ทำใจไม่ได้! ครอบครัว “อั๋น” เหยื่อ “ซิ่ง” ยิงดับ เชื่อเวรกรรมตามทัน เศร้าลูกคนดีต้องมาตาย (คลิป)

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม จับกุมนายพงศธร พุ่มราตรี หรือ เอ็ม ผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันฆ่าฯ ในวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ฆ่าคนตาย 2 ศพ ซึ่งต่อมานายเอ็มออกมาร้องขอความเป็นธรรม โดยยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนฆ่า และถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายเพื่อให้รับสารภาพว่าเป็นคนพานายเอกชัย ยินดีวงศ์ หรือ ซิ่ง ผู้ก่อเหตุตัวจริง ไปยิงคนตาย โดยวานนี้นายซิ่งได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว ขณะที่ตำรวจ สน.สายไหมแถลงข่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

นายพงศธร, นางองุ่น, นายท็อป และทนายเกิดผล ร่วมรายการต่างคนต่างคิด

วันนี้ (7 พ.ค. 61) รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50น. ได้เชิญนายพงศธร พุ่มราตรี หรือ เอ็ม ผู้ต้องหา, นางองุ่น พุ่มราตรี แม่นายเอ็ม, นายท็อป (นามสมมติ) เพื่อนนายเอ็ม และนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ร่วมพูดคุยในประเด็นดังกล่าว

นายพงศธร พุ่มราตรี หรือ เอ็ม ผู้ต้องหา

โดยนายเอ็ม ยืนยันว่า รู้จักนายซิ่งว่าเป็นวัยรุ่นในย่านที่ตนอยู่ แต่ไม่ได้สนิทกัน ส่วนในวันเกิดเหตุ ตนไปพบปะกับเพื่อนที่ร้านค้าในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 7 และได้นั่งพูดคุยกันตามประสาวัยรุ่น ยืนยันว่าวันนั้นตนไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนนายซิ่งไม่ได้มาพร้อมกับตน และไม่แน่ใจว่านายซิ่งเข้ามาที่ร้านตอนไหน เมื่อตนได้เจอนายซิ่ง ก็ทักทายกันตามปกติ ซึ่งตอนนั้นตนเห็นว่านายซิ่งมีอาการคล้ายคนเมามาก่อนแล้ว

นายเอ็ม พูดถึงซอยที่เกิดเหตุ

นายเอ็มบอกว่า ในซอยดังกล่าวค่อนข้างแคบ ประกอบกับวันดังกล่าวไฟดับ ทำให้มืดมาก เมื่อตนเห็นว่านายซิ่งเมาแล้ว ตนจึงอาสาขับรถถอยออกจากซอยให้ เพราะกลัวจะไปชนทรัพย์สินของชาวบ้านเสียหาย โดยขณะสมาธิตนจดจ่อกับการถอยรถอยู่ และช่วงหนึ่งตนก้มหน้าลงไปมองเกียร์รถ เป็นเวลาเดียวกับที่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นนายซิ่งถือปืนกำลังยิงคนอยู่ ทำให้ตอนนั้นตนตกใจจึงไม่กล้าลงจากรถ

เมื่อตั้งสติได้แล้ว จึงลงจากรถมาถามนายซิ่งว่า “พี่มีอะไร” และเห็นคนถูกยิงนอนอยู่ที่พื้น ส่วนอีกคนที่ถูกยิง ขณะนั้นยอมรับว่าตนไม่ทันสังเกต และต่อมาก็มีกลุ่มเพื่อนของผู้ตายที่นั่งดื่มอยู่อีกจุดหนึ่งวิ่งออกมา ส่วนนายซิ่งหลบหนีไปตอนไหนนั้นตนไม่ทราบ ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนไม่เคยเห็น 2 คนที่เสียชีวิตมาก่อน

นายท็อป (นามสมมติ)

นายท็อป กล่าวเสริมว่า ตอนนั้นตนนั่งอยู่ในร้านค้า เห็นนายเอ็มวิ่งเข้ามาด้วยหน้าตาตื่น บอกตนว่านายซิ่งยิงคน และให้ตนช่วยเรียกรถพยาบาล โดยหลังจากนั้นนายเอ็มเล่าต่อว่า ตำรวจได้เชิญตนไปให้ปากคำที่โรงพัก โดยรองผกก.สืบสวน เป็นคนทำร้ายร่างกายด้วยการตบที่ใบหน้าด้านซ้าย จนล้มลงไปนอนที่พื้น แล้วกระทืบที่ท้ายทอย ส่วนแขนที่ได้รับบาดเจ็บเกิดจากการยกมือมือขึ้นป้อง จากนั้นได้นำรองเท้าแตะมาตีที่ศีรษะ เพื่อต้องการให้ตนสารภาพว่าเป็นคนพานายซิ่งมาก่อเหตุ

นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ

ด้านทนายเกิดผล กล่าวว่า การที่ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าฯ เพราะเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดว่านายเอ็มขับรถ ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการด่วนสรุปเร็วเกินไป ซึ่งหากตำรวจฟันธงว่านายเอ็มเป็นคนพานายซิ่งมาก่อเหตุจริง ตนมองว่าแบบนี้น่าจะเข้าข่ายว่าไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว

โดยนายซิ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว นายเอ็มต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จริง เพราะขณะที่ยิงกัน มีนายซิ่งเพียงคนเดียวที่อยู่ในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่า หากตำรวจมีภาพกล้องวงจนปิดชี้ชัดเอาผิดนายเอ็มได้ แล้วทำไมจึงไม่เปิดให้ดู และให้นายเอ็มยอมจำนนต่อหลักฐานไปเลย เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดหลอกใครไม่ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าไม่เสียหายต่อรูปคดีแน่นอน

สำหรับกรณีที่ตำรวจได้แถลงข่าวพร้อมแสดงภาพนิ่งขณะมีการสอบสวนนายเอ็ม เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย โดยยังแสดงภาพการทำประวัติอาชญากร ซึ่งตำรวจอธิบายว่า ขณะนั้นยังไม่พบร่องรอยบาดแผล

นางองุ่น พุ่มราตรี แม่นายเอ็ม

ด้านนางองุ่น แม่ของนายเอ็ม ยืนยันว่า หลังจากนายเอ็มกลับจากโรงพักก็พบว่ามีรอยช้ำบริเวณที่ท้ายทอย และบนว่าปวดบริเวณท่อนแขน ตนก็ทายาให้ เชื่อว่าลูกตัวเองไม่ผิด และมูลเหตุการทำร้ายร่างกายก็มาจากเรื่องนี้จริงๆ ซึ่งลูกชายบ่นตั้งแต่อยู่ในห้องขังแล้วว่าปวดหัว และยืนยันในตอนนั้นด้วยว่าถูกซ้อม

ขณะที่นายเอ็มได้เปิดเผยเอกสารใบรับรองแพทย์ พร้อมบอกว่าตนเองได้ไปตรวจร่างกายทันทีหลังจากที่ได้รับการประกันตัวในวันที่ 30 เม.ย. ซึ่งตั้งแต่ตนเข้าให้ปากคำในวันเกิดเหตุจนกระทั่งถูกควบคุมตัวไปศาล ตนก็อยู่กับตำรวจตลอดเวลา

นายเอ็ม เปิดเผยเอกสารใบรับรองแพทย์

นายเอ็มบอกว่า ตนนั้นตนเองเลือกที่จะไม่หนีทั้งที่สามารถทำได้ เพราะมั่นใจว่าตัวเองไม่ผิด ยอมรับว่าหนักใจ และซวยที่ไปขับรถให้นายซิ่ง ยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ และจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ตัวเอง

ทนายเกิดผล ยอมรับว่า กรณีตำรวจซ้อมผู้ต้องหาเพื่อให้รับสารภาพนั้นเคยเกิดขึ้นจริง  ซึ่งคดีนี้ตนตั้งขอสังเกตวันที่ตำรวจนำรูปผู้ต้องหามาแถลงข่าวว่า รูปที่นำมาแสดงต่อสื่อมวลชนนั้นได้เปิดเผยให้เห็นทุกจุดทุกมุมของร่างกายหรือไม่ ขณะเดียวกัน กรณีนี้ผู้ต้องหาก่อเหตุแล้วแสร้งปัดไม่เกี่ยวข้องกับคดี ตนก็เคยพบเห็นว่าเกิดขึ้นจริงเช่นเดียวกัน

นายเอ็มยกมือไหว้ ขออย่าโจมตีตำรวจ

ทั้งนี้ นายเอ็มได้ยกมือไหว้พร้อมกล่าวในรายการว่า “ตำรวจคนอื่นดีอยู่แล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงนายตำรวจท่านเดียวที่ทำร้ายร่างกายผม จึงอยากวิงวอนคนไทยทุกคนว่า อย่าไปโจมตีตำรวจในภาพรวม เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่นายตำรวจแค่ท่านเดียว”

ทีมข่าวเดินทางมาที่บ้านของ “อั๋น” ผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ทีมข่าวยังเดินทางไปที่บ้านของ นายภาณุมาศ จีนสกุล หรือ อั๋น หนึ่งในผู้เสียชีวิต โดยทางครอบครัวได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว และตอบสั้นๆว่า ตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะพูดอะไร เพราะยังทำใจไม่ได้ แต่ยืนยันว่าลูกชายของตนเองเป็นคนนิสัยดี ไม่เคยทะเลาะกับใคร และที่สำคัญเวลาออกไปนอกบ้านก็จะบอกกับที่บ้านเสมอ

keyboard_arrow_up