ชาวบ้านลือสะพัดไฟลุกปริศนา เชื่อขุดถูกหลังพญานาค – นักเคมี ชี้พิรุธ เกิดแค่กลางวัน (คลิป)

ภายหลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา (15 พ.ค.) ทีมข่าวได้เกาะติดอยู่ที่หมู่บ้านวังไม้แดง ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี หลังเกิดไฟลุกไหม้ปริศนา และปรากฏว่ามีเพลิงลุกไหม้จริง 2 ครั้ง ในบ้าน 2 หลัง ซึ่งยังไม่สามารถมีใครระบุได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากอะไร (อ่าน : ภาพจะจะ ไฟปริศนาลุกพรึบบ้าน 4 หลัง ติดกล้องดู หวั่นถูกด่ากุเรื่อง)

ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่ 1 บริเวณหน้าบ้านนายเสถียร
ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่ 1 บริเวณหน้าบ้านนายเสถียร

ล่าสุดวันนี้ (16 พ.ค.) ทีมข่าวเดินทางมาที่บ้านของนายเสถียร สังฆธรรม บ้านหลังที่ 1 โดยเล่าว่า วันนี้ได้เกิดไฟลุกไหม้อีกครั้ง เวลาประมาณ 08.00 น. ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน ตั้งแต่เวลา 08.05 น. จะเริ่มสังเกตเห็นกลุ่มควันค่อยๆ ลอยออกมา ก่อนที่จะลุกลามไหม้ผ้าอย่างหนัก จากนั้นมีคนวิ่งออกมาจากตัวบ้าน เพื่อดับไฟ

กล้องวงจรปิดตัวที่ 2 ห้องโถงภายในบ้านนายเสถียร

ขณะนั้นกล้องวงจรปิดภายในบ้านที่อยู่บริเวณห้องโถงอีก 1 ตัว สามารถบันทึกภาพตอนช่วงเวลาประมาณ 08.06 น. ที่นายเสถียรพร้อมภรรยาได้วิ่งออกมาดับไฟ ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้ช่วงเวลาประมาณ 08.00 น.

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่มาตรวจสอบสารเคมี

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบสารเคมีเบื้องต้น นำเครื่องตรวจวัดไอระเหยสารเคมีรวมที่เป็นการตรวจเบื้องต้น มาตรวจสอบที่บริเวณดินที่ได้มีการขุดเจาะบริเวณหน้าบ้านตรงศาลพระภูมิ ซึ่งไม่พบสารอะไร บริเวณหลังบ้านที่มีการขุดเจาะได้ขึ้นค่าสารฟอสฟีน ถือว่าเป็นค่าไม่มากเท่าที่ควร โดยทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีโอกาสที่สามารถจุดติดไฟได้

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่มาตรวจสอบสารเคมี

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยการขุดหลุมทั้งบริเวณด้านหน้า ใกล้เคียงกับศาลพระภูมิ และบริเวณด้านหลังบ้าน ซึ่งไม่พบว่าขึ้นสารฟอสฟีน แต่กลับขึ้นค่าฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นสารประกอบอินทรีย์ กลุ่มอัลดีไฮด์ ที่ความดันปกติจะมีสถานะเป็นก๊าซ ไม่มีสี ติดไฟได้ สารฟอร์มัลดีไฮด์เมื่อรวมตัวกับอากาศ และออกซิเจนสามารถทำให้เกิดการติดไฟได้ มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่มาตรวจสอบสารเคมี

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ทดลองใช้ตัวเครื่องวัดไอระเหยสารเคมี ในจุดที่เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษขุดดินบริเวณข้างๆ จุดที่นายเสถียร เคยขุด พบว่ามีค่าฟอร์มัลดีไฮด์ประมาณ 0.3 ส่วนที่เกิดการลุกไหม้เมื่อวานนี้ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าปูที่นอน พบว่า ค่าอยู่ที่ 1.7 และมีสัญญาณดังออกมาจากตัวเครื่อง

นายเสถียร สังฆธรรม เจ้าของบ้านหลังที่ 1

ภายหลังจากที่เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นช่วงเช้า พบว่าบนโต๊ะ เกิดคราบไหม้สีดำจากเพลิงไหม้ผ้าห่ม นายเสถียร กล่าวว่า ขณะไฟไหม้ช่วงเช้า ไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน แต่ญาติตนข้างบ้านตะโกนบอกว่าไฟไหม้ จึงวิ่งออกมาจากห้องครัวด้านหลังบ้าน แล้ววิ่งออกมาดับไฟ

ทั้งนี้ ประเด็นที่ทำไมถึงไม่มีคนเห็นภาพเพลิงลุกไหม้ต่อหน้านั้น เพราะก่อนหน้านี้วันที่ 13-14 เม.ย. มีสื่อฯ บางช่องเห็นเพลิงลุกไหม้ต่อหน้า ส่วนที่ครั้งนี้ไม่เห็น เพราะไม่มีคนนั่งเฝ้าตลอดเวลา ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเกิดจากวิทยาศาสตร์ แต่ก่อนสถานที่ดังกล่าวเป็นห้วย ตนจึงใช้ดินมาถมนานกว่า 5 ปี ถึงได้ย้ายมาอยู่จนขณะนี้ เป็นระยะเวลาประมาณ 7 ปี จนมีการขุดบ่อบาดาล อีกทั้งตนไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับไสยศาสตร์ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็คิดจะทำบุญบ้านเพื่อความสบายใจ

นางลำพู อักษรคิด หรือ จิ๋ม ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

ขณะเดียวกันอีกฝั่งถนนของบ้านนายเสถียร มีร้านขายของชำอยู่ใกล้ๆ ทีมข่าวได้เข้าพูดคุยกับ นางลำพู อักษรคิด หรือ จิ๋ม ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เปิดเผยว่า ตนอยู่แห่งนี้มาประมาณ 7 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน รู้สึกกังวลว่าจะมีการเกิดเพลิงไหม้ที่บ้านตนหรือไม่ แต่ตนไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมเพลิงถึงไหม้แต่บ้าน 4 หลัง ที่เป็นญาติพี่น้องกัน แต่ไม่ได้เกิดเพลิงไหม้บ้านอื่นในละแวกใกล้เคียง

นางลำพู บอกอีกว่า เพลิงที่ลุกไหม้อาจจะเกิดจากอาถรรพ์ก็เป็นไปได้ แต่ตนไม่ได้ปักใจเชื่อมากนัก ซึ่งสาเหตุที่ตนคิดเช่นนั้น อาจเกิดจากบ้านของนายเสถียร ได้ไปทำการขุดบ่อบาดาล ซึ่งตนไม่เคยเห็นภาพตอนที่เพลิงกำลังลุกไหม้ เห็นแค่ตอนช่วงเช้าวันนี้ที่เพลิงกำลังลุกท่วม ซึ่งเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ ตนก็คิดที่จะทำประกันอุบัติเหตุไว้เช่นกัน

นางรตี กรองน้ำ เจ้าของบ้าน ใกล้เคียงบ้านหลังที่ 3

ส่วนบ้านอีกหลัง ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงบ้านหลังที่ 3 ที่เกิดเพลิงไหม้ ระยะห่างประมาณ 50 เมตร นางรตี กรองน้ำ เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า หลังจากบ้านใกล้เคียงเกิดเพลิงไหม้ ก็รู้สึกหวาดกลัว แต่ตนรู้สึกสงสัยเช่นกันว่าสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้เกิดจากสิ่งใด ตนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเวลามีคนเฝ้าถึงไม่เกิดเพลิงไหม้ แต่ถ้าไม่เฝ้าเพลิงกลับลุกไหม้ทันที

นายณรงค์ สังฆธรรม เจ้าของบ้านหลังที่ 4

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายณรงค์ สังฆธรรม เจ้าของบ้านหลังที่ 4 เห็นว่ายังคงนั่งรับประทานอาหารด้านนอกบ้านปกติ ส่วนลูกๆ นั่งดูโทรทัศน์ภายในบ้าน จากการสังเกตบริเวณหน้าประตูบ้าน จะมีเตียงนอน พร้อมกับมุ้งวางอยู่ ซึ่งนายณรงค์บอกว่า ตนจะต้องนอนอยู่หน้าบ้านกับลูกชาย ส่วนลูกสาวกับภรรยาจะนอนอยู่ภายในห้องนอนในตัวบ้าน

นอกจากนี้ นายณรงค์ กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบ ตนทราบมาว่ามีสารบางชนิดออกมาจากดิน แต่เมื่อตนทราบเช่นนี้ตกใจเหมือนกันว่าทำไมสารถึงอยู่ในดิน แต่ที่บ้านอื่นไม่ประสบปัญหาเหมือนกับครอบครัวตนทั้ง 4 หลัง แต่ตนก็หวั่นว่าจะลามไปที่บ้านหลังอื่นเช่นกัน อีกทั้ง ตนไม่เชื่อเรื่องภูตผีหรือสิ่งลี้ลับ แต่มีชาวบ้านบางคนบอกตนเหมือนกันว่า “เจาะไปโดนหลังพญานาค” แต่ตนไม่เจอน้ำ แล้วจะไปขุดโดนหลังพญานาคได้อย่างไร

นายณรงค์ พาทีมข่าวดูที่นอน

สำหรับคืนนี้ บ้านทั้ง 4 หลังไม่พบเจอเพลิงลุกไหม้อีก ซึ่งตนจะแบ่งกันนอนคือ ตนกับลูกชายจะนอนที่เตียงหน้าประตูบ้าน ส่วนลูกสาวกับภรรยาจะนอนภายในบ้าน และถึงแม้วันนี้จะไม่มีเพลิงลุกไหม้ก็ยังมีความกลัวอยู่

ภาพจำลองเหตุไฟไหม้บ้านของ คุณเสถียร หลังที่ 1
ภาพจำลองเหตุไฟไหม้บ้านของ คุณนที หลังที่ 2
ภาพจำลองเหตุไฟไหม้บ้านของ คุณภาพิมล หลังที่ 3

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับนางภาพิมล สรรพศรี อายุ 54 ปีเจ้าของบ้าน 3 ที่นั่งรับประทานอาหารอยู่กับลูกสาว เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษมาตรวจสอบ ทราบเบื้องต้นว่ามีสารบางอย่างอยู่ในดิน ตนรู้สึกดีใจขึ้นมาบ้าง เพราะตนคิดไว้ว่าน่าจะเกิดจากดิน

นางภาพิมล สรรพศรี อายุ 54 ปีเจ้าของบ้าน 3

ทั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่าเกิดจากเรื่องอาถรรพ์ แล้วที่บ้านหลังอื่นไม่ไหม้อยู่ระยะห่างกัน แต่ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยหาหนทางในการนำสารเหล่านี้ออกไปในพื้นที่ให้หมด

อย่างไรก็ตาม ตนก็อยากที่จะเชิญพระมาทำบุญ แต่ก็กลัวว่าถ้าหากทำพิธีอยู่ พระสวดแล้วเพลิงเกิดลุกไหม้ทุกอย่างคงจะวุ่นวาย นอกจากนี้บริเวณหลังบ้าน ได้กางมุ้งเตรียมตัวนอนกันแล้ว ส่วนเด็กเล็กก็นำสมุดการบ้านมาวางเขียนหลังบ้านแล้วถึงจะเข้านอน

ภาพจำลองเหตุไฟไหม้บ้านของ คุณณรงค์ หลังที่ 4

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ปฏิกิริยาการเกิดไฟ มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ เชื้อเพลิง อากาศ และแหล่งกำเนิดหรือประกายไฟ

รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

โดยจากการที่เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ไปตรวจพบสารฟอสฟีน และฟอมัลดีไฮน์นั้น ทั้ง 2 อย่างเป็นสารอินทรีย์ที่อยู่ในธรรมชาติ ซึ่งปริมาณที่พบสารฟอสฟีน 0.1 และฟอมัลดีไฮน์ 1.7 ถือว่าน้อยมาก โดยทั้ง 2 สารเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถติดไฟได้ แต่ต้องมีประกายไฟ จึงจะเกิดไฟขึ้นได้ ซึ่งฟอมัลดีไฮน์ สามารถพบได้ทั่วไป เพราะเป็นสารละลายกาว ที่มักนำไปใช้กับเฟอร์นิเจอร์ หรือหากพบฟอมัลดีไฮน์ในปริมาณมาก ก็เป็นไปได้ว่า อาจมีการทำเฟอร์นิเจอร์ในบริเวณดังกล่าว โดยปริมาณที่พบเป็นเชื้อเพลิงที่น้อยมาก ไม่น่าจะเกิดไฟได้

ทั้งนี้ กรณีการเกิดเพลิงไหม้ ที่ จ.จันทบุรี คล้ายกับการเกิดเพลิงไหม้ปริศนาใน จ.พัทลุง ซึ่งภายหลังสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ แต่ตอนนี้กรณีดังกล่าวยังพิสูจน์ไม่ได้ จึงถือว่าเจ้าของบ้านเป็นผู้บริสุทธิ์

ส่วนที่ภาพวงจรปิด จับภาพกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากกองผ้าได้นั้น ตนอยากให้ส่งเสื้อผ้าดังกล่าวมาให้ตนตรวจสอบหาสารเคมี แต่ส่วนตัวมองว่า บางครั้งภาพจากกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ซึ่งก็ต้องรอจังหวะพอสมควรจึงจะเห็นความจริง โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ ตนจึงยังไม่ปักใจว่า เป็นฝีมือมนุษย์ เพราะสามารถเป็นได้ทั้งฝีมือมนุษย์ และตามธรรมชาติ แต่ตามธรรมชาติ หากมีการทำปฏิกิริยาเคมี ไฟน่าจะต้องลุกในจุดเดิมซ้ำๆ ที่มีสารเคมี ไม่ใช่เกิดกระจายไม่ซ้ำจุด รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะตอนกลางวัน ค่อนข้างเป็นข้อพิรุธ

keyboard_arrow_up