“สันธนะ” แฉ! ค้นตลาดโยงการเมือง หวังปิดปากเหตุรู้ความลับ – ขอโทษผู้ค้าทำเดือดร้อน

วันนี้ (7 พ.ค.) พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังตำรวจกว่า 200 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่สำนักงานฝ่ายปฏิบัติการ ตลาดใหม่ดอนเมือง เพื่อรวบรวมหลักฐานการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ร่วมกับการตรวจยึดสินค้าไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมาย (อ่าน : ค้นตลาดใหม่ฯ อีกรอบ! หาหลักฐานมาเฟียเก็บค่าคุ้มครอง – ผู้ค้าเปิดร้านวันแรก)

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล

โดยล่าสุด พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ในฐานะประธานที่ปรึกษาตลาดฯ ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอพูดคุยเจรจาในบางเรื่องที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ก่อนจะแถลงข่าว พร้อมเปิดใจว่า การนำมาซึ่งปฏิบัติการกวาดล้างตลาดใหม่ดอนเมือง ตนเชื่อว่าต้องการเช็กบิลตนเอง เพราะไม่อยากให้ตนพูดเรื่องความลับที่ตนรู้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทหารคนหนึ่งในคณะรัฐบาลนี้ และเป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนเตรียมทหารของตน เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท และมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งตนมีหลักฐานการโทรศัพท์ เพื่อพยายามให้ไกล่เกลี่ยด้วย

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล

ส่วนที่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เพราะต้องการขอโทษผู้ค้า ที่ตนออกมาโต้แย้งการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ จนทำให้ผู้ค้าในพื้นที่เดือดร้อนจากการตรวจค้นดังกล่าว

นายธีรธร แช่มสนิท ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายกรมธนารักษ์

ด้านนายธีรธร แช่มสนิท ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ผู้เช่าอาคารในพื้นที่มีหลายลักษณะทั้งที่เช่าโดยตรงกับกรมธนารักษ์ และเช่าช่วงต่อจากบริษัทเอกชนคู่สัญญา ซึ่งการยกเลิกสัญญาจะมีการพิจารณาจากการกระทำความผิดภายในตึกและสภาพของตัวอาคารจากการต่อเติมดัดแปลง

นายธีรธร แช่มสนิท ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายกรมธนารักษ์ เดินตรวจพื้นที่ตลาด

สำหรับอาคารในตลาดที่ยังไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จ จนไม่สามารถส่งมอบให้กรมธนารักษ์ได้ ทำให้ภาครัฐเสียโอกาสในการจัดเก็บรายได้ ตามระเบียบแล้วเอกชนผู้เข้าเช่าพื้นที่จะต้องเสียค่าปรับ เมื่อการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนดซึ่งจำเป็นจะต้องตรวจสอบว่ามีการเสียค่าปรับหรือไม่ ส่วนเมื่อมีการยกเลิกสัญญาเช่ากับผู้ประกอบการ สามารถทำได้ทันที แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่ยินยอมที่จะย้ายออกจากพื้นที่ กรมธนารักษ์ก็จำเป็นต้องดำเนินการฟ้องขับไล่ต่อไป

keyboard_arrow_up