“หมอเดว” ชี้ 3 ด.ช.อนาจาร ป.1 แค่เลียนแบบจากคลิป ไม่ใช่อารมณ์ทางเพศ แนะวิธีแก้ (คลิป)

จากกรณีข่าวการก่อเหตุข่มขืนเยาวชน โดยผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน ทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่เยาวชนเป็นเพียงนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จ้างวาน เด็ก ป.5 กระทำชำเราเด็ก ป.1 ก่อนจะพยายามนำเด็ก ป.1 ไปกดน้ำ และเหตุในจังหวัดปราจีนบุรี ที่เยาวชนอายุ 12 ปี ก่อเหตุข่มขืนเด็กอายุ 2 ขวบ ซึ่งจากคำให้การเด็กที่ก่อเหตุ ระบุว่าเกิดจากการดูคลิปแล้วลงมือเลียนแบบ

พ.ต.อ.สุชาติ ละลี ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

โดยคดีที่ จ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.สุชาติ ละลี ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกระสัง เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง แต่เป็นการเล่นกันของเด็ก ซึ่งไม่ได้รุนแรงตามที่เป็นข่าว จากผลการสอบปากคำ พบว่ามีเด็กที่เล่นน้ำอยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุทั้งหมด 5 คน ได้มีการถอดเสื้อผ้าเล่นน้ำกันตามประสาเด็ก จากนั้นก็พูดในลักษณะหยอกล้อกันเล่นว่า จะให้เงิน 35 บาท เป็นการจ้างวานเพื่อให้ยอมทำเลียนแบบตามคลิปที่ดูในโทรศัพท์ ส่วนกระแสข่าวเรื่องการข่มขืน หรือพยายามฆ่าเด็กหญิงด้วยกดหัวลงน้ำก่อนหน้านี้ ในทางสอบสวนไม่พบว่ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารเวชผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น

วันนี้ (28 พ.ค. 61 ) รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารเวชผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น เปิดเผยว่า จากข่าวที่มีการนำเสนอเรื่องการก่อเหตุข่มขืนเด็กประถม ในกรณีนี้อยากให้ผู้ใหญ่ควรมาศึกษาเรื่องจิตวิทยาพัฒนาการ รวมถึงพัฒนาการทางเพศของเด็ก ซึ่งในเด็กหญิงต่อมเพศเริ่มเจริญเติบโต โดยเฉลี่ยอยู่ที่อายุ 10 ปี ส่วนเด็กชายอยู่ที่อายุ 12 ปี ซึ่งพฤติกรรมทางเพศเริ่มจากเด็กมีแรงขับเคลื่อนทางเพศ ประกอบกับฮอร์โมนในร่างกายเป็นตัวสร้างอารมณ์ และถูกเร้าให้แสดงออกมา ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในวัยเรียน ดังนั้นจึงคาดได้ว่าเด็กที่ก่อเหตุ นำพฤติกรรมที่เคยพบเห็น มาลอกเลียนแบบ ซึ่งไม่ได้เกิดจากอารมณ์ทางเพศของเด็ก

โดยเฉพาะในกรณีเด็ก ป.1 – ป.3 และ ป.5 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้น ทั้งมีการจ้างวาน การพยายามข่มขืน และการไปฆ่าปิดปาก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากสื่อฯ ที่ไม่สร้างสรรค์ ทั้งสื่อลามก รวมไปถึงภาพข่าวที่มีการนำเสนอในสังคม เพราะเด็กมีพฤติการคล้ายกับภาพข่าวอาชญากรรม ทั้งนี้ ฝากไปยังครอบครัว และชุมชนของเด็กทั้ง 2 ฝ่ายว่าขอให้เข้าใจและอย่าตอกย้ำความผิด โดยทำให้ทุกอย่างอยู่ในภาวะปกติ และสร้างระบบนิเวศของเด็ก คือ บ้าน ชุมชน โรงเรียน และสื่อฯ

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารเวชผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น พูดคุยกับทีมข่าว

อย่างไรก็ตาม รศ.นพ.สุริยเดว ระบุว่า อยากให้สังคมทราบว่า สมองของคนเรามี 3 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นสันดาน ส่วนอารมณ์ และส่วนความคิด ซึ่งส่วนสันดานและอารมณ์จะเป็นตัวเร่งให้ทำในสิ่งที่อยากได้ อยากมี อยากเป็น แต่สังคมต้องสร้างส่วนความคิดของเด็กให้แข็งแรง เพื่อจะให้ควบคุมความอยากกระทำได้ ส่วนผู้ปกครองก็ต้องช่วยพัฒนาความคิดลูก โดยการตั้งคำถามและคุยกับลูก เมื่อเห็นสถานการณ์ที่รุนแรงเกิดขึ้น เช่น 1.ลูกรู้สึกอย่างไร 2.ลูกคิดอย่างไร 3.ลูกเคยเจอเหตุเช่นนี้หรือไม่ 4.ลูกจะจัดการเรื่องยังไง และ 5.ลูกจะปกป้องตัวเองจะเรื่องนี้อย่างไร โดยทั้งหมดนี้ จะทำให้เห็นความคิดของเด็ก รับรู้ถึงวิธีการหาทางออก เมื่อเกิดขึ้นกับตัวเอง ก็จะทำให้เด็กคิดขึ้นได้

keyboard_arrow_up