ชาวบ้านวอนจัดระเบียบต่างด้าว หลังพม่านับสิบรุมกระทืบ 2 หนุ่มไทยสาหัส (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์คลิปวีดีโอความยาวประมาณ 1.25 นาที โดยภายในคลิปมีกลุ่มชาวพม่ากว่า 10 คน รุมทำร้ายร่างกายหนุ่มชาวไทย 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าสถานีตำรวจชุมชนสระพัง ถนนสุวรรณดำริ ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา

วันนี้ (30 พ.ค 61) ทีมข่าวอมรินทร์ได้เดินทางมาบริเวณหน้าสถานีตำรวจชุมชนสระพัง ซึ่งเป็นจุดที่เกิดการทะเลาะวิวาท โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นถนนกว้างประมาณ 2 เลน มีรถสัญจรไป-มาตลอด ซึ่งบริเวณโดยรอบเป็นร้านขายของชำ เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามหลายๆ ร้านในย่านดังกล่าว ส่วนมากตอบเหมือนกันว่าไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ เพราะไม่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุ บ้างก็บอกว่าวันที่เกิดเหตุไปหาหมอ บ้างก็บอกว่าไม่ได้เปิดร้าน

ด้านนายบุญมี เทพพิทักษ์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านขายของชำฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนมาเปิดร้านขายของที่นี่เป็นเวลา 3 ปีแล้ว ไม่เคยมีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 พ.ค.61 ที่ผ่านมา มีเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงที่สุด ซึ่งในวันเกิดเหตุตนก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเริ่มแรกตนเห็นมีคนมาตั้งร้านบริเวณฝั่งตรงข้าม โดยจำหน่ายหมวกคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พนักงานโรงงานเลิกงานพอดี จึงเกิดการชุลมุน หลังจากนั้นก็มีพนักงานโรงงานสวมเสื้อสีเขียวมายืนขวางหน้าร้านเต็มไปหมด รวมทั้งมีเสียงเอะอะโวยวายคล้ายคนกะลังทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งตนก็ไม่ได้ออกไปดู เนื่องจากตนต้องระวังของในร้านสูญหาย

นายบุญมี เทพพิทักษ์ เจ้าของร้านขายของชำฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ

ด้าน น.ส.สุมณฑา ฤกษ์งาม อายุ 33 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ่นเมื่อไหร่ เพราะตนมาเห็นคลิปก็เป็นช่วงเย็นแล้ว ซึ่งเมื่อตนดูคลิปจบยอมรับว่าตอนนั้นโมโหจริงๆ เนื่องจากคุณเข้ามาอยู่ในบ้านเรา แต่กลับทำร้ายคนในบ้านเรา แต่เชื่อว่าหลักๆ แล้วน่าจะเกิดจากการกีดขวางการจราจร ซึ่งชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาจึงเข้ามาตักเตือนเท่านั้น

น.ส.สุมณฑา ฤกษ์งาม ชาวบ้านในพื้นที่

ซึ่งหลังจากนี้ไม่ว่าชาวไทย หรือพม่าก็สามารถอยู่รวมกันได้ และโรงงานแถวนี่ก็เปิดมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ไม่เคยมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น เพราะพวกเราต่างก็ช่วยเหลือเกื้อกูล และพึ่งพิงซึ่งกันและกันเสมอมา แต่กลุ่มคนดังกล่าวที่มาก่อความวุ่นวาย โดยอ้างตัวว่าเป็นกลุ่ม NGO

นอกจากนี้ตนมองว่าหลังจากนี้ควรจะมีการจัดระเบียบคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่ และการที่กลุ่มบุลคลอ้างว่าเป็น NGO มาอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วเกิดเรื่องกับประชาชนชาวพม่า อย่างแรกที่ต้องทำคือแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ก่อน เพื่อขอลงพื้นที่อย่างถูกต้อง ไม่ใช่ทำแบบนี้

keyboard_arrow_up