เล่าต่อว่า สาเหตุที่ตนขับรถกลับออกมาเลย โดยไม่ได้เข้าไปตามกิ๊ฟ เพราะปกติเที่ยวพวกด้วยกันและแยกกันกลับทุกครั้ง และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ กิ๊ฟไม่เคยบอกว่ากินยาลดความอ้วน แต่เคยบอกว่ากินยาแก้ปวดเมื่อยเพราะต้องยืนทำงานนาน ไม่เคยเห็นว่ากิ๊ฟไปยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ตลอดเวลาที่ไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้งก็ไม่เคยเห็นกิ๊ฟเมาสภาพเป็นแบบนั้น และไม่เชื่อว่ากิ๊ฟกินเหล้าจนเมา

ด้านทนายรณณรงค์กล่าวว่า กรณีของแอร์ หากมารับไปเที่ยวและแยกย้ายกันกลับก็ไม่มีความผิด เว้นแต่ว่าจะมีหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีส่วนรู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหาบางคน ส่วนผู้ต้องหา 1 ใน 4 คน ที่อ้างว่าตัวเองแค่ยืนดู ไม่มีส่วนรู้เห็น ซึ่งทนายยืนยันว่า คดีนี้แค่ยืนดูเฉย ๆ ก็มีความผิดแล้ว

พ.ต.อ.เชษฐา กีชวรรณ์ ผู้กำกับการ สภ.มะขาม ให้สัมภาษณ์ในรายการผ่านทางโทรศัพท์

ด้าน ผู้กำกับการ สภ.มะขาม ยืนยันว่า ถ้าหลังจากนี้สืบสวนจนทราบว่าเกี่ยวข้องผู้ใดอีก ก็ดำเนินคดีทั้งหมด ซึ่งวันที่ 27 พ.ค. ได้รับแจ้งจาก 1 ในผู้ต้องว่าพบศพ โดยอ้างว่าพาหญิงสาวมาจากสถานบริการด้วยกัน แล้วต่างคนต่างนอนหลับไป ก่อนจะตื่นมาพบว่าหญิงสาวตายแล้ว ซึ่งตนมองว่ามีพิรุธหลายอย่าง และพบหลักฐานสำคัญ 2 อย่างในที่เกิดเหตุ นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 4 คน ส่วนสาเหตุที่กลุ่มชายผู้ต้องหาสามารถิุ้มหญิงสาวออกมาจากร้านได้อย่างไม่มีข้อสงสัย ตนสอบถามพนักงานร้าน ซึ่งต่างบอกว่าคิดว่ามาด้วยกัน ส่วนผู้หญิงอีกหนึ่งคนในคลิป สอบปากคำแล้วว่ารู้จักกับหนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเพียงการนำกระเป๋าของผู้เสียชีวิตที่ตกอยู่ตามมาคืนให้ที่รถ และตัวเองก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

คลิปเสียงที่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของกิ๊ฟ เกี่ยวกับยาเสพติด

นอกจากนี้ โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเสียงหญิงสาวรายหนึ่งที่ระบุว่า ผู้ตายเสียชีวิตเพราะน็อกยา แต่เพื่อนไม่รู้ว่าผู้ตายเสพยา พอเห็นว่าผู้ตายสลบไปจึงทิ้งไว้ในผับ เพราะไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ไหน ถ้าเอาไปด้วยก็ดีแล้ว เสื_กตายเอง

ด้าน จินตนา คีรี น้าสาวของกิ๊ฟ เปิดเผยหลังให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคนต่างคิดถึงกรณีนี้ว่า ตนนั้นไม่เชื่อ เนื่องจากรู้ว่าหลานไม่ได้เล่นยาและจากคลิปกล้องวงจรปิดนั้นก็จะเห็นว่าถ้าน็อกยาจริง ๆ เขาคงจะเสียชีวิตตรงนั้น หรือว่าจะมีอาการออกมาให้เห็นมากกว่านั้น ไม่ใช่ว่าฟุบไปเลยเหมือนคนโดนยาสลบ และน้องก็ไม่ได้มีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

จินตนา คีรี น้าสาวของกิ๊ฟ

ส่วนประเด็นที่แอร์ เพื่อนของกิ๊ฟ บอกว่าตัวเองไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิต คุณจิตนา ระบุว่า ตนนั้นไม่เชื่อ เพราะมีหลายอย่างที่สงสัย ซึ่งเขาก็ไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้งแล้วทำไมครั้งนี้แอร์ถึงได้เลือกที่จะปลีกตัวออกไป และจากคำพูดที่บอกว่าไปนอนในรถนั้นมันก็เป็นเพียงคำพูดของคนที่อยากเอาตัวรอด ทั้งนี้ ตนก็คิดว่าการที่แอร์พาไปนั้น ทำไมแอร์ไม่พากลับมาด้วย แม้กระทั่งจะตามหาน้องกิ๊ฟเขาก็ยังไม่ทำ

ส่วนในเรื่องของผลการชันสูตร หรือผลการสอบสวน ถ้าออกมาแล้วรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนก็จะเดินหน้าเรียกร้องหาความยุติธรรมต่อไป และอาจยื่นเรื่องถึงศูนย์ดำรงธรรม ให้เข้ามาช่วยเหลือ ดูแลให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามขณะนี้ ยังต้องรอผลการชันสูตรศพ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียก่อน

นายยสุตมา ไพศาล อายุ 21 ปี เพื่อนของน้องกิ๊ฟ

ด้าน นายยสุตมา ไพศาล อายุ 21 ปี เพื่อนของน้องกิ๊ฟ เปิดเผยว่า ตนเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของกิ๊ฟ กิ๊ฟเป็นคนจิตใจดี ไม่มีพิษมีภัยกับใคร และทราบว่ากิ๊ฟเริ่มเที่ยวกลางคืนช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะมีเรื่องเครียด
วันเกิดเหตุที่กิ๊ฟไปเที่ยว ตนไม่ทราบเรื่อง เพราะอยู่คนละที่ ตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนกิ๊ฟอยู่ที่ จ.จันทบุรี จนตนมาทราบข่าวการเสียชีวิตของเพื่อน ก็ตกใจเป็นอย่างมาก และได้เห็นสภาพศพจากภาพที่ส่งมา พบว่าน้ำลายฟูมปาก มีรอยช้ำตามแขนและหลัง จึงคิดว่าไม่น่าจะตายโดยธรรมชาติ เพราะตนเคยเรียนผู้ช่วยพยาบาลมา จึงวิเคราะห์ได้

ส่วนกลุ่มผู้ต้องหา ตนก็ไม่รู้จัก และไม่แน่ใจว่ากิ๊ฟรู้จักหรือไม่ โดยกลุ่มเพื่อนที่กิ๊ฟไปด้วย ทราบว่ามี 3 คน แต่ตนรู้จักคนเดียว คือแอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนมัธยมด้วยกัน แต่ยังไม่ได้สอบถามเรื่องจากแอร์ ซึ่งตนก็ยังติดใจว่า เพื่อนตายด้วยสาเหตุใด แต่มั่นใจว่าไม่ได้ตายด้วยตัวเอง หรือยาลดความอ้วนแน่นอน ทั้งนี้ ยอมรับว่ากิ๊ฟเคยทานยาลดน้ำหนักจริง แต่ไม่ทราบว่าปัจจุบันยังกินอยู่หรือไม่ และช่วงที่กินยาจะกินแค่ช่วงเช้า จึงเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่ผลของยาจะทำให้น็อกช่วงกลางคืน ยืนยันว่าเพื่อนไม่เคยใช้สารเสพติด ทั้งนี้ ตนและกลุ่มเพื่อนได้รวมตัวกัน เพื่อทวงความยุติธรรมให้เพื่อน และไม่อยากให้เพื่อนตายฟรี เชื่อว่ายังมีคนอื่นร่วมก่อเหตุที่ยังไม่ถูกจับกุมอีก

keyboard_arrow_up