คลิปใหม่! แก๊งหัวร้อนอวดจบมธ. ตร.แฉ ซ่าแต่ไม่มาโรงพัก (คลิป)

จากกรณีที่ได้มีการเผยแพร่คลิป ครอบครัวของนายพยอม แสงวันดี และน.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล ด่าทอและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง จนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์และถูกขุดคุ้ยประวัติ ว่าเคยมีพฤติกรรมเคยกระทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

วันนี้ (15 พ.ค. 61) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีครอบครัวดังกล่าว ในขณะพูดถึงเรื่องปฏิรูปกฎหมายว่า ปฏิรูปมาแล้วไม่บังคับใช้ เอาแค่เรื่องกฎหมายจราจร ที่มีการกระชากคอ ด่าทอตำรวจ เราจึงต้องปฏิรูปไปด้วยกัน รวมถึงสื่อก็ต้องสอนคนว่าอย่าทำเช่นนี้ เป็นพฤติกรรมน่ารังเกียจ ในเมื่อเจ้าหน้าที่ทำงานตามกฎหมายไม่ได้ไปรังแกอะไรทั้งสิ้น แต่กลับไม่ฟังแล้วกลายเป็นรัฐบาลไม่ฟังอะไรเลย

ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รองสารวัตรจราจร สภ.มาบตาพุด

ด้าน ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รองสารวัตรจราจร สภ.มาบตาพุด  บอกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็ไม่ได้มีความย่อท้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ ยังคงทำงานเหมือนเช่นเดิม ยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ไม่ได้กลั่นแกล้ง  และไม่อยากให้คู่กรณีไปทำเช่นนี้กับคนอื่นอีก และเป็นห่วงลูกน้องที่ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ อาจมีการบั่นทอนจิตใจ ซึ่งก็เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผู้กำกับการ สภ.มาบตาพุด

นอกจากนี้ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผู้กำกับการ สภ.มาบตาพุด เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้หากครอบครัวนายพยอม จะมาขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็สามารถมาได้ทุกเวลา ซึ่งตนจะอยู่ต้อนรับเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรับคำขอโทษ โดยไม่ติดใจอะไรกับครอบครัวนี้อีก แต่ครอบครัวต้องให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้ที่ไหนอีก ทางคดีความ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยไม่มีข้อยกเว้น

ขณะที่ สภ.มาบตาพุด ได้มีประชาชนชาวจังหวัดระยองกว่า 70 คน เดินทางไปมอบดอกกุกลาบให้กำลังใจในการทำงานกับ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ และ ร.ต.อ.วิทยา ที่ถูกลูกชายครอบครัวหัวร้อนชกเข้าที่เบ้าตา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่มีความอดกลั้นไม่ตอบโต้

ส่วนกรณีที่ น.ส.หทัยรัตน์ ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เรียนจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามที่เคยแอบอ้างนั้น ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2558 หมวด 9 บทกำหนดโทษ มาตรา 88 ระบุโทษไว้ว่า ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

นายพยอม แสงวันดี และน.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล สามี-ภรรยาครอบครัวที่มีปัญหากับตำรวจ

ด้านนายพยอม แสงวันดี และน.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล สามี-ภรรยาครอบครัวที่มีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทั้งสองคนได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า วันพรุ่งนี้ (16 พ.ค.) ทางครอบครัวจะเดินทางไปขอโทษตำรวจ ที่สถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด จ.ระยอง โดย น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวว่า หลังจากเกิดดังกล่าวขึ้นกับครอบครัว ยอมรับว่าได้รับผลกระทบทางสังคมเยอะมาก ทั้งเรื่องการทำงานก็มีปัญหาเยอะ ส่วนกรณีเรื่องที่คนระยองจะขอให้ครอบครัวออกจากพื้นที่นั้น ขณะนี้ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้

น.ส.หทัยรัตน์ ครอบครัวที่มีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนอยากฝากให้สังคมมองครอบครัวของตนในเเง่ดีบ้าง เพราะในบางคลิป บางตอน ตนไม่ได้ผิดตลอด และคงไม่ได้หัวร้อนตลอดเวลา หรือทุกกรณีไป อยากให้มองครอบครัวเราใหม่ อยากให้เข้าใจกันบ้าง ทุกคนก็มีอารมณ์โมโหได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่เราทำอาจจะดูแรงไป ก็อยากจะขอโทษสังคมด้วย ที่ทำให้ดูไม่ดี และทำให้จังหวัดระยองเสื่อมเสีย ก็อยากจะขอโทษคนระยองด้วย

นอกจากนี้ น.ส.หทัยรัตน์ ต้องการเผยหลังฐานเพื่อเเสดงว่าตนไม่ได้เป็นเเก๊งตบทรัพย์อย่างที่คู่กรณีในเหตุการณ์ที่ จ.ตาก กล่าวหา จึงได้มอบคลิปเหตุการณ์ที่ได้ถ่ายไว้ในวันเกิดเหตุให้กับทีมข่าวเพื่อนำมาเผยเเพร่

คลิปที่จ.ตาก ของ น.ส.หทัยรัตน์ ที่เปิดเผยกับอมรินทร์ ทีวี

โดยภายในคลิปเผยให้เห็นเหตุการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างโต้เถียงกันไปมา และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนกลาง โดยฝ่ายน.ส.หทัยรัตน์ต้องการคำขอโทษจากคู่กรณีที่ขับรถจนเกือบเหยียบเท้านายพยอมผู้เป็นสามี แต่คู่กรณีจะไม่ยอม เถียงกันไปมาจนสุดท้ายคู่กรณียอมขอโทษ เเต่ น.ส.หทัยรัตน์ ยังไม่พอใจ ต้องการให้เเฟนของคนที่ขับรถขอโทษด้วย เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกหัวเราะเยาะ

ทั้งนี้ เนื้อหาภายในคลิปไม่มีการพูดถึงเรื่องการเรียกเงินที่จะบ่งบอกได้ว่าเป็นการตบทรัพย์ คลิปเหตุการณ์อื่นไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากจะเก็บไว้ใช้ในชั้นศาล

ด.ต.วุฒิโชค หล้าวงศ์ ผบ.หมู่ (ป.)สภ.เมืองตาก

ขณะที่ ด.ต.วุฒิโชค หล้าวงศ์ ผบ.หมู่ (ป.)สภ.เมืองตาก เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ในพื้นที่สภ.เมืองตาก เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 61 ขณะนั้นตนปฏิบัติหน้าที่สายตรวจบริเวณนั้น พบเห็นการทะเลาะเบาแว้งกัน จึงเข้าระงับเหตุบริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยระหว่างนั้นครอบครัวนี้ซึ่งตอนนั้นตนยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้แจ้งกับตนว่าถูกอีกฝ่ายถอยรถเหยียบเท้า ซึ่งข้อเท็จจริงตนก็ยังไม่ทราบได้ว่าเหยียบจริงหรือไม่

ด.ต.วุฒิโชค เผยว่า ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันนานกว่า 10 นาที เมื่อตนเห็นว่าจะไม่มีทีท่าว่าจะสงบ จึงได้เชิญทั้ง 2 ฝ่าย ไปยังโรงพัก สภ.เมืองตาก เพื่อไปเจรจากัน พร้อมจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น จากนั้น น.ส.หทัยรัตน์ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปถ่ายป้ายชื่อที่ติดกับหน้าอก ซึ่งตนก็ไม่ว่าอะไรอยากถ่ายก็ให้ถ่ายไป เพราะตนก็ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

ภายหลังจากนั้น ตนมาถึง สภ.เมืองตาก กลับพบว่ามีเพียงฝ่ายคู่กรณีที่เดินทางมาตามคำเชิญ แต่ครอบครัวของ น.ส.หทัยรัตน์ กลับไม่ได้เดินทางมา เจ้าหน้าที่จึงได้ให้คู่กรณีลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น และเนื่องจากฝ่ายครอบครัวดังกล่าวไม่มาจึงไม่ทราบชื่อและไม่มีช่องทางที่จะติดต่อสื่อสาร

keyboard_arrow_up