เปิดใจ หนุ่มโต้จับผิด ตร. ดักทางโค้ง หวังแค่ขยับหน่อย – ตร.แจง ยุทธวิธี ปรับได้ถ้าเสี่ยง (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Supamongkon Siri-im ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่มีเรื่องราวของตำรวจตั้งจุดกวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะกับผู้ขับขี่ที่ไม่สวมหมวกกันน็อคที่สี่แยกสะพานควาย ซึ่งเป็นการถ่ายคลิปของหนุ่มรายนี้ จากบนสะพานลอย จากนั้นได้มีตำรวจขึ้นมาบนสะพานลอยขอดูบัตรประชาชนหนุ่มที่กำลังถ่ายคลิป พร้อมปะทะคารมกัน เนื่องจากหนุ่มรายนี้ระบุสาเหตุต้องถ่ายเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับวิธีปฏิบัติของตำรวจที่ยืนอยู่บริเวณติดกับแยกที่เป็นช่วงเลี้ยว เพราะหวั่นว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้

โพสต์ของนายศุภมงคล บันทึกเหตุการณ์ขณะเจรจากับตำรวจ

ล่าสุด วันนี้ (10 พ.ค. 61) นายศุภมงคล ศิริอิ่ม ผู้ถ่ายคลิป เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ 9 พ.ค.เวลาประมาณ 14.00น. ตนได้เดินอยู่ในบริเวณดังกล่าว และได้เห็นภาพของตำรวจ ประมาณ 10 นาย ที่กำลังตั้งด่านลอย อยู่บริเวณสี่แยกสะพานควาย โดยพบว่าบางแยก ตำรวจยืน 2-3 นาย บางแยกมี 5 นาย ตนจึงหยุดมองเหตุการณ์จากบนสะพานลอย ขณะนั้นคิดว่าจุดที่ตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นอยู่ใกล้กับแยกจนเกินไป เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงเดินขึ้นไปบนสะพานลอยเพื่อสังเกตการณ์ หากมีรถคันใดเกิดอุบัติเหตุ ตนก็ยินดีจะเป็นพยานให้

นายศุภมงคล ศิริอิ่ม ผู้ถ่ายคลิป

นอกจากนี้ ตนพบว่ามีตำรวจอยู่ตรงแนวทางเลี้ยว ซึ่งยืนบนริมฟุตปาธด้วย ขณะที่บางนายยืนดักอยู่ที่เกาะกลางถนน ห่างกันเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น หากว่ารถเลี้ยวโค้งจากแยกสัญญาณไฟมาแล้ว ไม่สวมหมวกกันน็อค ก็จะวิทยุเรียกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณจุดถัดไป ดักรถโบกเรียกให้จอดทันที

ภาพจากคลิปที่นายศุภมงคล บันทึกเหตุการณ์ขณะเจรจากับตำรวจ

ขณะที่ตนถ่ายคลิปอยู่นั้น ได้มีตำรวจนายหนึ่ง เดินขึ้นมาพูดคุยกับตน ถามว่าตนมาทำอะไร มาดูอะไร ตนจึงตอบไปว่า มาดูพวกพี่ทำงาน นายตำรวจคนนั้นก็บอกว่า จะมาตรวจสอบอะไรไร้สาระ ตนจึงตอบกลับว่า ไม่ไร้สาระ เผื่อมีอุบัติเหตุ ตนจะเป็นพยานให้เขา

นายตำรวจรายนั้นจึงเดินกลับไป และขณะที่เขากำลังจะลงสะพานลอยก็บ่นพึมพำ ตนจึงถามกลับว่ามีอะไรไหม พี่สงสัยอะไรในตัวผมไหม นายตำรวจคนดังกล่าว จึงตอบว่า เปล่า ทำอย่างนั้น มันไม่ถูกต้อง คุณมาตรวจสอบอะไร คุณต้องการอะไร ตนจึงตอบกลับว่าต้องการให้ขยับไปถอยหลังไปนิดนึง โดยตอนนั้นก็เริ่มถ่ายคลิปไว้แล้ว ตนจึงบอกต่อว่า พี่ขยับด่านถอยหลังไปนิดนึงดีไหม ระยะประมาณ 100 เมตรก็ได้ แต่ตำรวจคนดังกล่าวบอกว่า นี่ขนาดตั้งแบบนี้ ยังจับไม่ได้เลย และบอกว่า น้องอย่ารู้เลยน้องไม่ได้เรียนมา วิธีการตั้งแบบนี้พี่รู้ แล้วทางตำรวจท่านนั้นก็ขอบัตรประชาชนของตนเพื่อจะดู ตนจึงยื่นให้ดู ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายบัตรประชาชนของตนเอาไว้ด้วย แล้วก็แยกย้ายกันไป

จุดที่ตำรวจ กวดขันวินัยจราจร บริเวณรอบแยก มุมต่างๆ

ทั้งนี้ ตนได้นำคลิปดังกล่าวมาโพสต์ เพราะอยากให้คนตัดสินว่า การตั้งด่านของตำรวจแบบนี้เหมาะหรือไม่ ส่วนวินัยจราจรเรื่องหมวกกันน็อคตนชอบมาก แต่ไม่ใช่วิธีการมาดักในจุดที่เป็นทางเลี้ยวแบบนี้ อีกทั้งตำรวจตั้งด่านลอยทั้งสี่แยก ทำให้คนที่ไม่สวมหมวกกันน๊อกไม่มีทางหนีได้เลย อีกทั้งตนเห็นว่าการที่ผู้ขี่จักรยานยนต์ไม่สวมหมวกถูกปรับ 400 บาท หลังจากนั้นเขาก็ขับต่อแบบไม่มีหมวกกันน็อคอีก ก็เสียค่าปรับเหมือนเดิม

พ.ต.อ.กิตติ อริยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร

ด้าน พ.ต.อ.กิตติ อริยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นการตั้งจุดตรวจ หรือเป็นด่านลอยอย่างที่เข้าใจกัน เนื่องจากนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ไม่ให้มีการตั้งด่าน ดังนั้นจึงเป็นการกวดขันเฉพาะการไม่สวมหมวกนิรภัยเท่านั้น ไม่ว่าคนขับหรือผู้ซ้อนท้ายต้องสวมหมวกทั้งหมด ซึ่งบริเวณสี่แยกดังกล่าวเป็นจุดร่วมในโครงการนี้ด้วย ซึ่งเมื่อดูจากคลิปแล้ว ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องไปจับกุมในจุดที่รถเคลื่อนตัว ก็เสี่ยงทั้งผู้ปฏิบัติงานเอง และเสี่ยงสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งก็คงต้องนำไปปรับแนวทางการปฏิบัติ ให้สอดคล้องต่อไป

สำหรับในเรื่องของการเผยแพร่คลิปดังกล่าว หากไม่มีข้อความที่บิดเบือนหรือเป็นข้อความเท็จก็คงไม่มีความผิดอะไร แต่สิ่งที่โพสต์ลงจะเป็นเหมือนกระจกสะท้อน ว่าสิ่งที่เราทำเสี่ยงแค่ไหน ถ้าเสี่ยงทั้งตัวเราเองและผู้อื่นก็ปรับเปลี่ยน ยุทธวิธีต่อไป

จุดที่ตำรวจมีการกวดขันวินัยจราจร แยกสะพายควาย

รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เราปฏิบัติตามยุทธวิธี แต่การปฏิบัติต้องปลอดภัย ทั้งผู้ปฏิบัติ และผู้ถูกตรวจค้น ถ้าพิจารณาว่าเป็นจุดที่เสี่ยงคงต้องยกเลิก โดยเจตนาหลักๆ คือ รณรงค์ให้ผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีวัตถุประสงค์อื่น ซึ่งตนจะนำเรื่องดังกล่าว เรียนไปยังผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ตรวจในวันนั้นว่า ให้เปลี่ยนวิธีใหม่ พร้อมจะสอบถามว่าใครเป็นผู้ควบคุมและมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร แล้วผลเป็นอย่างไร อีกทั้งมีปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ที่ดูจากคลิปแล้วก็ไม่ปลอดภัย

ส่วนเมื่อทีมข่าวถามถึงการกรณี เป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้การเสียค่าปรับแล้วได้รับหมวกกันน็อคด้วย รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ระบุว่า ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวเคยให้หมวกกันน็อคฟรีกับประชาชน หรือ ให้ยืมไปใช้ก่อนก็มี แต่ที่ผ่านมาน้อยคนที่จะนำคืนกลับมา จึงทำให้เป็นปัญหา เพราะมีงบประมาณจำกัด และไม่สามารถให้กับประชาชนได้ทั้งหมด ทั้งนี้ส่วนตัวแล้วเห็นว่าถ้าท่านซื้อหมวกใส่ แล้วไม่โดนปรับจะคุ้มค่ากว่า

keyboard_arrow_up