ช่างทางหลวงร่ำไห้ ต้นเหตุทำเหล็กพุ่งแทงหัวแท็กซี่ วอนลูกสมองพิการมีเงินช่วยน้อย (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมานายพรหมมา ขันขวา ขับรถแท็กซี่ สีชมพูพุ่งชนเหล็กกั้นทางบนสะพานกรุงเทพ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ผ่าตัดสมองและแพทย์ต้องนำดวงตาข้างซ้ายออก จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว อยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ กระทั่งเมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางคอแหลม ก็ได้ออกหมายเรียก นายอำพันธ์ เชยกุล เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท ที่เป็นคนปลดล็อคเหล็กกั้นทางบนสะพานออก จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ โดยให้เข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนวันที่ 5 มิถุนายน

อำพันธ์ เชยกุล เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทยกมือไหว้ขอโทษผ่านสื่อ

ล่าสุด 2 มิถุนายน 2560 อำพันธ์ เชยกุล เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท เดินทางมาที่ สน.บางคอแหลม ตามหมายเรียก โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ต่อมานายอำพันธ์ ได้ยกมือขอโทษทางผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและญาติ พร้อมเปิดใจกับทีมข่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เกิดเรื่องนี้ ตนรู้สึกเสียใจและตกใจมาก ซึ่งหลังจากเกิดเรื่อง ตนก็ไม่ได้หนีไปไหน เพียงแค่ตกใจและกลับไปหาพี่สาว เพื่อจะปรึกษาว่าควรจะทำยังไงต่อไป พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า ทางกรมทางหลวงชนบท จะรับผิดชอบทุกอย่าง และตนก็จะช่วยเหลือเต็มที่ตามกำลัง เพราะมีภาระต้องเลี้ยงลูกพิการทางสมอง อีก 1 คนด้วยนอกจากนี้ วอนขอให้คนในสังคมเข้าใจด้วยว่า เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากมีลมพัดแรง ทำให้เหล็กกั้นหลุดและไหลออกไป

วันดี เชยกุล พี่สาวนายอำพันธ์

ด้าน วันดี เชยกุล พี่สาวนายอำพันธ์ เปิดเผยว่า นายอำพันธ์ ทำงานเป็นลูกจ้างรายวันที่ทางกรมทางหลวงชนบท มาเป็นเวลาประมาณ 2-3 ปี ซึ่งหลังจากเกิดเรื่อง ตนก็ได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา และพาน้องเข้ามามอบตัวตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่เมื่อมาถึงและเห็นว่ามีสื่อมวลชนหลายสำนัก ทำให้นายอำพันธ์ เกิดอาการเครียด และพามาใหม่อีกครั้งในวันนี้ ส่วนตัวนายอำพันธ์ มีภาระที่ต้องเลี้ยงดูลูกที่ป่วยพิการทางสมอง ลำพังเพียงค่ารักษาลูก รวมถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็แทบจะไม่พอ อยากจะขอวอนสังคมให้เห็นใจน้องชาย เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัยจริงๆ

พ.ต.ท.วีรวุฒิ มโนรส รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลบางคอแหลม

ส่วนทางคดี พ.ต.ท.วีรวุฒิ มโนรส รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลบางคอแหลม เปิดเผยว่า ทางผู้ต้องหาไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนี แต่เกิดความตกใจและวิตกกังวล  พร้อมทั้งให้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องกังวลอะไร เพราะคดีนี้ไม่ได้ร้ายแรงตามที่ได้รับข้อมูลมา จึงทำให้ในวันนี้ นายอำพันธ์เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงแม้ผู้เสียหายจะไม่ติดใจเอาความ แต่เป็นคดีที่มีความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งยอมความไม่ได้ พร้อมกับแจ้งข้อหา ก็คือ ประมาทจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเตรียมที่จะส่งฟ้องศาลภายใน 30 วันหลังจากนี้

keyboard_arrow_up