ร่อนการ์ดเชิญ “ลีน่าจัง” กินทุเรียนฟรี เจ้าตัวโวรวย ไม่ตะกละ จี้สวนปรับปรุงบริการ (คลิป)

กรณีนางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง ไลฟ์เฟซบุ๊กต่อว่าสวนทุเรียนในจังหวัดระยอง เนื่องจากไม่พอใจที่เมื่อเดินทางเพื่อจะไปกินบุฟเฟ่ต์ แต่เมื่อไปถึงแล้ว พนักงานของสวนกลับแจ้งว่าไม่มีทุเรียนให้บริการ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขณะที่สวนทุเรียนดังกล่าวได้ชี้แจงแล้วว่าวันที่เกิดเหตุนั้น มีลูกค้ามาที่สวนเป็นจำนวนมากเกินกว่าปริมาณที่สวนจะรับรองได้ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่าน: “ลีน่า จัง” แฉอีก บุฟเฟ่ต์ทุเรียนกั๊กไว้ขาย – ทนายชี้เอาผิดได้ แต่งงไม่เห็นฟ้อง)

บรรยากาศประชุมที่สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง

ความคืบหน้า วันนี้ (22 พ.ค. 61) ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง นางสุพรรณษา สุขเทศน์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร เป็นประธานประชุมการดำเนินงานท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ และเกษตรกรเจ้าของสวนท่องเที่ยว จำนวน 20 แห่ง รวมทั้งนายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์ ประธานวิสาหกิจชุมชนสวนละไม ร่วมประชุมเพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนหาแนวทางป้องกันนักท่องเที่ยวล้นสวน

ล่าสุด นางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องตนก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากสวนดังกล่าว  มีแต่อีกสวนหนึ่ง ซึ่งตนเคยไปทานติดต่อมาชวนให้ไปกิน ซึ่งตนได้ปฏิเสธไปเพราะตนนั่งรถไประยองจนเมื่อยแล้ว ส่วนสวนผลไม้คู่กรณีที่ได้โพสต์ขอโทษลูกค้าผ่านหน้าเฟซบุ๊ก ตนมองว่าเขาก็ไม่ได้ขอโทษตนเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ขอโทษลูกค้าคนอื่นๆ

นางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง

หากสวนดังกล่าวต้องการให้ตนเข้าไปกินอีก ตนก็ไม่เอา แม้จะให้กินฟรีก็ตาม ตนก็ไม่ต้องการ เพราะไม่ใช่คนตะกละที่จะไปกินของฟรี ตนไม่ได้จน และไม่ได้ทานบุฟเฟ่ต์ได้เยอะ เนื่องจากอายุเยอะแล้ว แต่จุดประสงค์ที่ตนไปสวนแห่งนี้ก็เพราะอยากไลฟ์สดให้ลูกเพจได้ดูแล้วมีความสุขจากการที่ตนพาไปเที่ยว ส่วนตัวก็ไม่คิดอยากจะไปสวนผลไม้แห่งอื่นอีก เพราะเจอแบบนี้ก็เสียความรู้สึก ตนนั่งรถมาตลอดทางต้องถอนหายใจกว่า 1,000 ครั้ง เพราะตั้งใจอดข้าวมาเพื่อทานบุฟเฟ่ต์ หิวก็หิว ต้องขับรถกลับมาหาข้าวทานที่ จ.ชลบุรี ก่อนจะออกจากสวน ยังเห็นพนักงานหันไปพยักหน้าให้กับชายอีกคนคล้ายกับจะให้จัดการตน เนื่องจากตนไปไลฟ์สด ตนจึงรีบเดินกลับไปขึ้นรถกลับอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวจะถูกพนักงานสวนเขาตี ซึ่งตอนนี้คนกว่า 20 ล้านคนได้เข้าไปคอมเมนต์ด่าเขา ตนมองว่าสังคมก็ได้ลงโทษกับการกระทำของสวนเขาแล้ว

นอกจากนี้ ตนอยากให้ผู้ใหญ่ของ จ.ระยอง ลองเข้าไปตรวจสอบในลักษณะเหมือนลูกค้าทั่วไปที่เข้าไปกินในวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะมีลูกเพจตนบอกว่าวันแรงงานที่ผ่านมา หน้าสวนผลไม้รถติดยาวเหยียดเป็นกิโล กว่าจะเข้าสวนได้ก็เกือบ 2 ชั่วโมง แล้วก็ไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ตนจึงมองว่าหากจะจัดงานบุฟเฟ่ต์แล้วโฆษณาแบบนี้ ต้องมีการบริหารที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการบริการที่เป็นธรรม ส่วนบัตรบุฟเฟ่ต์ที่ขาย 490 บาทก็แพงมาก ทั้งที่ห้างใน กทม. ก็มีบุฟเฟ่ต์ผลไม้ราคาเพียง 350 บาท

ลีน่าจังขณะไลฟ์หน้าสวนทุเรียน

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการที่ตนออกมาไลฟ์สด ก็เป็นการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน เพราะหากสัปดาห์หน้ามีคนไป แล้วเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ อาจสร้างความเสียหายอีก การที่ตนและสื่อมวลชนนำเสนอข่าวนี้ ก็เพื่อให้สวนผลไม้หลายๆ แห่ง ที่เปิดธุรกิจในลักษณะนี้ที่มีรายได้ต่อวันเกือบ 3 ล้านบาทดูเป็นตัวอย่าง และเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม รวมถึงตนคิดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงการท่องเที่ยวควรเข้ามาจัดการในฐานะตัวแทนนักท่องเที่ยว เพราะทางสวนฯ ทำให้จังหวัดเสียชื่อเสียง

ลีน่าจัง กล่าวต่อด้วยว่า การที่ตนไม่คิดจะแจ้งความหรือดำเนินคดีกับสวน ตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถไปดำเนินคดีกับสวนในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้เอง เพราะมีการนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จหรือโฆษณาฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากความผิดของทางสวนเป็นความผิดตามอาญาแผ่นดิน ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว

นายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนละไม

ด้าน นายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนละไม ได้ชี้แจงถึงเรื่องของลีน่าจังว่า ในวันนั้นนางสาวลีน่าจังได้เดินทางมาที่สวน เวลาประมาณ 12.00 น. อาจจะไม่ได้สอบถามข้อมูลจากทางสวน จึงเข้าใจผิดว่า สวนผลไม้หลอกลวงประชาชน ทั้งนี้ อาจเป็นความผิดของทางสวนเองที่ไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า ซึ่งในช่วงนั้น ทางสวนยังไม่ได้เปิดขายบัตรรอบที่ 2 น.ส.ลีน่าจัง จึงเข้ามาอยู่เพียงบริเวณลานจอดรถ ที่อยู่ด้านนอกสวนเท่านั้น ตนเองอยากบอก น.ส.ลีน่าจังว่า สวนไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงประชาชน ตามปกติสวนแห่งนี้รองรับลูกค้าที่มากินทุเรียนบุฟเฟต์ ได้เพียง 3,000 คน เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กรณีที่ น.ส.ลีน่าจัง ไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก ตนเองไม่ติดใจเอาความ และไม่แจ้งความกลับแต่อย่างใด ซึ่งทางสวนน้อมรับความผิดพลาด และจะนำข้อผิดพลาดไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป ทั้งนี้หาก น.ส.ลีน่าจัง จะไปแจ้งความ ตนก็พร้อมที่จะต่อสู้พิสูจน์ความจริง และชี้แจงตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป อยากให้ทุกคนได้รับทราบว่าสวนได้ให้บริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นวิสาหกิจชุมชน ตลอด 2 ข้างทาง ประมาณ 3.5 กิโลเมตร ที่จะเข้าไปในสวนละไม จะเป็นตลาดที่ขายผลผลิตทางการเกษตรในชุมชน

ทุเรียนที่จัดไว้สำหรับบุฟเฟ่ต์

ส่วนเรื่องที่มีกระแสว่า สวนให้เรียงแถวรับทุเรียนคนละ 1 เม็ด ขอชี้แจงว่า สวนได้แกะใส่จานให้นักท่องเที่ยวมารับไปทาน แต่อยากให้รับคนละ 1 จานต่อครั้ง แต่สามารถทานได้ไม่อั้น เพียงแต่หากรับคนละจาน ทุกคนจะได้ทานอย่างทั่วถึง หากทานหมดสามารถมารับเพิ่มได้ไม่จำกัดจำนวน ทางสวนจะพยายามปอกทุเรียนให้เร็วยิ่งขึ้น โดยวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีจุดปลอกทุเรียน จำนวน 3 จุด ยืนยันว่าสวนแห่งนี้ไม่ได้ทำธุรกิจเอาเปรียบใคร

keyboard_arrow_up