เปิดใจตร. ถูก 2 โจ๋ขับชนล้มหัวฟาดกลางสี่แยก – แม่พาขอโทษ งดจ้อสื่อ ห่วงลูกเสียอนาคต (คลิป)

จากรณีตำรวจจราจร สน.ท่าเรือปฏิบัติหน้าที่บริเวณแยกไฟแดง แล้วทำการหยุดรถ เพื่อขอตรวจสอบกรณีกระทำผิดกฏหมายไม่สวมหมวกนิรภัย แต่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไม่หยุดรถ และเจตนาขับรถพุ่งชนตำรวจจนล้มลง แล้วขับหลบหนีไป

ภาพจากคลิป เหตุการณ์ที่รถจักรยานยนต์พุ่งชนตำรวจจนล้มลง

วันนี้ (11 พ.ค.) ทีมข่าวเดินทางมาที่สน.ท่าเรือ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น โดย สิบตำรวจตรีจิรกิตติ์ สุขนาบัว ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ท่าเรือ เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านงานจราจร อยู่บริเวณหน้าโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์

สิบตำรวจตรีจิรกิตติ์ สุขนาบัว ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ท่าเรือ

ขณะนั้นมีรถมอเตอร์ไชค์ขับผ่านมา ตนเองสังเกตเห็นว่าคนซ้อนท้ายไม่สวมหมวกนิรภัย จึงได้เข้าไปเรียกตัว และทำการจับกุมผู้กระทำผิดรายดังกล่าว ซึ่งตนได้ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาให้เข้มงวดจับกุมผู้กระทำผิด ตามโครงการ “กรุงเทพปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100%”

สิบตำรวจตรีจิรกิตติ์ เล่าต่อว่า จังหวะที่รถขับมาใกล้ ได้ชะลอรถแล้ว แต่เมื่อจะถึงตน กลับมีการเร่งเครื่องออกไป จนทำให้ตนเองล้มลงนอนกับพื้น ได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างขวา และหัวกระแทกพื้น แต่หลังจากที่ทำการตรวจร่างกายแล้วพบว่าไม่เป็นอะไรมาก ส่วนตัวจึงไม่ติดใจเอาความ เพราะตนเองก็อยู่ในช่วงของการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากเกิดเหตุ ตนได้เจอกับคู่กรณี ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เข้ามาขอโทษเรียบร้อยแล้ว

สิบตำรวจตรีจิรกิตติ์ เล่าอาการเจ็บที่ขาข้างขวา

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร เมื่อมีการเรียกตรวจ ประชาชนก็ควรปฏิบัติตาม เพราะความผิดด้านจราจรเป็นเพียงความผิดเล็กน้อง บางครั้งก็ถูกตักเตือน หรือมีการปรับจำนวนไม่มาก ดังนั้นไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะถ้าไม่โชคดีเหมือนเหตุการณ์นี้ อาจขับไปชนคนอื่น หรือทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บมากไปกว่านี้หรือเสียชีวิต ก็อาจจะถูกดำเนินคดีหนักมากกว่าความผิดจราจรทั่วไปได้

ทั้งนี้ ได้ตั้งข้อหาผู้กระทำผิด 5 ข้อหา คือ 1. ขับรถโดยใบอนุญาตขับขี่หมดอายุ 2. ขับรถโดยประมาณทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 3. ปฏิเสธและหลบหนีการตรวจของเจ้าหน้าที่ 4. คนนั่งท้ายไม่สวมหมวกนิรภัย และ 5. เสพสารเสพติด หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจฉี่พบมีสีม้วง ซึ่งผู้กระทำผิดได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ทั้งนี้คดีการขับรถชนแล้วหนี รวมถึงคดียาเสพติดเป็นคดีอาญา จึงต้องทำสำนวนส่งฟ้องศาลแขวง ให้พิจารณาตัดสินคดีต่อไป

สิบตำรวจตรีจิรกิตติ์ สุขนาบัว พูดคุยกับทีมข่าว

จากนั้น ทีมข่าวยังได้ประสานงานไปยังผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ คือ นางเมล์ ผู้เป็นแม่ ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ เนื่องจากอยู่ระหว่างทำงาน และบอกเพียงสั้นๆว่า “ยังทำใจไม่ได้” เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ว่าทำไมลูกของตนเองจึงได้ขับรถชนตำรวจได้รับบาดเจ็บ ส่วนการกระทำผิดก็ยอมรับผิดทั้งหมด และพร้อมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฏหมาย พร้อมทั้งฝากกล่าวขอโทษตำรวจนายดังกล่าวด้วย

keyboard_arrow_up