ภาพจะจะ ไฟปริศนาลุกพรึบบ้าน 4 หลัง ติดกล้องดู หวั่นถูกด่ากุเรื่อง (คลิป)

จากกรณีที่ชาวบ้านวังไม้แดง หมู่ที่ 6 ตำบลสามพี่น้อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงมาตรวจสอบเพลิงปริศนาที่ลุกไหม้ผ่านมาเกือบ 1 เดือน เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด ถึงแม้ก่อนหน้านี้ จะมีเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างดินและขี้เถ้าไปตรวจสอบ แต่ก็ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุเพลิงไหม้ได้

ของใช้จากบ้านหลังแรกที่เกิดไฟไหม้

ล่าสุดวันนี้ (15 พ.ค) ทีมข่าวได้เดินทางมาที่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 6 ตำบลสามพี่น้อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ของนายเสถียร สังฆธรรม อายุ 44 ปี บ้านหลังแรกที่เกิดการลุกไหม้ ชาวบ้านหมู่บ้านวังไม้แดง พร้อมกับนายสุริยพงศ์ ทรงศิริ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามพี่น้อง พาทีมข่าวเดินดูบริเวณภายในและนอกบ้าน ขนาด 100 ตารางเมตร สังเกตได้ว่าที่ลานว่างจะมีผ้าปูที่นอน ตระกร้าเสื้อผ้า หมอน ตุ๊กตาที่ทำจากใยสังเคราะห์วางอยู่เต็มพื้นที่

ตู้เย็น 2 เครื่องที่ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้พบตู้เย็น 2 เครื่องที่ได้รับความเสียหาย โดยเจ้าของบ้าน เล่าว่า ก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ก็เสียบปลั๊กไว้ปกติ แต่ลูกได้กลิ่นเหม็น และมีไฟออกมาแล้ว เมื่อเปิดตู้เย็นออกมา พบว่ามีรอยไหม้อย่างเห็นได้ชัด

ภายในบ้าน มีห้องนอน 2 ห้อง มีรอยไหม้บริเวณขอบประตู
ภายในบ้าน มีห้องนอน 2 ห้อง มีรอยไหม้บริเวณขอบประตู

เมื่อทีมข่าวเดินตรวจสอบภายในบ้านที่มีห้องนอน 2 ห้อง มีรอยไหม้บริเวณขอบประตู เนื่องจากแต่ก่อนจะติดผ้าม่านไว้ ก่อนที่ไฟจะลามไปถึงพื้นบ้าน ซึ่งยังมีรอยไหม้บริเวณเตียงเหล็ก

มีรอยไหม้บริเวณในห้องพระ

ส่วนห้องพระมีคราบไหม้สีดำที่บริเวณพื้นบ้าน ซึ่งจุดนี้ทีมข่าวได้สังเกตว่ามีกล้องวงจรปิด 1 ตัว และบริเวณหน้าบ้านอีก 1 ตัว

นายเสถียร สังฆธรรม อายุ 44 ปี บ้านหลังแรกที่เกิดการลุกไหม้

นายเสถียร บอกว่า แต่ละจุดที่ไหม้จะมีแต่ส่วนที่เป็นพวกผ้า ใยสังเคราะห์เท่านั้น ถ้าเป็นกระดาษจะไม่มีเพลิงลุกไหม้ เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้จึงติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ภายในบ้าน ซึ่งจากการสังเกตจะพบว่าบริเวณบ้านที่มีการวางถังน้ำพร้อมขันทุกจุดของบ้าน ก็เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้

จุดที่เจาะน้ำบาดาล

และเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 ได้มีการขุดเจาะน้ำบาดาล 2 จุดคือหน้าบ้านและหลังบ้าน โดยมีความลึกประมาณ 60 เมตร เพื่อจะใช้น้ำแต่เมื่อไม่พบจึงกลบกลับเข้าไปใหม่ หลังจากนั้น 2 สัปดาห์คือช่วงวันที่ 1 มกราคม ได้เกิดไฟลุกไหม้ แล้วหลังจากนั้นก็หยุดไป 3 เดือน แล้วมาเกิดการลุกไหม้อีกครั้งคือช่วงวันที่ 10 เมษายน แล้วลุกไหม้ต่อเนื่อง ซึ่งจากการสังเกตจะพบว่าถ้าเกิดอาการร้อนชื้น ถึงจะเกิดการลุกไหม้ จนเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงก็พบเจอปัญหาแบบตนเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่เวลาเกิดไฟลุกไหม้ จะต้องมีเชื้อเพลิง เช่น ใยสังเคราะห์ เสื้อผ้า ผ้า หมอน แต่ถ้าเป็นเศษกระดาษจะไม่มีการลุกไหม้ คาดว่าเกิดจากฝุ่นที่มาจากทิศทางของน้ำบาดาลที่ขุดบริเวณหน้าบ้าน

สิ่งของที่โดนไฟไหม้

อย่างไรก็ตาม นายเสถียร ยืนยันว่า คนไม่ได้ทำอย่างแน่นอน เพราะถ้าเกิดการไหม้ต้องใช้คนอย่างน้อยประมาณ 3-4 คนในการจุดไฟ พร้อมๆกันในแต่ละบ้าน ตนจึงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนจะจุด เนื่องจากเพลิงเกิดการลุกไหม้พร้อมกัน ส่วนที่มีหลายคนบอกว่าฝีมือคนทำ ตนคงไปห้ามความคิดใครไม่ได้ แล้วตนจะทำไปเพื่ออะไร เนื่องจากการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ ทำให้ตนไม่ได้ไปทำงาน และคิดจะย้ายบ้านหนีแล้ว ถ้ายังตรวจสอบหาสาเหตุไม่ได้

นางกานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี

ด้านนางกานต์เปรมปรีด์ เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบบ้านทั้งหมด 4 หลัง ที่ประสบเหตุ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้รู้สึกห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้ให้ตนลงมาตรวจสอบและดูแล ตนจึงมีแนวคิดที่ให้บ้านแต่ละหลังติดกล้องวงจรปิดให้ทั่วบ้าน ก่อนหน้านี้ที่นักธรณีวิทยาจังหวัดระยองมาตรวจสอบแล้ว ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร โดยจะให้ทางกรมมลพิษมาเก็บอากาศไปตรวจสอบว่าอากาศเป็นส่วนทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือไม่ และวันนี้เจ้าหน้าที่ของทรัพยากรน้ำ ได้นำผลของน้ำบาดาลไปตรวจสอบด้วย

นางกานต์เปรมปรีดิ์ ตรวจสอบเหตุไฟไหม้

นางกานต์เปรมปรีดิ์ บอกว่า ตอนนี้ต้องให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนที่บอกว่าจะสร้างกระแสหรือไม่ ตนอยากให้ทุกคนรอการพิสูจน์ก่อน พร้อมกับให้ชาวบ้านมีสติเป็นอย่างมาก

นายวิทยา มีนิสัย ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 9 ระยอง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายวิทยา มีนิสัย ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 9 ระยอง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า วันนี้ทางสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลได้มาดูในภาพรวม แต่เดิมพื้นที่ของบ้านหลังที่ 1 ที่เริ่มใหม่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำแต่ทางเจ้าของบ้านได้ถมที่ให้เป็นที่สูง แต่ตนยังไม่ทราบสาเหตุของการไหม้ ซึ่งต้องรอการตรวจสอบให้แน่นอนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเกิดเหตุลุกไหม้ในครั้งนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับน้ำบาดาล แต่ต้องรอผลอีกสักระยะเพื่อเข้าห้องแล็บเพื่อตรวจสอบสารในน้ำ ทั้งนี้หลังทรัพยากรน้ำบาดาลตรวจสอบผลของน้ำปรากฏว่า เป็นน้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไฟลุกไหม้ได้

ไฟลุกในบ้านหลังที่ 3

ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. อากาศในพื้นที่ก็ชื้นคล้ายกับฝนจะตกโดยมีทีท่าว่าฝนจะตก ซึ่งจากการพูดคุยกับ นายเสถียร บ้านหลังที่ 1 บอกว่าอากาศอย่างนี้จะทำให้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ ต่อมาเวลาประมาณ 15.40 น.ได้มีชาวบ้านตะโกนเรียกทีมข่าวพร้อมบอกว่า เกิดเพลิงลุกไหม้ ซึ่งเมื่อทีมข่าวเดินทางไปถึงบ้านหลังที่ 3 ที่เคยเกิดการลุกไหม้ พบว่าเกิดเปลวไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว พบว่าสิ่งของที่ไหม้คือกางเกงผ้าที่วางอยู่บนกระเป๋าที่วางไว้อยู่บนตู้ชั้นวางไม้ เมื่อเปิดกระเป๋าดูพบว่าข้างในมีอุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องมือช่าง เช่น ไขควง สก็อตเทป ตลับเมตร ซึ่งเป็นเหมือนกับที่นายเสถียร ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าการไหม้จะลุกขึ้นมาต่อเมื่ออากาศชื้นและไหม้เเค่เศษผ้า ใยสังเคราะห์

นางสายพิน คำนก หรือ พิน ผู้เห็นเหตุการณ์

จากการพูดคุยกับ นางสายพิน คำนก หรือ “พิน” ผู้เห็นเหตุการณ์ อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ขณะที่ตนนั่งคุยกับเจ้าของบ้านหลังที่ 3 ได้มีไอร้อนมากระทบที่ใบหน้า ตนจึงพูดคุยกับเจ้าของบ้านว่า ลักษณะเช่นนี้คล้ายกับจะเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ใช่หรือไม่ โดยเมื่อไอร้อนพัดมาเป็นครั้งที่ 3 ตอนนั้นเป็นระยะเวลาประมาณ 20 นาที ก็ได้กลิ่นเหม็นจนหันไปดูพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้แล้ว

ไฟลุกในบ้านหลังที่ 4

ต่อมาเวลาประมาณ 16.20 น. ขณะที่ทีมข่าวเดินเฝ้าสังเกตในบ้านหลังที่ 3 อยู่นั้น ได้เกิดเพลิงลุกไหม้ที่บ้านหลังที่ 4 เมื่อทีมข่าวได้วิ่งไป พบว่าไฟได้ไหม้ลุกลามที่บริเวณเตียงนอนบริเวณหน้าบ้าน จากการพูดคุยก็ไม่มีใครได้บันทึกภาพขณะที่เพลิงกำลังปะทุขึ้นมาตอนแรก เพราะไม่มีคนอยู่

นายสุริยพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามพี่น้อง ทดสอบจุดไฟ

ขณะที่ นายสุริยพงศ์ ทรงศิริ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามพี่น้อง ได้ทดสอบจุดไฟบนเตียงนอนให้ทีมข่าวดู พบว่าเมื่อจุดได้เพียงชั่วครู่ไฟก็จะดับลงทันที ไม่มีการลุกไหม้แผ่ขยายเหมือนก่อนหน้านี้ จากนั้นทีมข่าวได้กระจายจุดกันเฝ้าบ้านทั้งหมด 4 หลัง เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง ยังไม่พบว่ามีไฟไหม้ที่บ้านหลังใด

สิ่งของที่โดนไฟไหม้

โดยจากการสรุปเหตุไฟไหม้บ้านทั้ง 4 หลัง ปรากฎว่า บ้านหลังที่ 1 เกิดไฟไหม้มากกว่า 200 ครั้ง บ้านหลังที่ 2 เกิดไฟไหม้ 7 ครั้ง บ้านหลังที่ 3 เกิดไฟไหม้ 10 ครั้ง และบ้านหลังที่ 4 เกิดไฟไหม้ 5-6 ครั้งภายในวันเดียว

สภาพบ้านทุกหลังมืด ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง เนื่องจากไฟฟ้าดับ

วันนี้สภาพบ้านทุกหลังมืด ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง เนื่องจากไฟฟ้าดับ ทุกหลังจึงต้องมีการจุดเทียน นอกจากนี้ ทีมข่าวได้เดินทางมาบ้านหลังที่ 2 ที่เคยเกิดเพลิงลุกไหม้ ซึ่งบ้านทั้ง 4 หลังที่เกิดเพลิงไหม้เป็นเครือญาติกันทั้งหมด

บ้านหลังที่ 2 เก็บเสื้อผ้าไว้ในถังและตู้

โดยจากการเดินสำรวจบริเวณบ้านจะพบว่าภายในบ้านนั้นจะมีการนำพวกเสื้อผ้าที่เคยอยู่ในตู้เสื้อผ้า มาไว้ถังพลาสติก และชั้นเก็บของพลาสติกแทน ส่วนการนอนพักอาศัยในแต่ละคืน ก็จะปูผ้านอนกับพื้น และไม่นอนที่เตียงนอนไม้ เนื่องจาก ฟูกที่นอนได้นำไปไว้ด้านนอก เพราะหวั่นจะเกิดเพลิงไหม้

นายนที สรรพศรี หรือ กู่ เจ้าของบ้านหลังที่ 2

นายนที สรรพศรี หรือ กู่ เจ้าของบ้านหลังที่ 2 ที่เคยเจอเหตุเพลิงไหม้ เปิดเผยว่า บ้านตนเป็นเป็นบ้านหลังที่ 2 เกิดเพลิงไหม้ โดยเกิดช่วงวันที่ 4 พ.ค. ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าสิ่งของที่ไหม้มักจะเป็นพลาสติกและผ้าไนลอน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ตนคิดอย่างเดียวว่าสาเหตุเกิดจากการขุดบ่อน้ำบาดาล แล้วส่วนใหญ่ที่จะไหม้คือช่วงเวลาที่อากาศร้อนชื้น ตนได้มีการเก็บพวกเสื้อผ้าใส่ลงในถังพลาสติก เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ไปบางส่วน

นอกจากนี้ นายนที บอกว่าเหตุการณ์การเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ได้จัดฉากขึ้นมา และการเกิดเพลิงครั้งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์ ส่วนการนอนของตนก็ยังนอนในบ้านปกติ ทั้งนี้ ได้พาทีมข่าวเดินไปดูเตียงนอนที่จะนอนในยามค่ำคืน พบว่าเป็นการนอนแบบเอาผ้าปูที่นอนปูกับพื้นในห้องนอน แล้วที่ไม่นอนบนเตียงไม้ เนื่องจาก ฟูกได้ย้ายไปไว้ที่อื่น ซึ่งหาไม่เจอว่าไว้ไหน หวั่นเกิดเพลิงไหม้ในห้อง

บ้านหลังที่ 3

ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางไปบ้านหลังที่ 3 พบกับนางภาพิมล สรรพศรี อายุ 54 ปีเจ้าของบ้าน 3 เปิดเผยว่า บ้านของตนเป็นบ้านหลังที่ 3 ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ตอนเกิดครั้งแรกตนรู้สึกกลัว ซึ่งนับจนถึงปัจจุบันเกิดมาประมาณ 10 กว่าครั้งแล้ว สำหรับสาเหตุตนคิดว่า เกิดจากน้ำบาดาล

นางภาพิมล สรรพศรี เจ้าของบ้าน 3

นางภาพิมล บอกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้ขึ้น เพื่อนตนที่ทราบข่าวก็บอกว่าพระวัดหนึ่งได้บอกให้ตนทำบุญ แล้วจะหายไฟไหม้ ใจจริงตนคิดอยากจะไปแต่ทิ้งบ้านไม่ได้ แต่ตนไม่คิดที่จะย้ายบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะย้ายไปที่ไหน มีแต่ขนของพวกที่เป็นเสื้อผ้าที่เป็นของจำเป็นเท่านั้น แล้วสังเกตจากการไหม้ ก็จะไหม้แต่เสื้อผ้า

นางภาพิมล พูดคุยกับผู้สื่อข่าว และพาดูที่นอน

นอกจากนี้ หลังจากเกิดเรื่องตนต้องนอนอยู่ที่ระเบียงหลังบ้าน โดยกางมุ้งนอนกับลูกและสามี เนื่องจากไฟฟ้าดับ

นายสมบุญ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศทรัพยากรธรณี

ทีมข่าวไดพูดคุยกับ นายสมบุญ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศทรัพยากรธรณี ระบุว่า ตามหลักวิทยาศาสตร์ การที่วัตถุจะติดไฟได้ต้องเป็นเชื้อเพลิง เช่น น้ำมัน ก๊าซ หรือสารระเหย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีประกายไฟมากระตุ้นให้เกิดการสันดาบจึงจะเกิดไฟ ซึ่งที่จ.จันทบุรี โดยโครงสร้างก็มีรอยเลื่อนขนาดใหญ่พาดผ่าน เป็นรอยเลื่อนเก่าที่ทำให้ชั้นหินบดกัน โดยมีคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบ ทำให้เกิดชั้นถ่านหินบางๆ และเกิดก๊าซธรรมชาติรอบรอยเลื่อน หากมีช่องที่ทำให้ก๊าซปะทุขึ้นมาประกอบกับมีประกายไฟ ก็อาจทำให้เกิดไฟได้

โดยการขุดบ่อบาดาล ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ก๊าซสามารถขึ้นมาจากใต้ดิน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดไฟไหม้ โดยเฉพาะการที่ไฟไหม้เฉพาะจุดภายในบ้าน เพราะหากมีก๊าซขึ้นมาและมีประกายไฟ ไฟก็จะไหม้แค่บริเวณบ่อบาดาลเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ดินจะกระจายไปในบ้าน ทำให้เกิดไฟในกรณีดังกล่าว ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถือว่าเกิดไม่ได้

นายณรงค์ สังฆธรรม เจ้าของบ้านหลังที่ 4

เวลา 21.00 น. นายณรงค์ สังฆธรรม เจ้าของบ้านหลังที่ 4 ได้พาทีมข่าวดูที่นอนยามค่ำคืน พบว่าได้มีการกางมุ้งไว้นอน พร้อมกับผ้าห่ม พร้อมเปิดเผยว่า บ้านของตนเริ่มเกิดเพลิงไหม้ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. รวมทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน ประมาณ 10 ครั้ง ในความคิดของตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องภูตผีปีศาจ เพราะไม่มีความคิดว่าเป็นเรื่องไสยศาสตร์ แต่ก็คิดที่จะให้พระมาทำบุญที่บ้านเพื่อให้สบายใจมากขึ้น ซึ่งขณะนี้หลับนอนภายในบ้าน แล้วเอาของใช้บางส่วนไว้ภายนอก

keyboard_arrow_up