ท้าให้ประหาร! เปิดใจผู้ต้องหา ลั่นขอตรวจ DNA ยันไม่ได้ข่มขืนสาวพิการท้อง 7 เดือน (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (7 พ.ค. ) นางเอ (นามสมมติ) อายุ 54 ปี พา น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ลูกสาวพิการเข้าแจ้งความดำเนินคดี นายคำสอน หรือ ตาอ้าง ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ที่ สภ.บ่อวิน อ.บ่อวิน จ.ชลบุรี โดยให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ลูกสาวของตนถูกตาอ้างล่อลวงไปข่มขืนในไร่มันสำปะหลัง ต.เขาคันทรง ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2560 จนขณะนี้ตั้งท้องได้ 7 เดือน (อ่าน : แม่สุดทนร้องปวีณา ลูกพิการถูกขืนใจท้อง 7 เดือน – เจ้าตัวปัดแค่รับส่ง ไม่ล่วงเกิน) หลังจากที่เมื่อวานนี้ ตาอ้าง ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.บ่อวิน และปฏิเสธว่าเป็นคนข่มขืน อ้างว่าเป็นคนอาสาไปรับไปส่งเท่านั้น

ผู้เสียหาย และแม่ เดินทางเข้าแจ้งความ

วันนี้ (8 พ.ค.) พ.ต.ท.สวัสดิ์ ดวงแป้น รอง ผกก.สอบสวน สภ.บ่อวิน ให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และคดีข่มขืนทั่วไปที่ผู้เสียหายมีอายุ 18 ปีขึ้นไป จะมีอายุความเพียง 3 เดือน โดยผู้เสียหายจะต้องแจ้งความภายใน 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้ผู้เสียหายแจ้งความหลังจากเกิดเหตุเป็นเวลาเกือบ 7 เดือน ซึ่งถ้าเป็นกรณีปกติ คดีจะหมดอายุความไปแล้ว แต่ในกรณีนี้ผู้ต้องหาเป็นผู้พิการ และมีความผิดปกติทางสมอง เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาจากประเด็นนี้ร่วมด้วย และดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย

นางเอ แม่ของผู้เสียหาย (ซ้าย), น.ส.บี ผู้เสียหาย (ขวา)

นางเอ (นามสมมติ) แม่ของผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนอยากให้ตำรวจติดตามคดีนี้ และให้ความเป็นธรรมกับพวกตนด้วย

ไร่มันจุดเกิดเหตุ

นอกจากนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุที่เป็นไร่มันสำปะหลัง พบว่าบริเวณนั้น ปัจจุบันเป็นไร่สับปะรดที่ค่อนข้างโล่งแจ้ง แต่ยังมีร่องรอยของต้นมันสำปะหลังที่มีการตัดและมัดรวมกันไว้ ซึ่งเจ้าของไร่บอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุต้นมันสำปะหลังสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณนั้นไม่มีบ้านคน โดยไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวมีพักอาศัยชั่วคราวของแรงงานต่างด้าว 3 หลัง ห่างออกไปประมาณ 200-300 เมตร ซึ่งจากการสอบถามคนในบ้าน พบว่าเพิ่งมาตั้งที่พักอาศัยชั่วคราวได้ประมาณ 10 วัน

นายคำสอน หรือ ตาอ้าง ผู้ต้องหา

ด้านนายคำสอน ยืนยันว่า ตนไม่ได้ข่มขืน น.ส.บี พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยการให้ตรวจดีเอ็นเอ ส่วนเรื่องเงิน 100,000 บาทที่ฝ่ายผู้เสียหายเรียก ตนไม่ได้ขอต่อรองเหลือ 50,000 บาทตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด แต่ตนปฏิเสธที่จะไม่ให้เพราะตนไม่มีจะให้ และไม่รู้จะต้องให้ทำไมในเมื่อตนไม่ได้ทำ ทั้งยังตัดพ้อต่อทีมข่าวว่าตั้งแต่เกิดเรื่องตนเสียหายมาก ไม่กล้ามองหน้าใคร แม้แต่สุนัขก็ยังไม่อยากมองหน้าตน อีกทั้งต้องการให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อล้างมลทินของตนเอง และเพื่อให้ลูก ๆ จะได้สบายใจ ซึ่งถ้าตนเองผิดจริง ก็ไม่ต้องจับตนเข้าคุก แต่จะให้ประหารชีวิตเลย

keyboard_arrow_up