ร้านนวด “มหา” ใกล้วัดดัง ปัดส่งสีกานวดพระผู้ใหญ่ ไม่เกี่ยวปมเงินทอน ใช้ทุนตัวสร้าง (คลิป)

จากกรณีการจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ กรณีเงินทอนวัด ซึ่งมีพระจาก 3 วัดดังเกี่ยวข้องด้วย (อ่าน : เรือนจำส่งนักจิตวิทยาคุย “อดีตพระพรหมสิทธิ” หลังเครียดจัด – ยัน ยังไม่ได้ประกันตัว) นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่ามีพระผู้ใหญ่ที่ถูกคุมตัวบางรูป เคยมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับสีกา

ร้านนวดแผนไทยบริเวณใกล้เคียงกับวัดสามพระยาฯ

วันนี้ (31 พ.ค. 61) ทีมข่าวเดินทางมาที่วัดสามพระยาวรวิหาร ซึ่งมีพระชั้นผู้ใหญ่ 2 รูป ที่ถูกคุมตัวกรณีนี้ โดยทีมข่าวลงสำรวจร้านนวดแผนไทยบริเวณใกล้เคียงกับวัด พบมีอยู่หลายร้าน คาดว่าอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ถนนข้าวสาร โดยส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าแถวนี้ต่างชาติสัญจรผ่านมาก ส่วนใหญ่ลูกค้าจะมีเพียงต่างชาติ ส่วนคนไทยจะเป็นลูกค้าประจำ

ทีมข่าว สอบถามร้านนวดแผนไทยบริเวณใกล้เคียงกับวัดสามพระยาฯ

ทั้งนี้ทีมข่าวลองเข้าไปสอบถามร้านนวดอยู่ร้านหนึ่ง ให้ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องสีการ้านนวดกับพระ ระบุเคยได้ยินชาวบ้านพูดกันเรื่องที่มีพระมาเปิดร้านนวดให้กับสีกา โดยระบุว่าร้านอยู่ห่างจากหน้าวัดไม่กี่เมตร แต่ยืนยันร้านตนไม่เกี่ยวข้องด้วย โดยร้านที่เปิดเป็นร้านนวดแผนไทย อยู่ในอาคารพาณิชย์ ซึ่งมีข้อมูลว่า “มหา” เป็นผู้เปิดร้านให้ แต่ตนก็ไม่มั่นใจว่ามหาใช่พระหรือไม่

เจ้าของร้านนวดแผนไทย พูดคุยกับทีมข่าว

จากนั้นทีมข่าวเดินทางต่อไปยังร้านนวดดังกล่าว เป็นร้านนวดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัด โดยเจ้าของร้านนวดให้ข้อมูลว่า ตนกับภรรยาเปิดร้านนวดที่ละแวกวัดจริง โดยไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกรณีที่วัดกำลังมีปัญหา อีกทั้งเงินที่นำมาเปิดร้านก็เป็นเงินของตน ส่วนเรื่องที่คนเรียกว่า ”มหา” มาเปิดร้านนั้น ยอมรับตนเป็นมหาจริง โดยตนเคยบวชเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งบวชอยู่5พรรษา จนกระทั้งสอบเปรียญ 5 ประโยคได้ คนจึงเรียกตนว่าเป็นมหา

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวยังตระเวรสอบถามร้านนวดร้านอื่นๆ ต่างระบุว่า หากร้านที่มีการเกี่ยวพันกับวัด มีเพียงร้านนี้เท่านั้น เนื่องจากเจ้าของทำงานอยู่ที่วัด ส่วนเรื่องสีกามีการเข้าไปยุ่งกับพระ กรณีนี้ตนไม่เคยได้ยิน

พลตำรวจตรีกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป.

พลตำรวจตรีกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เปิดเผย ความคืบหน้าการสืบสวนดำเนินคดีคดีทุจริตเงินทอนวัดว่า ขณะนี้ ปปป. อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งต้องรอให้พันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. เข้าร้องทุกข์กับ ปปป. ให้ชัดเจนก่อน พร้อมได้มีการประสานข้อมูลกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาโดยตลอด คดีนี้อาจยังไม่ใช่ล็อตสุดท้ายที่จะมีผู้ถูกดำเนินคดี เพราะ ปปป. ยังคงเดินหน้าตรวจสอบจนกว่าจะไม่พบวัดที่กระทำความผิด

keyboard_arrow_up