“อ.ปิง” ชี้ ระบบ TCAS ดี แต่ควรแก้ปมกั๊กสิทธิ์ มองไม่เป็นธรรม ห่วงเด็กต้องรออย่างทรมาน (คลิป)

ภายหลังจากเกิดกระแสดราม่าวงการการศึกษาของไทย เกี่ยวกับระบบที่ใช้ในการคัดเลือกการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2561 ชื่อว่า Thai University Central Admission System หรือ TCAS 61 ซึ่งเป็นระบบกลางในการจัดการการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แบ่งออกเป็น 5 รอบ ประกอบด้วย รอบที่ 1 รอบใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio), รอบที่ 2 รอบรับแบบโควตา, รอบที่ 3 รอบรับตรงร่วมกัน, รอบที่ 4 รอบแอดมิชชั่น และรอบที่ 5 รอบรับตรงอิสระ

การคัดเลือกการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบ TCAS ทั้ง 5 รอบ

ซึ่งแต่ละรอบก็จะมีเงื่อนไขที่ต่างกัน โดยถ้าสอบติดในรอบใดแล้ว ก็จะไม่สามารถสมัครในรอบต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ระบบดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่เริ่มลงทะเบียน ที่มีปัญหาระบบล่มหลายครั้ง นอกจากนี้ มีค่าใช้จ่ายในการสอบเข้ายังสูงกว่าระบบเดิม และมีนักเรียนหลายคนที่ยังไม่เข้าใจระบบ ซึ่งล่าสุดถูกมองว่าทำให้นักเรียนที่ได้คะแนนสูง สอบติดคณะที่เลือกไว้ทั้ง 4 อันดับ ซึ่งเป็นการกันที่นั่งสำหรับนักเรียนที่มีคะแนนคาบเกี่ยวกับเกณฑ์คะแนนของแต่ละคณะที่เลือกไว้ ทำให้ใครหลายคนพลาดโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้

โดยวันนี้ (30 พ.ค. 61) ที่ประชุมอธิการบดีเเห่งประเทศไทยได้เปิด Clearing house ของ TCAS ในรอบ 3 เป็นครั้งที่ 2 สำหรับผู้สละสิทธิ์การเลือกคณะในรอบแรก เพื่อแก้ปัญหาเด็กที่ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ที่ประชุมอธิการบดีเเห่งประเทศไทย

ขณะที่ อาจารย์ปิง เจริญศิริวัฒน์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาดาว้องก์ บอกว่า กรณีนี้ไม่ได้โทษที่เด็กเรียนเก่ง แต่ต้องกลับมาดูที่ระบบ เพราะระบบให้สิทธิ์คนคะแนนสูงได้ทั้งหมด โดยยกตัวอย่าง หากเด็กที่เลือกคณะแพทย์ 100 คนแรก เลือกคณะที่2 นิเทศ คณะที่3 บัญชี คณะที่4 รัฐศาสตร์ ปรากฎเมื่อประกาศผล เด็กกลุ่มนี้ติดทุกคณะ แน่นอนเด็กกลุ่มนี้เลือกเรียนแพทย์ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการนำระบบ Clearing House เข้ามาใช้ คือเมื่อเด็กยืนยันสิทธิ์หนึ่งแล้ว ก็จะต้องสละสิทธิ์ทุกสิทธิ์ ไม่สามารถยื่นได้อีก จึงทำให้อีก 3 คณะที่ติดมีที่นั่งว่างทั้งหมด

ดังนั้นจึงทำให้เป็นการไม่ยุติธรรมกับเด็กที่ต้องการเรียนคณะนิเทศ ที่ต้องติดในรอบนี้ แต่กลับไม่ติด แล้วอาจไปติดในคณะที่สำรองไว้ ซึ่งปัญหาที่ตามมาคือ ผู้ปกครองไม่เข้าใจ มีการต่อว่าเด็กๆ ความซวยจึงมาตกอยู่ที่เด็ก

อาจารย์ปิง เจริญศิริวัฒน์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาดาว้องก์

ทั้งนี้ อ.ปิง ระบุว่าการรอคอยสำหรับเด็กเป็นสิ่งที่ทรมาน ดังนั้นจึงมองว่าเป็นการไม่ยุติธรรมกับเด็ก ส่วนตัวมองต้องมีการปรับแก้ที่ระบบ ซึ่งตนคิดว่าไม่ควรให้สิทธิ์เด็กติดได้ทั้ง 4 คณะ แต่ต้องให้เด็กเลือกคณะที่อยากเข้ามาที่สุดเอาไว้อันดับที่ 1,2,3,4 ตามลำดับ และประกาศติดเพียงคณะเดียว แต่หากต้องการให้แจ้งผลคะแนนด้วยว่าติดกี่คณะ เพื่อเอาใบผลไปโชว์ ก็เพียงเพิ่มข้อความว่าติดทั้งหมด และมีสิทธิ์ได้เพียงคณะเดียว เพราะเลือกไว้แต่ต้นแล้ว ลักษณะนี้จะคล้ายกับรอบ 4 คือ รอบแอดมิชชั่น

ถึงแม้จะมีการเปิดClearing House รอบ2 ตนมองว่าเป็นเพียงการเยียวยาจิตใจเด็กเท่านั้น แต่ก็ยังคงใช้เกณฑ์เดิมในการคัดเลือก ดังนั้นเด็กกลุ่มที่อยู่อันดับต้นๆ ก็ติดก่อนเช่นเดิม และติดได้ถึง 4 คณะ ซึ่งเป็นการกันสิทธิ์คนอื่น

ทั้งนี้ อ.ปิง ระบุว่า ระบบนี้เป็นระบบที่ดีแล้ว ดีกว่าการให้เด็กไปวิ่งสอบตามมหาวิทยาลัยเองเหมือนที่ผ่านมา เพราะทำให้เด็กเหนื่อย ถึงจะมีจุดประสงค์ดี แต่ปฏิบัติแล้วมีปัญหาก็ต้องแก้ อ.ปิงระบุด้วยว่า “ถ้าความคิดมันใช้ได้ทั้งหมด ประเทศไทยพัฒนาไปนานแล้ว” คล้ายกับที่บอกว่า เด็กๆ ต้องอ่านหนังสือตลอด แต่เมื่อกลับมาดูทางปฏิบัติ คนเราไม่ได้มีสมองอย่างเดียว คนก็มีหัวใจ ก็ต้องมาปรับให้เข้ากับคนที่ใช้ด้วย อ.ปิง ยังฝากไปถึงผู้เกี่ยวข้องว่า หากจะมีการปรับใช้อะไรเกี่ยวกับการศึกษา ขอให้เชิญผู้ปกครองและนักเรียนผู้ที่ต้องใช้ระบบเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้การใช้งานออกมามีปัญหาน้อยที่สุด

keyboard_arrow_up