โต้พัลวัน! หนุ่มปัดฮุบหวย 12 ล้าน แจงยิบคืนกับมือ – เจ้าของ เชื่อ แอบขึ้นเงิน (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีนายอานนท์ นันอุมาลี และภรรยาเข้าแจ้งความญาติ หลังจากที่นำลอตเตอรี่ไปฝากไว้ แต่ภายหลังนายอานนท์อ้างว่าลอตเตอรี่ดังกล่าวถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ต.ค. 60 เมื่อกลับไปสอบถามญาติ ได้รับคำตอบว่าไม่มีลอตเตอรี่ดังกล่าวแล้ว (อ่าน: หนุ่มโคราชโร่แจ้งความ ฝากญาติเก็บหวยถูกรางวัล 12 ล้าน อ้างทำหาย)

ล่าสุด วันนี้ (25 พ.ค. 61) นายอานนท์ นันอุมาลี ผู้ที่อ้างว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2560 ตนได้เดินทางไปที่จังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อไปทอดกฐินแล้วไปรับลูกมาเที่ยว ก่อนจะไปเที่ยวได้ไปซื้อลอตเตอรี่บริเวณหน้าร้านเสริมสวยสาวเกาหลี ต.โคกปรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ วันนั้นตนซื้อลอตเตอรี่มาทั้งหมด 10 ใบ ยอมรับว่าจำเลขลอตเตอรี่ทั้งหมดไม่ได้ จำได้เพียงว่าซื้อเลขที่ลงท้ายด้วย 94 , 49 ซึ่งเป็นเลขที่มัคทายกบอกตนมาและที่จำได้คือเลข 086

นายอานนท์ นันอุมาลี ผู้ที่อ้างว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1

ต่อมาวันที่ 15 ต.ค. ได้พานายสิทธิพงษ์ ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องตน พร้อมกับลูกไปเล่นน้ำหาดจอมเทียนแทน ซึ่งขณะนั้นตนเก็บไว้ในลิ้นชักภายในรถ หลังจากนั้นไปส่งนายสิทธิพงษ์ที่หอพักในจังหวัดระยอง และได้นั่งดื่มสุราแล้วพูดคุยกันเรื่องซื้อรถยนต์ ขณะนั้น นายออย ชายคนที่อยู่ในห้องพักละแวกนั้นได้เดินมาพอดี ประจวบเหมาะกับตนได้เดินไปที่รถเพื่อที่จะหยิบลอตเตอรี่มา 3 ใบ จากจำนวนทั้งหมด 10 ใบ แล้วนายออยได้ข้อดูลอตเตอรี่ว่ามีเลขอะไรบ้าง พร้อมกับมีการขอซื้อต่อ แต่ตนไม่ได้ขาย ก่อนที่นายออยจะแย่งลอตเตอรี่จากมือตนไป แล้วบอกว่าขอเก็บไว้ใบหนึ่ง แต่ตนไม่ให้ พร้อมพูดขำ ๆ ว่า “มึงอะตัวซวย” นายออยจึงถ่ายรูปไว้ แล้วบอกว่า ถ้าถูกลอตเตอรี่จริงจะได้ไปแจ้งตำรวจจับกุมข้อหาไม่แบ่งลอตเตอรี่ ซึ่งเป็นการพูดคุยกันสนุกสนาน

ต่อมาตนจึงได้นำลอตเตอรี่ไปไว้กับนายสิทธิพงษ์ ก่อนที่นายออยจะกลับไปที่ห้องพัก แล้วตนก็นั่งคุยกับนายสิทธิพงษ์ต่อ เมื่อตนเห็นว่า นายสิทธิพงษ์วางลอตเตอรี่ไว้บนกระเป๋าเงินบนตู้เย็น ตนเกรงว่าจะปลิวหาย จึงพับแล้วใส่ไปภายในกระเป๋าตังค์แล้ววางที่เดิม ตอนนั้นนายสิทธิพงษ์ก็เห็นแล้วเดินเข้าไปภายในห้องน้ำ

เมื่อนายสิทธิพงษ์ ออกมาจากห้องน้ำ ตนก็เข้าห้องน้ำต่อแล้วออกมานั่งพูดคุยได้สักระยะหนึ่ง ตนก็ขอตัวกลับบ้าน ซึ่งนายสิทธิพงษ์ก็ปิดประตูบ้านแล้วเข้าไปนอน แต่ตอนนั้นตนยังไม่ได้ขับออกไปทันที เพราะตนนั่งอยู่ภายในรถสักครู่หนึ่งเพื่อเล่นโทรศัพท์ โดยข้อมูลตรงนี้ของนายอานนท์ และนายสิทธิ์พงษ์ไม่ตรงกัน

อานนท์ และ ภรรยา

นายอานนท์ ยอมรับว่า วันที่มีการประกาศผลลอตเตอรี่ตนมีการโทรศัพท์พูดคุยว่า อีกฝ่ายถูกลอตเตอรี่หรือไม่ แต่ตนก็บอกว่าให้น้องตนฟังว่า ตัวเองถูกแต่หาลอตเตอรี่หาไม่เจอ และยืนยันว่า ไม่ได้พูดว่าไม่ถูกลอตเตอรี่เพราะภายหลังจากที่ตนหาในบ้าน หาในรถ แต่ไม่เจอ ตนค้นหาเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน จนมาคิดได้ว่าฝากไว้กับนายสิทธิพงษ์ เมื่อตนเดินทางไปหานายสิทธิพงษ์ เพื่อไปขอดูกระเป๋าเงิน แต่นายสิทธิพงษ์ไม่ให้ดู พร้อมอ้างว่ากระเป๋าเงินใช้ทุกวัน ถ้ามีลอตเตอรี่ก็คงเจอแล้ว หลังตนให้ช่วยหาภายในบ้าน แต่นายสิทธิพงษ์บอกว่าหาไม่เจอ

หลังจากนั้น นายอานนท์ได้ชวนให้นายสิทธิพงษ์ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองระยอง แล้วยอมรับว่าได้รับฝากไว้จริง แต่ทำลอตเตอรี่หาย แล้วการที่ให้อีกฝ่ายลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นนำไปขึ้นเงิน ส่วนสาเหตุที่จำได้ว่าเลขตัวไหนอยู่กับนายสิทธิพงษ์ เพราะตนเคยคุยกับแม่ค้าที่ขายลอตเตอรี่ให้ว่า เลข 413 ออกมาหลายงวดแล้วคงไม่ออกอีก จึงเป็นเลขที่ตนไม่ชอบ แล้วให้กับนายสิทธิพงษ์ไป โดยเป็นเลข 413494 จำนวน 2 ใบที่ถูกรางวัลที่ 1 และเลขท้าย 86 อีก 1 ใบซึ่งที่ให้เลขที่ถูก 2 ตัวท้ายเช่นกัน

นายอานนท์ ยอมรับว่า รู้สึกเสียใจที่น้องตนทำเช่นนี้ แต่ตนคิดว่า เงินที่ถูกลอตเตอรี่คงมีคนนำไปขึ้นแล้ว ตนคาดว่าคงเป็นญาติหรือคนที่รู้จักนำไปขึ้น แล้วตนจำได้อย่างแม่นยำว่าพับลอตเตอรี่ใส่กระเป๋าของนายสิทธิพงษ์ด้วยมือของตนเอง ซึ่งตนไม่ได้กุเรื่องขึ้นมาแต่อย่างใด แล้วตนจะดำเนินเรื่องนี้ตามกระบวนการทางกฎหมาย

นายออย ผู้ร่วมอยู่ในวงเหล้าในวันเกิดเหตุ

ด้านนายออย ผู้ร่วมอยู่ในวงเหล้า และเป็นคนที่นายอานนท์อ้างว่าหยิบลอตเตอรี่ของตัวเองไปถ่ายรูป บอกว่า ตนจำเหตุการณ์ไม่ได้ เมื่อสอบถามว่าได้มีการถ่ายรูปตอนที่มีการหยอกล้อเรื่องลอตเตอรี่หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่า “ใครจะเป็นบ้าถ่ายลอตเตอรี่ของคนอื่น” พร้อมบอกว่า ให้คิดถึงความเป็นจริงว่า ถ้ามีการถูกลอตเตอรี่ คนที่เอาไปจะทนทำงานทำไม

นายสิทธิพงษ์ จันทะมาศ คู่กรณีที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่

ขณะที่นายสิทธิพงษ์ จันทะมาศ อายุ 27 ปี คู่กรณีที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้นำลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 ไป ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 60 วันนั้นตนกับนายอานนท์ ขณะที่กำลังนั่งดื่มสุราอยู่ ตนได้คืนลอตเตอรี่ให้กับพี่ชายไป แต่ไม่แน่ใจจำนวน คาดว่า 2 ใบให้กับมือนายอานนท์ ขณะนั้นมีพี่คนหนึ่งที่อยู่ห้องพักใกล้เคียง ได้เดินผ่านมาเห็นจังหวะที่กำลังคืนลอตเตอรี่ แล้วชายคนดังกล่าวได้พูดคุยหยอกล้อว่า “เฮ้ย ลอตเตอรี่ขอได้ไหม” แต่ตนไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายได้ถ่ายไว้หรือไม่ ก่อนจะเดินกลับห้องพักไป

นายสิทธิพงษ์ษ์จี้จุดที่นายอานนท์วางลอตเตอรี่นั่งร่วมวงดื่มเหล้า

หลังจากนั้น ตนกับพี่ชายได้นั่งดื่มสุรากันต่อ โดยนายอานนท์ ได้วางลอตเตอรี่ไว้ข้างกระเป๋าเงินตนบนม้านั่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “พี่ให้ ถ้าถูกมาเดี๋ยวพี่จะขโมยเงินเมียมาดาวน์รถให้สัก 5 หมื่น” แต่ตนไม่ได้รับลอตเตอรี่ แล้วได้วางไว้บนม้านั่ง ต่อมาสักพักหนึ่ง ตนได้เข้าไปเข้าห้องน้ำภายในตัวบ้าน พร้อมกับถือกระเป๋าเงินไปวางไว้บนตู้เย็นภายในบ้าน ตอนนั้นตนไม่ได้หยิบลอตเตอรี่ติดมา ได้ยินเสียงตะโกนจากทางหน้าบ้าน แต่ไม่ทราบว่านายอานนท์พูดว่าอะไร เมื่อออกมาก็ไม่เจอนายอานนท์แล้ว ขณะนั้นน่าจะเป็นเวลาประมาณ 20.30 น.

วันรุ่งขึ้นตนได้โทรศัพท์ไปหานายอานนท์ ว่าถูกลอตเตอรี่หรือไม่ ตอนนั้นนายอานนท์ บอกว่า ไม่ได้ถูกลอตเตอรี่งวดนี้ ตนยอมรับว่าแปลกใจ เพราะไม่มีการพูดถึงลอตเตอรี่ที่หายไป ซึ่งถ้าตรวจลอตเตอรี่แล้วไม่เจอ ทำไมถึงไม่ถามหาคนเรื่องลอตเตอรี่ที่หายไป แต่กลับมาอ้างว่าลืม แล้วมาหาที่บ้านตน แล้วบอกว่าวางลอตเตอรี่ไว้บนหลังตู้เย็น หลังจากนั้น นายอานนท์ได้บอกตนว่า ถ้ามั่นใจว่าไม่ได้เอาลอตเตอรี่ไป ให้ไปแจ้งความว่าของหายกับอีกฝ่าย ซึ่งตนได้ทำตาม แล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตนไปสอบปากคำหลายครั้งก็ให้การว่า ตนเองไม่ได้เอาลอตเตอรี่ไป และไม่ได้บอกว่าทำลอตเตอรี่หาย แต่งวดนั้นตนก็ซื้อหวยแต่เป็นหวยใต้ดิน และจำเลขไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นายสิทธิพงษ์ ยอมรับว่า เสียความรู้สึกที่ลูกพี่ลูกน้องตน คิดว่าตนนำลอตเตอรี่ไป ตนอยากบอกว่าตนไม่ได้เอาไป และบริสุทธิ์ใจ ซึ่งตนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาเจอเรื่องไร้สาระเช่นนี้

นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ประธานสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก

ด้าน นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ประธานสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก ทนายสำหรับคดีนี้ กล่าวว่า หลังจากได้เดินทางไปติดตามคดี พร้อมทำเรื่องไปที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า มีผู้ใดนำลอตเตอรี่งวดดังกล่าวไปขึ้นรางวัลบ้าง และให้นำลอตเตอรี่ไปตรวจหารายนิ้วมือแฝง และตรวจดีเอ็นเอ เพื่อจะได้ทราบว่าใครเป็นเจ้าของ ในส่วนคดีก็จะให้ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ยอมรับว่าตัวเองเพิ่งทราบตอนที่นายอานนท์ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวว่า พับลอตเตอรี่ใส่กระเป๋า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เนื่องจากมีข้อพิรุธและข้อสงสัยเยอะ แต่ถ้าทราบว่าใครขึ้นเงิน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ตนเกรงว่าผู้ที่ขึ้นจะเป็นนอมินีเสียด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ตนยอมรับว่ากลัวจะถูกใช้เป็นเครื่องมือของลูกความเช่นกัน แต่ตนอยากบอกว่า ถ้าจะให้มาช่วยเหลือ ก็ควรที่จะพูดความจริงกัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รอสำนักงานสลากฯ ส่งข้อมูลมา โดยถ้าไม่มีคนขึ้นเงินก็ต้องรออีก 2 ปี เพื่อฟ้องทางแพ่งกับทางกองสลาก แต่ถ้ามีคนขึ้นเงินก็ดำเนินการกับผู้ขึ้นเงิน ซึ่งเรื่องนี้มีพยานที่เป็นคนขายที่จะมาเป็นพยานให้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และขณะนี้กำลังนำโทรศัพท์ของผู้เสียหายไปกู้ไฟล์ภาพที่ผู้เสียหายได้ถ่ายภาพลอตเตอรี่ไว้ แต่ตนยังไม่ขอพูดอะไรมาก เพราะหวั่นกระทบต่อคดี

keyboard_arrow_up