“อ.ธรณ์” ฉะ ไต้ก๋งอย่าอ้างฉลามวาฬติดอวน ลากซากขึ้นเรือก็ผิด เผยไทยเหลือไม่ถึงร้อยตัว (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 61 เรือประมงประเภทอวนลากลำหนึ่งได้จับฉลามวาฬขนาดใหญ่ที่กำลังตั้งท้องขึ้นมาบนเรือ ก่อนที่ปล่อยฉลามวาฬตัวดังกล่าวกลับลงสู่ทะเลหลังจากได้ยินเสียงตะโกนขอจากนักดำน้ำและกัปตันเรือไดรฟ์ ส่งผลให้ลูกฉลามวาฬหลุดออกจากช่องคลอด และมีการพบซากแม่ฉลามวาฬเสียชีวิตลอยอยู่กลางทะเลในเวลาต่อมา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ จ.ภูเก็ต

เหตุการณ์ขณะจับฉลามวาฬขนาดใหญ่ที่กำลังตั้งท้องขึ้นมาบนเรือ

แม้ว่าเมื่อวานนี้ (19 พ.ค. 61) จะมีการควบคุมตัวลูกเรือประมงลำดังกล่าวได้แล้ว โดยมีกรมประมงมีการสั่งดำเนินการกักเรือ ยึดสัตว์น้ำและเครื่องมือ โดยกรมประมงได้ประสานไปยังกรมเจ้าท่าเพื่อทำการล็อกเรือแล้ว แต่กรณีดังกล่าวก็ก่อให้เกิดความสะเทือนใจต่อนักอนุรักษ์

วันนี้ (20 พ.ค. 61) อ.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ฉลามวาฬเป็นสัตว์คุ้มครองใน 2 สถานะ คือ 1. ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ถือว่า “ฉลามวาฬ” เป็นสัตว์น้ำลำดับที่ 6 ซึ่งถือเป็นสัตว์คุ้มครองในระดับเดียวกันกับเสือดำ และ2. ตาม พ.ร.ก.การประมง ในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2559 มาตรา 66 ถือว่า “ฉลามวาฬ” เป็นสัตว์น้ำหายากหรือใกล้สูญพันธ์ลำดับที่ 4 โดยห้ามจับหรือนำขึ้นเรือประมง ซึ่งจาก พ.ร.ก.การประมงได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ ห้ามนำขึ้นเรือประมง” ดังนั้นในกรณีนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็มีความผิด โดยจะต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 300,000 – 3,000,000 บาท หรือปรับ 5 เท่าของมูลค่าความเสียหาย แล้วแต่ว่าจำนวนใดสูงกว่า

ส่วนมูลค่าของฉลามวาฬตัวที่ตายไปหลังจากถูกจับขึ้นเรือ อ.ธรณ์ตอบว่า ตนยังไม่สามารถระบุได้ เพราะต้องมีการประเมินมูลค่าความเสียหาย ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวฉลามวาฬอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับมูลค่าทางการท่องเที่ยวซึ่งจะสูญหายไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น มัลดีฟส์ เคยมีการประเมินมูลค่าฉลามวาฬตัวหนึ่งสูงถึง 300 ล้านบาท

อ.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์

โดยไม่ว่าฉลามวาฬจะตายก่อนที่จะนำขึ้นเรือหรือไม่ ก็มีความผิดเพราะกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจน โดยยกตัวอย่างว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยมีฉลามวาฬติดอวนมาบ่อย ๆ ชาวประมงก็ไม่ได้นำขึ้นเรือ แต่ดำน้ำลงไปเพื่อแกะอวนและปล่อยฉลามวาฬออกไป หรือในกรณีที่มีนักประมงพบฉลามวาฬบาดเจ็บก็จะมีการติดต่อมายังกรมประมงหรือกรมพัฒนาชายฝั่ง เพื่อให้ส่งทีมเข้าไปช่วยเหลือฉลามวาฬอย่างถูกวิธี แม้กระทั่งที่เคยมีการพบซากฉลามวาฬที่ตายแล้ว อ.ธรณ์ ก็ยังเคยแนะนำให้ใช้วิธีการลากซากไปกับเรือ ไม่ให้นำขึ้นเรือ

นอกจากนี้ อ.ธรณ์ ยังเสริมอีกว่า ปัจจุบันฉลามวาฬในประเทศไทยมีเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 100 ตัว โดยเมื่อ 2 ปีก่อนก็เคยมีการผลักดันให้ฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวน โดยในขณะนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการรอพระราชกฤษฎีกาเพื่อประกาศเป็นกฏหมาย ซึ่งตนอยากให้มีการประกาศใช้โดยเร็ว

อ.ธรณ์ ยังเผยอีกว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีระบบการจัดการดูแลทรัพยากรทางทะเลที่ดีขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่ 1.กฏหมายที่ทันสมัย 2.หน่วยงานที่มีความพร้อมจัดการ และ 3.ความรู้สึกรักทะเลของบุคคล โดยในกรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เพราะมีการร่วมมือระหว่างองค์ประกอบทั้ง 3 ประการ คือมีการแจ้งเข้ามายังกรมประมงจากคนที่รักทะเล ทำให้มีการจับกุมผู้กระทำได้อย่างรวดเร็วและดำเนินการตามกฏหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชาวประมงดีๆ มีอยู่มหาศาล อาจจะมีบางคนเท่านั้นที่ทำผิดกฏหมาย ซึ่งถ้าหากใครพบเจอการกระทำผิดกฏหมายก็ขอให้แจ้งมายังกรมประมงหรือกรมพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งเพื่อดำเนินการต่อไป

keyboard_arrow_up