พศ.เข้ารายงาน ‘คดีเงินทอนวัด’ – รมต.สำนักนายกฯ ระบุให้ จนท.ดำเนินการตามหลักฐานที่มี

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าพบรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานการทำงาน และคดีเงินทอนวัดให้ทราบ ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการตามหลักฐาน และอำนาจที่มี

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสนห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. เดินทางเข้าพบ นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อรายงานการทำงานของ พศ.และความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวน เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสนห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ.

หลังเข้าพบ นายสุวพันธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีการหารือเรื่องที่ได้เนินการเรื่องทุจริตเงินทอนวัดไปแล้วในระยะที่ 1-3 ส่วนระยะที่ 4 ยังไม่มีการพูดคุยกัน ส่วนเรื่องหลักการและนโยบายได้ให้ ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ ปปป. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการไปตามหลักฐาน และอำนาจที่มี

นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับหน้าที่ของ พศ.จะมีหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และการกำชับการใช้งบประมาณปี 2561 เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ แต่ยืนยันว่า ระเบียบหลักเกณฑ์การใช้งบประมาณในระยะนี้ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ แต่หากมีความจำเป็นหรือพบจุดอ่อนก็จะให้เจ้าหน้าที่พิจารณาต่อไป

โดยขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลงบประมาณทั้ง 3 ส่วน คือ การบูรณะปฏิสังขรณ์ การเผยแผ่พุทธศาสนา และการศึกษา ซึ่งเจ้าหน้าที่มีหลักเกณฑ์ในการมอบเงินอุดหนุนอยู่แล้ว หากผลสอบสวนออกมา ทางตำรวจและเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. มีข้อเสนอแนะกลับเข้ามา ก็จะนำมาพิจารณาและทำให้รัดกุมมากขึ้น

ทั้งนี้ จากการพูดกับ พศ. เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ พศ.จังหวัด ที่ต้องทำงานร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และพระสังฆาธิการระดับบน หรือเจ้าคณะภาค ซึ่งสิ่งที่จำเป็นตอนนี้ คือ ทางพศ.จังหวัดจะต้องพิจารณาเรื่องการใช้งบประมาณและเงินอุดหนุนที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และทำงานร่วมกันเจ้าคณะจังหวัด-อำเภอที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพศ.มีการประชุมระดับผู้บริหารและคิดว่าเรื่องการจ่ายงบประมาณ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ส่วนเรื่องคดีและการสอบสวน ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินการ จึงขอให้ตำรวจดำเนินการทั้งหมดก่อน เพราะ พศ. มีหน้าที่เพียงสนับสนุนข้อมูล

ส่วนการประชุมมหาเถรสมาคม หรือ มส. ในวันนี้ นายสุวพันธ์ ปฏิเสธว่า ที่ประชุม มส.จะมีการนำคดีทุจริตเงินทอนวัดและการจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ต่างๆ มา โดยระบุสั้นๆ ว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน

ส่วนกรณีลูกศิษย์ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธอิสระ ไม่เห็นด้วยกับการจับกุม และจะไปยื่นเรื่องร้องเรียนตามสำนักงานต่างๆ นายสุวพันธ์ ตอบเพียงสั้นๆว่า ไม่เป็นไร

มีรายงานว่า การประชุมมหาเถรสมาคม ช่วงบ่ายวันนี้ นอกจากจะมีวาระที่สำนักเลขาธิการ มส.เสนอตามปกติแล้ว ยังมีการรายงานกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับอดีตพระผู้ใหญ่ในคดีฟอกเงิน ทุจริตงบอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ให้ที่ประชุมรับทราบ

ซึ่งทางพระเทพสุธี (สายชล ฐานวุฑฺโฒ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เจ้าคณะภาค 1 (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ) ในฐานะเจ้าคณะปกครองตามสายบังคับบัญชา เห็นชอบแต่งตั้งให้พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร แทนพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ซึ่งถูกควบคุมตัวเป็นผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด โดยจะรายงานความคืบหน้าทั้งหมดต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคมในวันนี้ เช่นกัน.

keyboard_arrow_up