ป้าหัวร้อนลั่น ไม่ให้ย้ายหมานับสิบ โชว์อาบน้ำอวดสะอาด คนทั้งซอยเอือมกลิ่นหึ่ง (คลิป)

จากกรณีเพื่อนบ้านร้องเรียนถึงวีรกรรมต่าง ๆ ของนางแสงระวี กัญใจรุ่งโรจน์ ที่พักอาศัยอยู่ในซอยโพธิ์ปั้น แยก 10 เขตดินแดง กรุงเทพฯ เช่น ปลูกต้นไม้ขวางเส้นทางสัญจรของผู้คนในซอย สาดน้ำสกปรกใส่เพื่อนบ้าน ทั้งยังเคยขู่จะเผาบ้าน รวมถึงนำท่อประปาไปตีรถยนต์จนเกิดความเสียหาย โดยวานนี้ (28 พ.ค. 61) เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาเจรจา พร้อมดำเนินการขนย้ายต้นไม้ที่วางยื่นออกจากตัวบ้านด้วย (อ่าน : ป้าหัวร้อนฟ้องเขตฯ ฉกกระถางซุกพระดี รับกลิ่นเหม็นฝังศพหมา – ข้างบ้านแฉปาผ้าอนามัย)

นางแสงระวี กัญใจรุ่งโรจน์ กำลังเก็บกวาดพื้นที่หน้าบ้าน

ล่าสุด วันนี้ (29 พ.ค. 61) ทีมข่าวเดินทางมาที่ซอยโพธิ์ปั้นแยก 10 อีกครั้ง พบว่า นางแสงระวี กัญใจรุ่งโรจน์ เจ้าของบ้านกำลังเก็บกวาดพื้นที่หน้าบ้าน และบริเวณที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตมาขนย้ายสิ่งของที่วางกีดขวางทางสาธารณะเมื่อวานนี้ โดยนางแสงระวี ระบุว่า หลังจากเจ้าหน้าที่มาขนย้ายสิ่งของไป ตนไม่ได้จะดำเนินการไปเอาคืน แต่ยืนยันว่าจะเอาเรื่องทางกฎหมายข้อหาลักทรัพย์ ที่เจ้าหน้าที่มาขนย้ายสิ่งของตนไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ยืนยันว่าจะเอาผิดทุกคน แต่อาจยกเว้นคนที่เป็นลูกจ้างที่ทำตามคำสั่ง เพื่อให้เป็นพยาน

นางแสงระวี กัญใจรุ่งโรจน์ เจ้าของบ้านที่ถูกร้องเรียน

ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าตนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบกลับมาทำแบบนี้ ขนย้ายสิ่งของที่ตนไม่สมยอม ซึ่งส่วนที่ตนอนุญาตให้ขนย้ายไป ตนได้แยกสัดส่วนไว้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่กลับขนของตนไปเกือบทั้งหมด อีกทั้งสิ่งของต่าง ๆ ทั้งกระถางต้นไม้ พระ ดิน ตนใช้เงินซื้อมาก็เสียดาย

สุนัขที่ป้าแสงระวีเลี้ยงไว้ในบ้าน

ส่วนเรื่องสุนัข ยืนยันว่า ตนจะไม่ยอมให้ใครเอาไป แม้แต่ขนเส้นเดียว ตนก็จะไม่ให้เอาไป และไม่มีวันเจรจาหรืออนุญาตเด็ดขาด หากจะมีหน่วยงานใดอ้างเรื่องสาธารณสุข และให้หน่วยงานเข้ามาจัดการ ตนก็ยืนยันว่าจะไม่ยินยอมให้เข้าบ้านเด็ดขาด ทั้งนี้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนเริ่มอาบน้ำให้สุนัขทั้งหมด จนถึงขณะที่ทีมข่าวมาพบ โดยอาบน้ำ ตัดขนไปแล้วกว่า 10 ตัว ด้วยตนเองทั้งหมด

นางแสงระวี นำสุนัขชื่อ บิ๊กกี้ด็อก มาให้ทีมข่าวดู

นางแสงระวี นำสุนัขชื่อ บิ๊กกี้ด็อก มาให้ทีมข่าวดู พบว่าทำการอาบน้ำตัดขนจนดูสะอาดตาแล้ว แต่ก็ยังพบว่ามีกลิ่นสาบอยู่เล็กน้อย ทั้งนี้ สุนัขไม่ได้มีท่าทีตื่นคนหรือจะวิ่งหนีแต่อย่างใด ส่วนสุนัขตัวที่ยังไม่ได้อาบ ก็จะจัดการอาบให้ทั้งหมด พร้อมยืนยันว่า ดูแลหมาเหมือนดูแลลูก โดยต้มไก่ให้กินวันละกว่า 50 ตัว ซื้อนมที่คนดื่มให้หมากินอีก 2 มื้อ

บริเวณชั้น 2 ของบ้านคุณป้าแสงระวี

นอกจากนี้ บริเวณหน้าบ้านมีไก่แจ้ประมาณ 6-7 ตัว นางแสงระวี ระบุว่า เป็นการเลี้ยงเพื่อให้ชีวิตดี มีฐานะดี ตามความเชื่อ ส่วนที่ชั้น 2 ก็ยังคงมีสุนัขที่ถูกขังอยู่ในกรง 4 ตัว โดยเป็นสุนัขพิการ แล้วมีการเปิดพัดลมไว้ให้ อีกทั้งก็ยังพบว่าบนชั้น 2 เปิดวิทยุธรรมะเสียงดัง จนได้ยินมาถึงชั้นล่าง และเสียงออกมานอกบ้านด้วย

นางน้อย (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

ด้าน นางน้อย (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน ยอมรับว่า หลังเจ้าหน้าที่เข้ามาขนย้ายของหน้าบ้านป้าออกไป หน้าบ้านรู้สึกโล่งกว่าเดิม ส่วนปัญหาเดิม ๆ ก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเสียงรบกวน ส่วนใหญ่เป็นเสียงจากสุนัข ซึ่งช่วงตี 1- 2 ของทุกวัน คุณป้ามักจะเอาอะไรไม่รู้มาเคาะส่งเสียงดัง คล้ายว่าให้สุนัขร้องขึ้นมา ส่วนตัวที่อยากให้จัดการเพิ่มเติม ก็คือเรื่องสุนัข เพราะส่งเสียงรบกวน ทั้งนี้ ตนไม่ทราบเรื่องการดูแลสุนัขของคุณป้าว่าดีหรือไม่ ตนไม่เคยไปพูดคุยด้วย เพราะไม่อยากมีปัญหา อีกทั้งก็คิดว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่า

นางหวาน (นามสมมติ) ชาวบ้านในละแวกบ้านป้าแสงระวี

ห่างออกไปจากบ้านนางแสงระวีประมาณ 500 เมตร ทีมข่าวพบกับ นางหวาน (นามสมมติ) ชาวบ้าน ซึ่งระบุว่า เคยพบเจอคุณป้าก่อนเป็นข่าวประมาณ 2 วัน ขณะนั้นคุณป้าวิ่งออกมาพร้อมกับส่งเสียงด่าดังไปทั่วซอย โดยคุณป้าออกมาไล่สุนัขของตัวเองที่ออกมาจากบ้าน ส่วนตัวไม่รู้กี่ตัว แต่เห็นว่าเยอะเป็นฝูง พร้อมกับด่าสารพัด เสียงดังลั่นซอย ซึ่งเมื่อสุนัขเข้าบ้านไหน ก็จะเข้าไปเอาไม้กวาดในบ้านนั้นตีไล่สุนัข โดยไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน อีกทั้งเมื่อรถขับผ่านมา ก็จะด่ารถว่า “อย่าชนหมากูนะ ไอ้พวก…” ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีใครทำร้ายสุนัขของป้าเลย

keyboard_arrow_up