ฉะกันยับ! เจ้าหนี้โชว์แผลถูกทืบบุกทวงหนี้ 500 แฉลูกหนี้เล่นยา – อีกฝ่ายโต้กลับก็พี้ด้วยกัน (คลิป)

จากกรณีเมื่อวานนี้ (28 พ.ค. 61) มีหญิงคนหนึ่งไปทวงเงินเพื่อนข้างห้องที่ยืมไป 500 บาท แต่กลับถูกลูกหนี้กระทืบจนเลือดโชก โดยมีวินมอเตอร์ไซค์พบเห็นในสภาพที่เต็มไปด้วยเลือด จึงเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้พาส่งโรงพยาบาล (ดูข่าว: สุดโหด! สาวใหญ่ทวงเงินคืนเพื่อนข้างห้อง หลังยืมไป 500 บาท โดนด่ากลับ ซ้ำถูกกระทืบหน้าเลือดอาบ)

นางนก (นามสมมติ) เข้าแจ้งความ ที่ สภ.เมืองชลบุรี

วันนี้ (29 พ.ค. 61) เวลาประมาณ 12.30 น. นางนก (นามสมมติ) เจ้าหนี้ผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณี ที่ สภ.เมืองชลบุรี แล้ว

ห้องเช่าที่เกิดเหตุ

จากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องเช่าเก่า ขนาดเล็กชั้นเดียว ประกอบด้วย 5 ห้องที่อยู่ติดกัน จุดเกิดเหตุเป็นบริเวณหน้าห้องแรกซึ่งเป็นห้องของคู่กรณี ส่วนห้องของผู้เสียหายคือห้องที่ 2 ที่อยู่ถัดไป

โดยนางนก เล่าว่า ตนย้ายมาอยู่ที่ห้องเช่าหลังนี้กับสามีและลูก 3 คน ได้ประมาณ 4 เดือน โดยตนเป็นแม่บ้าน สามีเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว ประกอบอาชีพเป็นคนงานในโรงงาน ส่วนคู่กรณีไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเนื่องจากเพิ่งย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ ได้เพียง 1 เดือนเศษเท่านั้น

นางนก (นามสมมติ) เจ้าหนี้ผู้เสียหาย

นางนก กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุได้ 2 วัน คู่กรณีได้มายืมเงินสามีตนไป 500 บาท โดยบอกว่าจะยืมเพียง 5 นาที แต่ตนเห็นว่าผ่านไป 2 วันแล้วยังไม่ได้เงินคืน ซึ่งตนจะต้องนำเงินจำนวนนั้นไปจ่ายเป็นค่าเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนของลูกคนเล็ก ซึ่งในวันที่เกิดเหตุ (28 พ.ค.) ตอนเช้าตนได้ไปดื่มสุราจนเมา ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น. ตนจึงตะโกนจากในห้องตนเองโดยตั้งใจให้คู่กรณีได้ยินว่า ให้คืนเงินได้แล้ว เพราะตนเอาให้ลูกไปโรงเรียน จากนั้นสักพักหนึ่งเมื่อเห็นว่าคู่กรณีไม่ตอบ ตนจึงเดินออกไปหน้าห้องของคู่กรณีและถามซ้ำ ก่อนที่คู่กรณีตะโกนถามกลับมาจากในห้องว่า มีปัญหาอะไรกับเงินแค่นี้ ตนจึงบอกว่าจะเอาให้ลูกไปโรงเรียน และบอกคู่กรณีไปว่าถ้าอยากได้เงินให้มายืมกับตน ไม่ใช่มายืมกับสามีตน

จากนั้นคู่กรณีก็เปิดประตูออกมาและถีบตนจนล้มลงไป แล้วก็กระทืบซ้ำ จนกระทั่งสามีตนที่หลับอยู่ได้ยินเสียงจึงออกมาช่วยห้ามปราม และจะขี่รถจักรยานยนต์พาตนไปส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางตนมีปากเสียงกับสามีเกี่ยวกับเรื่องเงิน 500 บาท ที่สามีให้คู่กรณียืมไป สามีจึงทิ้งตนกลางทาง ให้ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงพยาบาลแต่เพียงผู้เดียว ด้วยสภาพที่ปากฉีก มีเลือดเปื้อนบริเวณปากและไหลลงมาเปื้อนเสื้อและมีรอยฟกช้ำตามตัว

สภาพบาดแผลปัจจุบันของนางนก

ซึ่งขณะที่ถูกกระทืบนั้น นางนกบอกว่า ตนสู้ไม่ได้ เพราะตนเมาเหล้าด้วย แต่คู่กรณีเมายาเสพติด คนเมาเหล้าจะสู้คนเมายาได้อย่างไรเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รู้ได้อย่างไรว่าคู่กรณีเสพยาเสพติด เคยเห็นหรือไม่ นางนกไม่ตอบ เพียงแต่ส่ายศีรษะและกล่าวว่า “โอ๊ย ใคร ๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น” แต่เบื้องต้น ตนได้แจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกายเรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากนี้ เมื่อเงินเดือนของสามีออก ตนจะย้ายที่อยู่ใหม่ทันทีเพราะไม่อยากมีปัญหาอีก

ด้านนางพา (นามสมมติ) คู่กรณี กล่าวว่า ตนจะไม่กระทืบนางนกได้อย่างไร ในเมื่อนางนกเมาแล้วมาโวยวายหึงหวงสามีอยู่หน้าห้อง ตนยังไม่ทันได้พูดอะไร เพียงแค่เปิดประตูออกมาจากห้องก็โดนนางนกกระชากหัวแล้ว เมื่อกระชากมาตนก็ต้องป้องกันตัว ตนเลยต่อยหน้าไป ตนผิดตนไหน

นางพา (นามสมมติ) ลูกหนี้คู่กรณี

นางพา กล่าวต่อว่า นางนกมีนิสัยหึงหวงสามีมานานแล้ว หึงทุกวัน และไม่ได้เป็นเฉพาะกับตนเท่านั้น กับผู้หญิงห้องที่ 3 ก็หึงด้วย โดยนางนกมักจะมีปากเสียงกับสามีและมีการลงไม้ลงมือกัน ก่อนที่ตนจะกระทืบนางนกก็มีบาดแผลเก่าที่เกิดขึ้นจากการถูกสามีทำร้ายอยู่แล้ว แม้กระทั่งปากก็แตกมาอยู่แล้ว ตนเพียงแค่ซ้ำแผลเดิมเท่านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องเงิน 500 บาทที่มีการยืมไปนั้น นางพากล่าวว่าเรื่องเงินตนขอไม่ตอบ เพราะตนยืมสามีนางนก ไม่ได้ยืมนางนก และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะนางนก หึงสามี ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน

ส่วนกรณีที่นางนกอ้างว่าตนเสพยาเสพติดนั้น นางพากล่าวว่า “ก็เสพอยู่ด้วยกัน” โดยบางครั้งยังมีการมายืมเงินตนไปซื้อยาก่อน ซึ่งตนก็ไม่ว่า แม้กระทั่งลูกสาวคนโตของนางนกยังเคยสงสัยว่าแม่เข้ามาทำอะไรกับตนอยู่บ่อย ๆ ตนขอตอบตรงนี้เลยว่า “เข้ามาเสพยา จบมั้ยคะ” ส่วนเรื่องที่นางนกได้เข้าไปแจ้งความมาแล้ว นางพาบอกว่า ตนไม่ทราบเรื่อง และก็ไม่หลบหนีเพราะตนไม่ผิด เพียงแต่ป้องกันตัวเท่านั้น

ขณะที่ สามีของนางนก ยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุตนมีปากเสียงกับนางนกจริง มีการลงไม้ลงมือบ้าง แต่ก็เพียงแค่มีรอยฟกช้ำเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ถึงกับปากแตก ส่วนประเด็นที่นางพาอ้างว่านางนกไปเสพยาด้วยนั้น ตนไม่ทราบเพราะไม่เคยเห็น แต่ตนคิดว่าน่าจะเป็นการกล่าวอ้างของอีกฝ่ายมากกว่า

keyboard_arrow_up