“ศศิน” หวัง “เปรมชัย” สำนึกตอนขึ้นศาล รับผิดฆ่าเสือดำ – ระดม 30 ล. ช่วยผู้พิทักษ์ป่า

วันนี้ ( 5พ.ค. ) ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร” จัดกิจกรรมตลาดนัดฅนรักษ์ป่า เพื่อให้คนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ โดยบรรยากาศภายในงาน มีศิลปินเข้าร่วมเสวนาและขับร้องดนตรี พร้อมกับผู้เข้าร่วมงานที่นั่งรับชมงานบริเวณหน้าเวทีอย่างคับคั่ง โดยมีศิลปินที่เข้าร่วมเสวนา อาทิ พงพันธ์ พลสิทธิ์ หรือ โอ๊ค Big Ass , ดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ , สมาชิกจากวง Retrospect และการแสดงดนตรีโดย สุเมธ องอาจ

“ดุ๊ก” ภาณุเดช วัฒนสุชาติ ศิลปินและนักแสดง ให้สัมภาษณ์

โดยคุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ ศิลปินและนักแสดง เปิดเผยว่า ส่วนตัวขณะเกิดเหตุตนกำลังอยู่ในช่วงบวชพระ แต่หลังจากสึกออกมา ตนได้แง่คิดด้านธรรมะว่าหากทำผิดพลาด ก็แก้ไข และให้อภัย การโจมตีอีกฝ่ายเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอ หรือไม่ใช่สิ่งที่ควรมุ่งทำ แต่หากเราสามารถที่จะแก้ไขได้ เราต้องแก้ที่ตัวเราเองด้วย ตนจึงลงภาพเสือดำผ่านไอจีส่วนตัว และเขียนข้อความว่าเรื่องราวนี้มันสะท้อนว่าสังคมเกิดอะไรขึ้น ซึ่งในมุมหนึ่งตนอยากให้มองว่า ในเมื่อเราแก้ไขที่คนอื่นไม่ได้ เราก็ควรเริ่มจากตัวเรา การที่เกิดเหตุเช่นนี้อาจเป็นเพราะเราไม่ยินดียินร้ายหรือเราแอบสนับสนุนอะไรบางอย่างหรือไม่ แล้วจากนั้นเราก็ไปโทษหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ หรือคิดว่าผู้พิทักษ์ดูแลคนรวยมากกว่า ซึ่งส่วนตัวตนคิดว่าเราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปตัดสินเขา และแม้ว่าเสือดำตัวนี้จะไม่ฟื้นขึ้นมา แต่ตนเชื่อว่าเสือดำจะไม่ตายฟรี เพราะเราต้องทำอะไรสักอย่างจากการปลูกจิตสำนึกในการรักษ์ป่า

คุณดุ๊ก ภาณุเดช พูดคุย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ตนจึงตัดสินใจทำโครงการร่วมกับ คุณ ท็อป ดารณีนุช ในโครงการอุปถัมภ์ผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รวบรวมมา ทราบว่าผู้พิทักษ์ป่าต้องการความอุ่นใจในการทำงาน ซึ่งผู้พิทักษ์ป่าในประเทศมีอยู่ประมาณ 40,000 คน คนหนึ่งดูแลผืนป่าประมาณ 6 สวนสาธารณะ(ขนาดประมาณสวนลุมพินี) ซึ่งอาจดูแลไม่เพียงพอ ส่วนลูกจ้างชั่วคราวที่เข้ามาดูแลผืนป่า มีรายได้จากการทำงานเพียง 7,000-9,000บาท ซึ่งน้อยมาก และไม่มีสวัสดิการในการดูแลตนเอง ตนจึงคิดว่าหากผู้พิทักษ์ป่าเหล่านี้ได้มีประกันชีวิต ในการรักษาพยาบาล และชดเชยรายได้ รวมถึงหากเสียชีวิตก็จะได้รับเงิน200,000บาท โดยทางโครงการต้องรวบรวมรายได้ 30 ล้านบาทเพื่อจัดทำโครงการช่วยเหลือผู้พิทักษ์เหล่านี้ ขณะนี้ตนและเพื่อนๆนักแสดงก็รวบรวมรายได้กว่า 7ล้านบาทแล้ว ซึ่งยังขาดอีกกว่า 20 ล้านบาท ตนจึงอยากขอแรงสนับสนุนจากประชาชนให้ร่วมกันบริจาคเงินผ่านเว็บไซต์ www.raungersfund.com ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนอีกทางหนึ่ง

นายสุเมธ องอาจ ศิลปินและนักแสดง ให้สัมภาษณ์

ด้าน นายสุเมธ องอาจ ศิลปินและนักแสดง ระบุว่า ในวันนี้ตนได้นำเพลงพรานล่อเนื้อ และ เพลงสัตว์นรกทุ่งใหญ่ ซึ่งมีเนื้อหาที่ตนตั้งใจแต่งขึ้นเพื่อจำลองเหตุการณ์การฆาตกรรมเสือดำอยู่ในเนื้อเพลง และสวมบทบาทนายพรานคนหนึ่งที่เป็นเศรษฐี มีข้าวของเครื่องใช้อาวุธทันสมัยครบมือ และกล้องส่องสัตว์เพื่อฆ่าอะไรได้ตามใจชอบ รวมถึงเป็นพรานที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งตนแต่งขึ้นเพราะตนเห็นภาพหนังเสือดำที่ปูอยู่บนโต๊ะ โดยมีหลอดกาแฟเสียบบริเวณหนัง ใบหู สะโพก และหน้าผากของเสือ มันทำให้ตนต้องเขียนเพลงออกมา ด้วยความรู้สึกที่ทนไม่ไหว ทั้งโมโหและโกรธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเป็นเพลงที่เกิดขึ้นทั้งจากแรงบันดาลใจ บันดาลโทสะ และบันดาลอารมณ์ ซึ่งแม้ว่าตนแต่งเพลงเสร็จ มีคนเข้ามาชื่นชมเนื้อหาเพลง แต่ตนก็ไม่ได้รู้สึกดีนัก ซึ่งตนเชื่อว่าทุกคนโกรธแค้นกับเหตุการณ์นี้เช่นกัน

กับเหตุการณ์คดีของนายเปรมชัย ส่วนตัวตนไม่ได้คาดหวังนักเพราะเชื่อว่าคนมันเส้นใหญ่ อย่างไรก็รอดชัวร์ กฎหมายอยู่ในมือเขา ตนอายุจวนจะ 50 ปีแล้วก็ไม่เคยเห็นคนระดับนั้นติดคุกด้วยข้อหาแบบนี้ ถ้าจะเห็นตนก็หวังว่าพลังของประชาชนจะสามารถกดดันเพื่อให้เกิดความถูกต้องในสังคมได้

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร  ให้สัมภาษณ์

ขณะที่นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ระบุว่า การจัดงานในครั้งนี้ตนต้องการบอกกับนายเปรมชัย และผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดว่าประชาชนและองค์กรติดตามประเด็นเสือดำอยู่ ทางเราอยากส่งคุณเปรมชัยไปศาลด้วยเจตนาที่อยากให้เขาสำนึกผิด และสาธารณชนรวมถึงคนในวงการอนุรักษ์ ไม่ยอมรับพฤติกรรมการล่าสัตว์ของคุณเปรมชัย

ส่วนตัวมองว่ากระบวนการยุติธรรมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การสำนึกผิดของคุณเปรมชัยนั้นเป็นอีกเรื่อง ซึ่งตนไม่รู้ว่ากระบวนการยุติธรรมจะทำให้คุณเปรมชัยสำนึกได้บ้างหรือไม่ ไม่ว่าเขาจะได้รับโทษหรือไม่ก็ตาม ส่วนหนึ่งตนอยากแสดงให้สังคมเห็นว่าคนรวยทำเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครยอมรับได้ และรัฐบาลก็ควรรู้ด้วยว่ากลุ่มคนเขาไม่เอาเรื่องแบบนี้ ควรจะเกรงใจพวกเราหน่อย

บรรยากาศภายในงาน

อย่างไรก็ตาม หากผลของคำพิพากษาออกมาหรือในระหว่างคำพิพากษา คุณเปรมชัยมีท่าทีที่ดูไม่ค่อยดี ก็อาจจะมีการรวมตัวกัน แต่สำหรับวันนี้เป็นเพียงการจัดตลาดนัด เพื่อแสดงออกให้เห็นว่ายังมีคนติดตามสนใจเรื่องนี้อยู่ ซึ่งคนที่เข้าร่วมงานก็เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการอนุรักษ์ อีกทั้งเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ทั้งนั้น เพราะคนในรุ่นตนไม่มีใครอนุรักษ์ มีแต่คนถางป่า ล่าสัตว์ และตนเชื่อว่าในอนาคตงานอนุรักษ์จะไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน

นายศศิน ยังกล่าวถึงคดีคุณเปรมชัยว่า ตอนนี้คงเป็นการแสดงออกทางโซเชียลมีเดีย แต่การชุมนุมประท้วงคงยังไม่มี เพราะด้านคดีก็ค่อนข้างรวดเร็ว ผู้ต้องหาสำคัญก็ยังอยู่ และหลังจากนี้คงต้องรอเพียงแต่ผลของคำพิพากษา

keyboard_arrow_up