“พุทธะอิสระ” ปรามศิษย์หยุดด่าตำรวจบุกจับ ชี้ ทำตามหน้าที่ บอกชีวิตในคุกสบายดี (คลิป)

จากกรณีการจับกุมตัวอดีตพระพุทธะอิสระที่วัดอ้อนน้อย จ.นครปฐม โดยแจ้งข้อกล่าวหา อั้งยี่ซ่องโจร กักขังหน่วงเหนี่ยวและปล้นทรัพย์เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล และเกี่ยวข้องกับการปลอมพระปรมาภิไธยฯ

ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอดีตพระพุทธะอิสระ

วันนี้ (26 พ.ค.) นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอดีตพระพุทธะอิสระ กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้คดีของอดีตพระพุทธะอิสระ โดยระบุว่า พนักงานสอบสวนได้กล่าวหาอดีตพระพุทธะอิสระ ใน 2 คดี คือสั่งการให้ควบคุมตัวหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล โดยระหว่างการควบคุมตัวมีการทำร้ายร่างกาย และปล้นทรัพย์เจ้าหน้าที่ไปด้วย ส่วนอีกคดี คือเรื่องการปลอมพระปรมาภิไธยฯ ซึ่งส่วนนี้อดีตพระพุทธะอิสระได้รับข้อเท็จจริงว่า มีการอัญเชิญพระปรามาภิไธยฯ มาใช้จริง แต่ไม่ได้มีเจตนานำมาเพื่อหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามข้อกล่าวหา โดยคดีอั้งยี่ซ่องโจรนั้น ทางสน.ทุ่งสองห้อง เคยดำเนินคดีกับอดีตพระพุทธะอิสระไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว และอดีตพระพุทธะอิสระได้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตั้งแต่แรก ทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ จึงไม่ได้แจ้งข้อหาดังกล่าว

สำหรับการต่อสู้คดี อดีตพระพุทธะอิสระ ระบุว่า จะพูดความจริงต่อศาล เชื่อว่าศาลจะเข้าใจเหตุผล โดยคดีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งมีคลิปวิดีโอการซักถามเจ้าหน้าที่ออกมาเผยแพร่ เจ้าตัวก็ไม่ได้ปฏิเสธว่า คนในคลิปไม่ใช่ตัวเอง แต่ปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ เพราะท่านเป็นพระ ทั้งนี้เรื่องการประกันตัว ตนจะรอยื่นประกันช่วงที่พนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการ ซึ่งยังไม่ทราบระยะเวลาที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าอดีตพระพุทธะอิสระ อยู่ข้างในเรือนจำ จะปลอดภัยกว่าอยู่ข้างนอก เพราะอาจจะมีผู้ที่ไม่หวังดีต่อท่านคอยจับจ้อง เนื่องจากท่านมักจะนำข้อเท็จจริงไปแจ้งต่อส่วนราชการ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตเงินทอนวัด

ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอดีตพระพุทธะอิสระ พูดคุยกับทีมข่าว

ซึ่งจากการเข้าไปเยี่ยมอดีตพระพุทธะอิสระ พบว่าค่อนข้างแจ่มใส ทั้งยังฝากบอกลูกศิษย์ว่า ไม่ต้องเป็นห่วงท่าน โดยกล่าวว่า “ในเวลาที่อยู่ข้างนอก เราทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นมากแล้ว ตอนนี้ขอทำประโยชน์เพื่อตัวเองบ้าง” ทั้งนี้ ตนจึงเชื่อว่าท่านน่าจะเข้ากรรมฐาน นั่งสมาธิฝึกจิตตัวเอง ส่วนกรณีที่อดีตพระพุทธะอิสระ ยังนุ่งขาวห่มขาวอยู่นั้น ก็เป็นข้อกำหนดของทางเรือนจำว่า ผู้ที่ออกจากผ้าเหลืองสามารถใส่ชุดขาวได้ระยะหนึ่ง ซึ่งในทางปฏิบัติท่านก็ยังเป็นพระ

ขณะที่ภาพการจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำรุนแรงเกินไปนั้น ตนได้ปรึกษากับลูกศิษย์หลายคน และเตรียมจะฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ แต่อดีตพระพุทธะอิสระ ไม่ต้องการให้ทำแบบนั้น โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ รวมถึงไม่อยากให้ลูกศิษย์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่

พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม

ด้าน พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคง ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตักเตือนการกระทำรุนแรงที่เกินกว่าเหตุ โดยพลเอกประวิตร รู้สึกว่าการกระทำดังกล่าว อาจจะไปกระทบต่อความรู้สึกของศิษยานุศิษย์และประชาชน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ต้องขอโทษ ทั้งนี้ยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงพร้อมให้ความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอโทษแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเสียความรู้สึก โดยได้ว่ากล่าวตักเตือนและกำชับไปแล้ว ว่าต้องไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งยังได้ฝากขอโทษนายสุวิทย์ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย

keyboard_arrow_up