โต้กุเรื่องไฟปริศนา! เจ้าบ้านเมินคนวิจารณ์ รับเครียด ไม่รู้เหตุไฟลุก เด็กๆ ปัดเล่นไฟแช็ก (คลิป)

จากกรณีไฟลุกไหม้ปริศนาบ้าน 4 หลัง ใน จ.จันทบุรี ล่าสุดวานนี้ (28 พ.ค. 61) ขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการขุดเจาะพื้นผิวดินเพื่อนำดินที่คาดว่าติดสารเคมีไปตรวจสอบหาสาเหตุของไฟลุกไหม้ดังกล่าวนั้น บ้านหลังหลังที่ 5 ซึ่งเป็นเครือญาติของบ้าน 4 หลังก่อนหน้า เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นบนตัวบ้านบริเวณชั้น 2 เตียงนอน โทรทัศน์ และพัดลมเสียหาย (อ่าน : “อ.อ๊อด” ชี้พิรุธ ไฟปริศนาลุกบ้านอีกหลัง แต่เจ้าของอ้าง เสื้อเด็กคลุกสารไวไฟ)

เจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรมาขุดเจาะบริเวณหน้าศาลพระภูมิ ที่บ้านนายเสถียร

วันนี้ (29 พ.ค 61) เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องจักรมาขุดเจาะบริเวณหน้าศาลพระภูมิ ที่บ้านของนายเสถียร สังฆธรรม เจ้าของบ้านหลังที่ 1 ท่ามกลางฝนตกโปรยปราย ซึ่งความลึกที่จะขุดที่บ่อดังกล่าวประมาณ 40 เมตร เมื่อขุดไปได้ระยะประมาณ 1-4 เมตร พื้นผิวดินที่ขุดเจาะเป็นดินถมดิน มีลักษณะสีจาง มีความอุดมสมบูรณ์น้อย ดินในชั้นนี้จะเป็นดินที่ไม่ใช่ดินธรรมชาติ เมื่อความลึกอยู่ประมาณที่ 6-12 เมตร จะพบกับดินลูกรัง เมื่อขุดเจาะความลึกที่ 13-30 เมตร พบหินทรายกึ่งแปร

เครื่องตรวจวัดไอระเหยสารเคมี

นอกจากนี้เครื่องตรวจวัดไอระเหยสารเคมี พบสารฟอสฟีน 0.1 และพบสารออกซิเจนอีกจำนวนหนึ่ง แต่จากค่าที่พบนั้นเป็นค่าน้อยเกินที่ไฟจะลุกติดได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเครื่องมือตรวจวัดก๊าซมา ซึ่งถ้ามีก๊าซไวไฟออกมา เครื่องจะส่งเสียงเตือน แต่ตลอดระยะเวลาที่มีการขุดเจาะเครื่องไม่ส่งเสียงเตือนออกมา

เครื่อง Gasmet หรือ เครื่องตรวจวัดก๊าซ

ทั้งนี้ ทางกรมควบคุมมลพิษ ได้ใช้เครื่อง Gasmet หรือ เครื่องตรวจวัดก๊าซ เป็นเครื่องที่สามารถตรวจวัดก๊าซได้ทั้งหมด 400 กว่าชนิด เบื้องตรวจสอบแล้วแต่ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากต้องดูว่าพบสารกี่ชนิดและมีสารกี่ตัวที่ทำให้ติดไฟได้

นายวิทยา มีนิสัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 9 ระยอง (คนกลาง)

ขณะที่ นายวิทยา มีนิสัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 9 ระยอง เปิดเผยว่า หลังจากที่ชาวบ้านเคลือบแคลงใจว่า หากขุดเจาะบ่อบาดาลจะเกิดเพลิงลุกไหม้ ตนจึงได้อาสานำเครื่องขุดเจาะเข้ามาในพื้นที่เพื่อตรวจสอบดินที่อยู่ภายในบ่อทั้งหมด 3 บ่อ ชั้นดินที่ขุดเจาะพบด้านบนเป็นชั้นดินธรรมดา และได้นำไปตรวจสอบว่ามีสารตัวใดที่ทำให้จุดติดไฟได้หรือไม่

นายมานพ บุญแจ่ม ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมมลพิษระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (คนกลาง)

ด้านนายมานพ บุญแจ่ม ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมมลพิษระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการไปทั้งหมด 2 กรณีคือ ส่วนที่ 1 ได้ใช้เครื่องมือเก็บตัวอย่างอากาศในระหว่างที่มีการขุดเจาะทั้งหมด 3 บ่อ ส่วนที่ 2 ได้มีการใช้เครื่องมือตรวจวัดก๊าซมาเพื่อสร้างความปลอดภัย โดยเครื่องมือภาคสนามที่ได้นำมาตรวจวัด ไม่พบสารไวไฟที่ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ได้

อย่างไรก็ตาม นายเสถียร สังฆธรรม เจ้าของบ้านหลังที่ 1 เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบ ตนรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก ที่ได้ร่วมกันหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ปริศนา แต่ก็มีความหวั่นวิตก เนื่องจากการขุดเจาะบ่อบาดาลในครั้งนี้ได้ขุดเจาะใกล้กับบริเวณที่ตนเคยขุดก่อนหน้านี้

ห้องพระภายในบ้านของนายเสถียร

จากนั้น ทีมข่าวได้เดินตรวจสอบภายในบ้านนายเสถียร พบว่าภายในบ้านไม่มีจุดใดที่มีไฟแช็ก มีแต่เพียงห้องพระที่มีธูป เทียน เท่านั้น

น้องปอน ลูกชายคนโตของนายเสถียร พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

น้องปอน อายุ 11 ปี ลูกชายคนโตของนายเสถียร เล่าว่า ครอบครัวมีเด็กอยู่ 2 คน คือตนเอง และน้องอายุ 6 ขวบ ซึ่งภายในบ้านจะวางไฟแช็กไว้ภายในห้องพระ ตอนนี้ไม่ทราบว่ามีการวางไฟแช็กไว้ตรงจุดไหนบ้าง ส่วนที่มีข้อสงสัยกันว่า สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ปริศนา เกิดจากฝีมือมนุษย์หรือไม่นั้น แม้ตนจะจุดไฟแช็กเป็น แต่คงไม่เผาบ้านตัวเองอย่างแน่นอน และเชื่อว่าเด็กคนอื่น ก็คงไม่จุดไฟเผาบ้านตัวเองเช่นกัน

น้องปอน ยอมรับว่า ตนไม่เคยเห็นเหตุการณ์ขณะที่ไฟลุกไหม้ต่อหน้า เห็นแต่เพียงตอนที่มีคนตะโกนออกมาว่าไฟไหม้เท่านั้น

ห้องพระภายในบ้านของนายอำนาจ

นอกจากนี้ ทีมข่าวเดินทางไปบ้านของนายอำนาจ สังฆธรรมเจ้าของบ้านหลังที่ 5 ซึ่งมีห้องพระ ธูป เทียน แต่ไม่มีไฟแช็ก

น้องเจ ลูกชายคนเล็กของนายอำนาจ บ้านหลังที่ 5 พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

โดย น้องเจ อายุ 11 ปี ลูกชายคนเล็กของนายอำนาจ เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ช่วงที่จะเกิดเหตุไฟลุกไหม้ ตนนั่งอยู่ด้านล่างของบ้าน กำลังนั่งกินจิ้มจุ่มกับเพื่อน ๆ และพี่ชาย ส่วนพ่อแม่จะอยู่ด้านหลัง โดยที่ชั้น 2 ของตัวบ้านไม่มีคนอยู่ จนคุณยายตะโกนมาว่า เจอคราบน้ำสีดำหยดลงมาจากชั้นบน จึงให้พี่ชายตนขึ้นไปดูพบว่าเกิดไฟไหม้กลางที่นอน ยอมรับว่าตอนที่เห็นนั้นรู้สึกกลัว อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่า ตนจุดไฟแช็กเป็น แต่ไม่ได้จุดไฟแช็กเผาบ้านตัวเองแน่นอน

นางภาพิมล เจ้าของบ้านหลังที่ 3 นำสำรวจบ้าน

ส่วนบ้านหลังที่ 3 บ้านของนางภาพิมล สรรพศรี ซึ่งบ้านหลังนี้จะมีผู้ใหญ่อยู่ 2 คนและมีเด็กอยู่เพียง 1 คนที่มีอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น เมื่อสังเกตจะพบว่ามีธูปเทียนวางอยู่ซึ่งเป็นที่ไหว้พระเท่านั้น แต่ไม่มีไฟแช็ก

นางภาพิมล สรรพศรี เจ้าของบ้านหลังที่ 3

นางภาพิมล เปิดเผยว่า ที่บ้านตนมีการวางไฟแช็กไว้ในจุดที่สูง เช่น หลังตู้เย็น ตู้กับข้าว แต่วันนี้ตนไม่ทราบว่าเอาไปวางไว้ที่ไหน ซึ่งตนคงไม่วางไว้ให้เด็กเห็นหรือนำไปเล่นได้ บ้านตนมีหลานชายอายุเพียง 2 ขวบ ตนไม่คิดว่าจะจุดได้เพราะเด็กเกินไป แต่บ้านอื่นที่เป็นเด็กที่โต ก็คงไม่จุดอย่างแน่นอน ส่วนที่จะบอกว่าอาจเป็นฝีมือของผู้ใหญ่นั้น ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะใครจะบ้าเผาบ้านตัวเอง ส่วนบ้านทั้ง 5 หลัง ก็ไม่มีปัญหาบาดหมางกันจนถึงขั้นมาจุดไฟเผา แต่ละครอบครัวพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันตลอด แต่ทั้งนี้ทุกคนมีสิทธิ์คิดได้ว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ เพราะบุคคลเหล่านั้นไม่เคยลงพื้นที่มาดู แต่ตนยืนยันว่าไม่มีใครทำอย่างแน่นอน

keyboard_arrow_up