“สันธนะ” เจอดี ถูกตรวจภาษีย้อนหลังขวางบุกตลาด – โสมคุณหญิง เหยื่อเมจิกสกิน สูญ 3 ล. (คลิป)

วันนี้ (4 พ.ค. 61) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังตำรวจ ปคบ. ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสน.ดอนเมือง สนธิกำลังทหาร เจ้าหน้าที่กรมโรงงาน กรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่ อย. รวมกว่า 300 นาย เข้าตรวจค้นร้านค้าภายในตลาดใหม่ดอนเมือง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องสำอาง ที่ไม่ได้คุณภาพ และไม่มีเลขการจดแจ้งอย่างถูกกฎหมายทั้งหมด 12 จุด โดยเป็นวันที่ 3 ของการเข้าปฏิบัติการ (อ่าน : ตร.ลุยค้นตลาดใหม่ดอนเมือง วันที่ 3 พบครีมเถื่อนนับพันรายการ – เล็งเอาผิดเจ้าของที่)

เจ้าหน้าที่ตรวจค้น และยึดอุปกรณ์ สินค้า ที่ไม่ได้มาตรฐาน

โดยร้านค้าในตลาด ปิดทำการตั้งแต่วันแรกที่มีการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ลำเลียงผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดได้ ส่งตรวจที่ อย. ซึ่งเจ้าของร้านเครื่องสำอางที่ถูกตรวจค้น และพบว่ามีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผิดกฎหมาย ก็จะถูกเชิญเข้าให้ปากคำ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งบรรยากาศภายในตลาดใหม่ดอนเมืองช่วงเย็น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าอยู่

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้ค้า

ขณะที่ พล.ต.อ.วิระชัย ได้เดินมาพูดคุยกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่ได้เปิดร้าน และมานั่งเฝ้ารออยู่ในจุดที่เคยใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าเก่า ซึ่งอยู่ภายในตลาด โดยกล่าวกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าว่า สำหรับผู้ค้าที่ขายสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ก็สามารถเปิดร้านขายสินค้าได้ตามปกติในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.)

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ร่วมพูดคุยในรายการ

“รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล และ นายประพนธ์ อางตระกูล ที่ปรึกษา อย. ร่วมพูดคุยในรายการ

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ตนรู้สึกขบขันกับการปฏิการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปตรวจค้น ส่วนตัวมองว่าเจ้าหน้าที่ก็ควรคำนึงถึงผลกระทบให้รอบด้าน ทั้งผู้บริโภค และร้านค้า เพราะอยู่ในสังคมเดียวกัน เหตุการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกที่มีการตรวจค้น ตนมองว่าเป็นการทำงานอย่างฟุ่มเฟือยงบประมาณ ซึ่งตนเองก็ให้ความร่วมกับตำรวจตั้งแต่วานนี้ (3 พ.ค.) และตนก็ไม่ทราบว่ามาตรวจทำไม เพราะเป็นความผิดโทษเบา ไม่ใช่ความผิดทางอาญา หรือคดีร้ายแรง ตนคาใจว่าทำไมไม่จบตั้งแต่ 2 วันแรก แต่มีการตั้งจุดพักค้างแรมซึ่งกระทบกับร้านค้า ทำให้ขาดรายได้

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ พูดถึงขณะที่ตนเองไปพูดคุยกับตำรวจ

ทั้งนี้ กรณีที่เมื่อวานนี้ตนลงพื้นที่ไปพูดคุยกับตำรวจ เพื่อขอคืนพื้นที่โดยการเชิญเจ้าหน้าที่ออก เพราะว่าตนขอให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง โดยมีหมายศาลมาแสดงด้วย ซึ่งวันนี้ก็มีการแสดงหมายศาล ตนเองก็ไม่ได้มีการขัดขวางแต่อย่างใด ส่วนถ้าจะมีคนมองว่าตนมีอิทธิพลในพื้นที่นั้น ถ้าคนที่รู้จักตน ก็จะรู้ว่าตนเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา เรื่องอิทธิพลนั้นแล้วแต่คนจะมอง ส่วนที่กว่า 100 ร้านค้า ที่มีถูกแจ้งว่ามีความผิดเนื่องจากสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ก่อนหน้านี้ตนไม่ทราบว่ามีร้านค้าที่ทำผิดจริง ซึ่งแม้กระทั่งผู้ค้าเองที่รับสินค้ามาขาย ก็อาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ พูดถึงการตรวจพบการผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวต่อว่า หลักจากที่ตำรวจ ตรวจพบอุปกรณ์ผลิตครีมที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ตนเองก็เพิ่งจะทราบจากข่าววันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีการส่งคนมาตรวจสอบทุกเดือน และมีการตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตนอยากให้มีการแจ้งเรื่องข้อกฎหมายให้กับผู้ผลิตได้มีความรู้ เนื่องจากผู้ผลิตก็อาจจะไม่ทราบว่าเป็นการทำผิด ส่วนเรื่องมาตรฐานของผลิตภัณฑ์นั้น ตนไม่ทราบ เพราะทางร้านค้าก็แจ้งว่ามี อย. และมีการตรวจสอบแล้ว ตนจึงมองว่าเป็นโอกาสในการขยายตลาด เพื่อให้ผู้ค้าที่ต่างจังหวัดได้มีรายได้มากขึ้นด้วย และที่ผ่านมา ก็ไม่มีข้อมูลว่า มีผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วได้รับผลกระทบ ส่วนของกลางที่ตำรวจตรวจยึดไปเป็นจำนวนมากนั้น บางส่วนไม่ใช่สินค้าที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งตนมองว่าควรให้โอกาสผู้ค้าด้วย

นายประพนธ์ อางตระกูล ที่ปรึกษา อย. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

นายประพนธ์ อางตระกูล ที่ปรึกษา อย. กล่าวว่า โดยหลักการคือ ผู้ผลิตสินค้าจะต้องมีการขอจดแจ้งผลิตเครื่องสำอาง ที่กระทรวงสาธารณะสุขก่อน ซึ่งหากสถานที่ผลิตจะเป็นตึกแถว อาคาร หรือโรงงาน ก็สามารถทำได้ แต่ที่วันนี้มีการตรวจสอบในตลาดดังกล่าว พบว่ามีเครื่องจักรในการผลิตที่ไม่ได้มีอนุญาตอย่างถูกต้อง ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากมีเครื่องจักรผลิตเกิน 5 แรงม้า และมีคนผลิตตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ก็จะมีความผิดทางกฎหมายกรมโรงงานด้วย

ส่วนที่ตลาดจะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงว่าอาคารนั้น ใครเป็นเจ้าของ และเกี่ยวข้องกับตลาดหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถสรุปได้ เพราะยังไม่เสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบ แต่ส่วนที่มีการตรวจสอบและยึดผลิตภัณฑ์ไปตรวจสอบได้นั้น ตำรวจพิจารณาแล้วว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมายคือ 1. ผลิตโดยไม่ได้จดแจ้ง 2. ไม่มีหน้าฉลาก หรือหน้าฉากไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ยังตรวจพบสารปรอท ที่มีการสั่งห้ามผลิตและห้ามขาย ประกอบกับชื่อผู้จดแจ้ง หรือชื่อสถานที่ผลิตก็ไม่ถูกต้องด้วย

นายประพนธ์ อางตระกูล ที่ปรึกษา อย. พูดถึงการดำเนินการตรวจสอบ

ส่วนจะมองว่าการตรวจค้นตลาด เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น นายประพนธ์ ชี้แจงว่า การประกอบกิจการต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่กำหนด รวมถึงการผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบ ตนยืนยันว่า ไม่ใช่การตั้งเป้ากลั่นแกล้งแต่อย่างใด แต่เพื่อต้องการปกป้องและคุ้มครองผู้บริโภคเท่านั้น

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ พูดถึงมาตรฐานการตรวจค้นตลาดของตำรวจ

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนตัวมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ต้องใช้มาตรฐานที่ปฏิบัติกับตลาดใหม่ดอนเมือง ให้เหมือนกับทุกตลาดทั่วประเทศ เพราะจากการตรวจค้นครั้งนี้ ทางตลาดมีความเสียหาย และขาดรายได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนมองว่าเป็นการกระทำที่เกินจำเป็น ตำรวจแค่แจ้งร้านค้าให้ยกเลิกการขายผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายก็เพียงพอแล้ว สุดท้ายหากจะมีการดำเนินคดี ตนก็ไม่กลัว พร้อมยืนยันว่า ถ้าร้านค้ามีความผิดที่ชัดเจน ตนก็จะจัดการเชิญออกให้หมด

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล

นอกจากนี้ พ.ต.ท.สันธนะ ให้สัมภาษณ์หลังจบรายการ ในประเด็นที่กรมกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลังว่า หากทางกรมกรมสรรพากร ต้องการที่จะตรวจสอบภาษี ตนก็พร้อมที่จะแสดงให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อเท็จจริงเช่นกัน แต่ถ้าจะมาขอตรวจสอบ ก็ต้องใช้สิทธิ์ในการขอตรวจที่ถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งตนก็จะขอให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่การเลือกปฎิบัติแบบเฉพาะเจาะจงกับตนเท่านั้น

นายพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี สามีเจ้าของแบรนด์สินค้าโสมคุณหญิง

นายพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี สามีเจ้าของแบรนด์สินค้าโสมคุณหญิง ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์สินค้าที่ว่าจ้างให้บริษัท เมจิก สกิน จำกัด สร้างแบรนด์และผลิตสินค้าให้ กล่าวว่า เริ่มแรกที่ภรรยาของตนรู้จักกับบริษัทเมจิกสกิน เพราะได้นำสินค้ามาทดลองขาย ก็ขายดีเป็นที่รู้จัก ศึกษารายละเอียดของบริษัทดูแล้วก็น่าเชื่อถือดี จึงมีการติดต่อบริษัทเมจิกสกินให้ช่วยสร้างแบรนด์ และผลิตสินค้าให้โดยมีทั้งหมด 4 ตัว มีทั้งครีมบำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงผิวกาย สบู่ และโทนเนอร์ ภายใต้แบรนด์ “โสมคุณหญิง”

ซึ่งขณะที่ขายสินค้าแบรนด์นี้ ก็มีคนสนใจจำนวนมาก จึงมาสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายประมาณ 500-1,000 คน โดยจะมีรายได้ 2.5-3 แสนบาทต่อเดือน แต่พอมีข่าวออกมาว่า บริษัทเมจิกสกิน ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานและปลอม อย. ทำให้ตนได้รับความเสียหายจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหาย 3 ล้านกว่าบาท ซึ่งความเสียหายตรงส่วนนี้ ตนต้องจ่ายให้กับตัวแทนจำหน่ายที่ขายสินค้าตัวนี้ เพื่อชดเชยให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าไป และต้องการเงินคืน โดยจะมีการคืนเงิน 100% เต็ม ซึ่งตนจะให้คนที่มีสินค้าของโสมคุณหญิงถ่ายภาพ หรือคลิปวิดีโอการทำลายสินค้ามาแล้วจะโอนเงินกลับคืนไปให้ยังตัวแทนจำหน่าย ซึ่งต้องโอนเงินคืนครั้งละประมาณตั้งแต่ 1-3 แสนบาท ขณะนี้ก็โอนเงินคืนไปแล้ว 100 กว่าคน

โดยนายพรชัย ยืนยันว่าตนและภรรยาคือผู้เสียหาย ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงผู้บริโภค ทั้งตนและภรรยา รวมถึงสินค้าก็ถูกโจมตี จนลูกค้าขาดความเชื่อมั่น แม้ว่าตลอดระยะเวลาที่ขายสินค้าแบรนด์นี้ ลูกค้า 90% ชื่นชอบสินค้า และบอกว่าใช้ดี แต่อาจจะมีบางส่วนที่ไม่ชอบเพราะใช้แล้วผิวแห้งบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน แต่โดยรวมแล้วสินค้าของตนขายดีไม่มีผลข้างเคียงใดๆ แต่จะเสียหายก็เพราะบริษัทเมจิกสกินเป็นผู้ผลิตก็เท่านั้น และบริษัทเมจิกสกินก็ไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ให้ตนด้วย

ทั้งนี้ ภรรยาตนที่เป็นเจ้าของแบรนด์และตนได้เข้าไปแจ้งความไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าเจ้าของแบรนด์โสมคุณหญิงก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ และถูกหลอกลวงเช่นเดียวกัน ขณะนี้ตนได้หาบริษัทใหม่ที่จะผลิตสินค้า ซึ่งมีมาตรฐาน น่าเชื่อถือมีโรงงานเป็นของตัวเอง และมีใบอนุญาตเปิดโรงงานอย่างถูกต้อง มีเภสัชกรคอยควบคุมดูแลการผลิต และจะมีการจดแจ้งเลข อย. อย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยตัวเอง ขณะนี้ก็มีการทำสัญญากันเรียบร้อยแล้ว โดยตนจะใช้ชื่อแบรนด์อื่นแทน

keyboard_arrow_up