ครอบครัวหัวร้อน ขอหลบเข้ากรุง – สุโขทัย ผวาถูกไล่ คนระยองไม่ปลดป้ายตะเพิด (คลิป)

ความคืบหน้าหลังจากเมื่อวานนี้ (16 พ.ค. 61) นายพยอม แสงวันดี และน.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล พร้อมด้วยลูกชาย เดินทางเข้าขอขมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง หลังจากปรากฏคลิปด่าทอและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปก่อนหน้านี้ โดยในวันเดียวกันนั้น ชาวมาบตาพุดกลุ่มหนึ่งได้เดินทางมาที่โรงพักเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และตะโกนขับไล่ครอบครัวดังกล่าวออกจากพื้นที่ โดยมีการติดป้ายขับไล่ในหลายจุดของเมืองระยองด้วย

ป้ายขับไล่ครอบครัวหัวร้อน หน้าตลาดสดเทศบาล ตั้งแต่วานนี้
ประชาชนนำป้ายขับไล่ครอบครัวหัวร้อนออก

ล่าสุด วันนี้ (17 พ.ค. 61) ที่ตลาดมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ประชาชนนำป้ายต้านครอบครัวดังกล่าว ติดไว้ที่ตลาดสดเทศบาลมาบตาพุด และที่ริมถนนสายมาบตาพุด–หาดทรายทอง ระบุข้อความว่า ชาวระยองไม่ยอมรับพวกกร่าง ออกจากพื้นที่เราไป ออกจากที่ติดไว้แล้ว

นางไพเราะ สนิทม่วง กรรมการตลาดเทศบาลมาบตาพุด

โดยนางไพเราะ สนิทม่วง กรรมการตลาดเทศบาลมาบตาพุด บอกว่า ป้ายที่ติดอยู่บริเวณสำนักงานตลาดสดเทศบาลมาบตาพุด  มีชาวบ้านมาขอติดตั้งแต่เมื่อคืนนี้ หลังจากที่ครอบครัวพ่อแม่ลูกมาขอขมาตำรวจ  ซึ่งไม่ทราบว่าคนที่มาขอติดป้ายเป็นใคร ตนในฐานะที่เป็นกรรมการตลาด ก็อนุญาตให้ติดได้ เพราะตลาดนี้เป็นตลาดของส่วนรวม ถ้ามาติดแล้วไม่ได้ผิดกฎหมาย ทางตลาดก็ยินดีให้ติด ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากทางฝ่ายครอบครัวจะมาขอติดบ้าง เพื่อขอโทษขอขมาอภัย โดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ติดได้

เรื่องที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ได้เล่นสื่อโซเชียล แต่สำคัญอย่างยิ่งคือ ตนและชาวมาบตาพุด รู้จักผู้กอง โกวิท หรือผู้กองอู๋ นายตำรวจที่ถูกครอบครัวนี้ทำร้ายเป็นอย่างดี เพราะผู้กองมักคลุกคลีกับชาวบ้าน โดยเป็นตำรวจที่เสียสละ เป็นครูแด ซึ่งหมายถึง ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ คอยอบรมให้ความรู้เยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติด  ในโรงเรียนต่างๆ มานานหลายปีแล้ว ชาวบ้านรักผู้กองคนนี้มาก เมื่อมีเรื่องก็พากันแห่ไปให้กำลังใจ ไม่ต้องการให้ผู้กองย่อท้อ และกล้ายืนยันได้เลยว่า นิสัยของผู้กองไม่ทำร้ายประชาชนแน่นอน

นายพยอม แสงวันดี ครอบครัวที่มีปัญหากับตำรวจ

ด้านนายพยอม แสงวันดี เปิดเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่เคยมีโอกาสได้มาเห็นคลิปวิดีโอต่างๆ ที่ครอบครัวมีเรื่องทะเลาะวิวาท เมื่อตนได้ลองมาย้อนดูก็รู้สึกไม่ดีและคิดได้ว่าตนพูดแรงเกินไป จึงสำนึกได้และได้ออกมาขอโทษเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีที่ชาวระยองมาถือป้ายขับไล่ นายพยอมกล่าวว่าตนเข้าใจ เพราะตนมาทำให้จังหวัดเสียชื่อเสียง เมื่อถามว่าจะอยู่ระยองต่อหรือไม่ นายพยอมตอบว่าถ้ามีงานตนก็จะอยู่ต่อ แต่หากไม่มีงานก็อาจจะกลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือสุโขทัย

เมื่อถามถึงเรื่องที่จะมีการบวชให้ลูกชาย นายพยอมเล่าว่าตนได้เตรียมการมานานแล้ว โดยตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนที่ลูกชายยังอายุได้ 10 ขวบ ว่าจะบวชเมื่ออายุครบ 20 ปี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนี้นายพยอมยังได้กล่าวขอโทษคนระยองที่ทำให้เป็นข่าว ทั้งยังรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ตอนนี้ตนใจเย็นขึ้นแล้ว และขอบคุณคนในโลกออนไลน์ที่เข้ามาให้กำลังใจตนและครอบครัว

keyboard_arrow_up