ผบ.ตร.เผย เปรี้ยว เอิร์น แจ้ รับสารภาพ เผยปมฆ่า เสพติด-หนี้สินที่ติดค้าง ยืนยันไม่เกี่ยวค้ายาข้ามชาติ

เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป 1) ,พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. และ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 ซึ่งตั้งโต๊แถลงข่าวชั้น 1 อาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. แถลงข่าวคดีฆ่าหั่นศพ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวระหว่างแถลงข่าว กลุ่มผู้ต้องหาไม่ใช่ขบวนการค้ายาข้ามชาติ เป็นเพียงผู้ที่เสพยาเสพติดในจังหวัดขอนแก่นเท่านั้น โดยผู้ต้องหา 3 คนคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริสรา กลิ่นจุ้ย พนักงานร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น โดยน.ส.ปรียานุช โนนวังชัย (เปรี้ยว) น.ส.กวิตา ราชดา (เอิร์น) และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต (แจ้) ตั้งใจเข้ามอบตัวอยู่แล้ว ส่วนกรณีของ นางสาวจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหามีเรื่องยาเสพติดตั้งแต่ปี 2559 โดนผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าว

ส่วนที่ลงมือทำร้ายน้องแอ๋ม จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหากล่าวว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า เพราะไม่ได้เจอกับน้องแอ๋มมากว่า 1 ปีแล้ว แต่ในวันนั้นได้เจอกันโดยบังเอิญ ในเวลา 1 นาฬิกาของวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เลยได้เรียกน้องแอ๋มขึ้นรถ เพื่อต้องการที่จะทำร้ายสั่งสอน แต่อาจมีปากเสียงกันจึงกระทำการรุนแรงด้วยการบีบคอจนเสียชีวิต ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่าขณะนั้นรู้สึกตกใจจึงทำอะไรไม่ถูก ส่วนสาเหตุเกิดจากความแค้นส่วนตัวที่ถูกขยายผลการจับกุม และการที่ผู้เสียชีวิตติดหนี้สินกับตัวเอง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากการสอบถามเหตุผลที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมอบตัว เพราะไม่อยากให้ผู้ที่ไปพักอาศัยอยู่เดือดร้อน และเมื่อเขาทั้ง 3 คนตั้งสติได้และคุยกันก็มีความคิดที่จะมอบตัว ส่วนการสอบถามเรื่องการหั่นศพ ผู้ต้องหาระบุว่าเพราะศพเริ่มแข็งตัวและผู้ต้องหาคิดไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร  ซึ่งตอนแรก เปรี้ยวคิดอำพรางศพ ด้วย 2 วิธีการคือ ถ่วงน้ำและหั่นศพ แต่ไม่เลือกถ่วงน้ำ เพราะศพเริ่มแข็ง กลัวศพจะโผล่ขึ้นมา

สำหรับข้อกล่าวหาที่ตำรวจได้แจ้งกับทั้ง 3 คน คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และฝังซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุการตาย และปล้นทรัพย์ หรือรับของโจร  กรณีการนั่งแต่งหน้าเป็นเรื่องของผู้หญิงทั่วไป แต่อย่างน้อยเขาก็มีความรับผิดชอบที่มีการมอบตัวต่อตำรวจ ส่วนโทษนั้น สูงสุดคือประหารชีวิตอยู่แล้ว แต่ก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาล ตามมาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต หรือ 15-20 ปี

พล.ต.ต.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า หลังจากแถลงข่าวจะพาผู้ต้องหาเดินทางกลับจ.ขอนแก่น โดยจะทำแผนรับคำสารภาพในวันพรุ่งนี้ ( 5 มิ.ย.) ประมาณ 7-8 จุด

keyboard_arrow_up