“ส.ศิวรักษ์” ชี้จับ “พุทธะอิสระ” พระนำม็อบถูกแล้ว – “อี้” ร่ำไห้เห็นโดนสึก ลั่นกราบเหมือนเดิม (คลิป)

จากรณีพระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือพระพุทธะอิสระ ตกเป็นผู้ต้องหาสนับสนุนให้มีการปล้นทรัพย์ อั้งยี่ และซ่องโจร จากกรณีเมื่อครั้งการชุมนุมของ กปปส. และข้อหาปลอม-ใช้พระปรมาภิไธยฯ สร้างพระเครื่องโดยถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และยังไม่ได้มีการยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด

ล่าสุด วันนี้ (25 พ.ค.) ทางทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางไปที่วัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม หลังอดีตพระพุทธอิสระถูกจับ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบทั้งสัตว์ป่า และเรื่องการปลูกสมุนไพรภายในวัดด้วย

ดาวรุ่ง น้อยศิริ ลูกศิษย์อดีตพระพุทธอิสระ

ส่วนเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมตัวอดีตพระพุทธะอิสระเมื่อวานนี้นั้น คุณแม่ของอดีตพระพุทธะอิสระ ยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะทุกคนในวัด ไม่ว่าจะเป็นพระลูกวัด หรือแม้กระทั่งลูกศิษย์ของอดีตพระพุทธะอิสระ ไม่กล้าบอกเรื่องนี้ให้ท่านทราบ เนื่องจากคุณแม่ของอดีตพระพุทธะอิสระ ชรามากแล้ว โดยมีอายุกว่า 90 ปี ซึ่งหากท่านทราบเรื่องนี้ ก็เกรงว่าอาจเกิดผลกระทบด้านสุขภาพตามมา และอาจทำให้ท่านเครียด เบื้องต้นตอนนี้ ผู้ที่มีหน้าที่คอยดูแลคุณแม่ของอดีตพระพุทธะอิสระ ได้พาคุณแม่ของอดีตพระพุทธะอิสระ ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ตั้งแต่เมื่อช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งตรงนี้ยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ภาพจากคลิป ขณะเจ้าหน้าที่บุกควบคุมตัวอดีตพระพุทธะอิสระ

หลังจากที่ทราบข่าวการบุกจับกุมตัวอดีตพระพุทธะอิสระนั้น ก็รู้สึกเสียใจกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะแค่การมาจับกุมตัวพระสงฆ์เพียงรูปเดียว เหตุใดจึงต้องกระทำการด้วยความรุนแรงขนาดนั้น อีกทั้งยังมีกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธครบมือ ซึ่งอดีตพระพุทธะอิสระ เป็นเพียงพระสงฆ์ธรรมดา

ด้าน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ภาพการจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ เป็นภาพที่สะเทือนใจมาก เพราะเจ้าหน้าที่ยกกำลังพร้อมอาวุธครบมือเข้าไป โดยข้อหาก็เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม และการนำพระปรามาภิไธยฯ ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งก็ต้องตีความ เชื่อว่าท่านไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี โดยคิดว่าสังคมไทยควรตระหนัก เรื่องการนำผู้ที่ถูกกล่าวหา ควรจะมีวิธีการที่ละมุนละม่อมมากกว่านี้ ซึ่งภาพที่เผยแพร่ออกมา เป็นการทำร้ายจิตใจมากเกินไป โดยอยากให้ระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลลักษณะดังกล่าว เพราะมีผลต่อความรู้สึกของประชาชนซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อความเคลื่อนไหวบางอย่าง

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

โดยหากมีหมายเรียก เชื่อว่าท่านจะเข้าไปพบตำรวจ และไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งความผิดที่ถูกกล่าวหาก็มีเรื่องของการเมือง ควรให้โอกาสท่านประกันตัว เพื่อสู้คดี หรืออย่างน้อยก็ควรให้เกียรติท่านในฐานะผู้ทรงศีล ซึ่งไม่ได้ผิดพระธรรมวินัยจนถึงขั้นอาบัติปาราชิก

สำหรับการเข้าจับกุมพระสงฆ์ ควรมีการบูรณาการสหวิชาชีพ เช่น นักวิชาการด้านศาสนา หรือพระวิญญาธิการ หรือตำรวจพระ เข้ามาช่วยดำเนินการในการดำเนินคดีกับพระภิกษุ หรือควรมีระเบียบในการดำเนินคดีกับพระ โดยนาทีที่เห็นภาพ อดีตพระพุทธะอิสระถูกจับสึกนั้น ตนน้ำตาไหล เป็นภาพที่เจ็บปวดมาก และมีคำถามว่า ทำไมต้องจับท่านสึก น่าจะให้ท่านต่อสู้คดีก่อน อาจจะใช้การกักพื้นที่ภายในวัด หรือให้ประกันด้วยหลักทรัพย์ที่สูง รวมไปถึงให้มีผู้ค้ำประกันที่น่าเชื่อถือ

ทั้งนี้ ตนก็ตั้งใจว่าจะเดินทางไปเยี่ยมอดีตพระพุทธะอิสระ โดยจะกราบท่านเหมือนเดิม เพราะนับถือหัวใจท่าน ที่มีความเสียสละ ในคุณงามความดี และการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ก็ไม่อยากให้ผู้ที่ไม่ชอบท่านด่วนตัดสิน ว่าท่านไม่ดีทั้งหมด

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักวิชาการอิสระ

ขณะที่ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าจับกุมตัวพระพุทธะอิสระในครั้งนี้ ไม่ถือว่ากระทำการเกินกว่าเหตุ เนื่องจากพระพุทธะอิสระนั้นมีอำนาจมาก เคยเป็นแกนนำร่วมกับกลุ่ม กปปส. มาก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจไม่ทราบว่าภายในกุฏิของพระพุทธะอิสระ จะมีอาวุธหรือไม่ ตำรวจจึงต้องมีการเตรียมพร้อมไปก่อนล่วงหน้า และตนยังเห็นสมควรแล้วที่เจ้าหน้าที่กระทำการเช่นนั้น

ส่วนกรณีที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่า การเข้าจับกุมตัวพระพุทธะอิสระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่นำกำลังพลมาจำนวนมาก และมีอาวุธครบมือ ซึ่งแตกต่างไปจากการเข้าจับกุมตัวพระชั้นผู้ใหญ่ ที่มีความผิดฐานทุจริตเงินทอนวัด ตนก็มองว่าการเข้าจับกุมพระทั้งสองกรณีต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว เนื่องจากพระชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้น ไม่เคยมีอิทธิพลหรือยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เป็นเพียงแค่พระที่อยู่ในวัดธรรมดา เข้าไปจับกุมและจับให้สึกจากการเป็นพระสงฆ์ ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว และพระเหล่านี้ก็สมควรที่จะถูกจับสึกจากการเป็นพระมาตั้งนานแล้ว

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักวิชาการอิสระ พูดคุยกับทีมข่าว

และหากสังคมจะมองว่าการเข้าจับกุมตัวพระพุทธะอิสระ และพระชั้นผู้ใหญ่ พร้อมกันเมื่อวานนี้ (24 พ.ค.) จะทำให้ประชาชนและสังคมมองพระพุทธศาสนาไปในด้านลบ และสร้างความเสื่อมเสีย ตนก็มองว่า วงการพระสงฆ์ในประเทศไทย มันเหลวแหลกและเสื่อมเสียมาตั้งนานแล้ว ซึ่งจะเห็นตัวอย่างได้ชัดเจนจากพระสงฆ์สายธรรมกาย ที่มักจะมีเงินส่วนตัวกันค่อนข้างเยอะ การที่พระสงฆ์จับต้องเงินก็ถือว่าเป็นความผิด ตนจึงอยากให้มีการกวาดล้างจับกุมเหล่าพระสงฆ์ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมให้หมดไปเสียที

อย่างไรก็ตาม ตนก็อยากจะขอให้ประชาชนและสังคมอย่าไปยึดติดกับผ้าเหลือง และคิดว่าผ้าเหลืองเป็นของดีเสมอไป โดยอยากขอให้สังคมมองถึงหลักความเป็นจริงมากกว่า เพราะผู้ที่ห่มผ้าเหลืองแล้วทำแต่ความดี ก็สมควรที่จะกราบไหว้บูชา แต่หากผู้ที่ห่มผ้าเหลืองแล้วประพฤติไม่ดี ก็เท่ากับว่าเอาผ้าเหลืองมาห่อโจรไว้

keyboard_arrow_up