5 นศ.ช่างอาชีพโร่แจ้งความ หลังมีคนจ้างเปิดบัญชี มีเงินหมุนเวียนเดือนละเกือบร้อยล้านบาท

กลุ่มนักศึกษาช่างฝีมือในเมืองอุบลราชธานี ตบเท้าเข้าแจ้งความขออายัดบัญชีธนาคารชื่อดัง หลังรุ่นพี่จ้างให้เปิดบัญชี พบมีเงินหมุนเวียนเดือนละหลายล้านบาท จน จนท.สงสัยนำสเตดเม้นท์ให้ดู ก่อนแนะนำให้รีบเข้าแจ้งความ เพื่ออายัดบัญชีหยุดการหมุนเวียน ซึ่งคาดนำไปถูกใช้จ่ายในกลุ่มการพนันออนไลน์ เบื้องต้นนำนักศึกษารุ่นพี่มาสอบ ระบุได้รับการติดต่อจากเพื่อนของแม่ให้เปิดบัญชีแลกกับตอบแทน 500 บาทต่อคน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 1 มิ.ย. น.ส.โฉมนภา ตระการจันทร์  อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 433 บ้านปลาดุก หมู่ที่ 3 ต.ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี นำนายจรูญ  เครือชาลี  อายุ 17 ปี บุตรชาย และเพื่อนรวม 5 คน เข้าพบ พ.ต.ท.ปราโมทย์  ชื่นตา  รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อแจ้งความอายัดบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาโรงแรมสุนีย์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี

โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารความเคลื่อนไหวของเงินในบัญชีของผู้เข้าแจ้งความแต่ละคนรวม 12 บัญชี ใช้เป็นหลักฐานการแจ้งความ โดยนายจรูญและเพื่อนเล่าว่า เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2559 มีนายทรงวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี นักศึกษารุ่นพี่วิทยาลัยเดียวกัน มาชักชวนให้ไปเปิดบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาดังกล่าว คนละ 2-3 บัญชี โดยผู้ให้มาเปิดบัญชีจะให้เงินค่าจ้างคนละ 500 บาท ซึ่งพวกตนไม่รู้เรื่อง แต่ต้องการเงิน จึงพากันมาเปิดบัญชี รวมทั้งนายทรงวุฒิ ก็ได้มาเปิดบัญชีด้วยกัน

กระทั่งเมื่อวานมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารสาขาดังกล่าวมาพบกับนายจรูญและมารดาที่บ้านพัก พร้อมนำเอกสารการเคลื่อนไหวทางบัญชีที่มีเงินโอนเข้าออกตั้งแต่หลัก 50 บาทไปจนถึงหลักแสนบาท เพราะสงสัยประกอบธุรกิจอะไร ถึงมีการเคลื่อนไหวของบัญชีอย่างต่อเนื่อง โดยแค่เดือนพฤษภาคม 2560 เพียงเดือนเดียวบัญชีหมายเลข 917-214508-1 ของนายจรูญมีเงินหมุนเวียนเข้าออกทุกวันรวมยอดกว่า 7 ล้านบาท ทำให้ครอบครัวนายจรูญตกใจ และเชื่อว่ากลุ่มมิจฉาชีพน่าจะใช้บัญชีชื่อของตนทำเรื่องผิดกฎหมาย จึงแจ้งให้เพื่อนที่ไปร่วมเปิดบัญชีด้วยกันทราบ และเจ้าหน้าที่ธนาคารได้แนะนำให้รวมตัวนำเอกสารที่ธนาคารเตรียมมาให้มาใช้แจ้งความในวันนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบของตำรวจเบื้องต้นพบทั้ง 12 บัญชีมีเงินหมุนเวียนเดือนละเกือบ 100 ล้านบาท

หลังได้รับแจ้ง พ.ต.ท.ปราโมทย์  ได้เรียกตัวนายทรงวุฒิ นักศึกษารุ่นพี่มาให้ปากคำ โดยนายทรงวุฒิยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนของมารดาที่พักอยู่ต่างอำเภอ ให้มาจ้างบรรดาเพื่อนนักศึกษาให้ไปเปิดบัญชี เพื่อรับโอนเงินค่าหวยใต้ดิน โดยให้ค่าตอบแทนคนละ 500 บาท ซึ่งนายทรงวุฒิ ก็ได้เปิดบัญชีให้กับเพื่อนของมารดาด้วย 2 บัญชี และพบการหมุนเวียนเงินเข้าออกเดือนละกว่าล้านบาท โดยนายทรงวุฒิก็ไม่ทราบจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงได้สอบปากคำนายทรงวุฒิ ไว้เป็นหลักฐาน โดยยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ และจะได้เชิญมารดานายทรงวุฒิให้ติดต่อเพื่อนคนดังกล่าวมาพบกับเจ้าหน้าที่ก่อนจะดำเนินการต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.ปราโมทย์ กล่าวว่า หลังการตรวจสอบการเคลื่อนไหวของบัญชีที่กลุ่มนักศึกษาไปเปิดไว้มีเงินหมุนเวียนเดือนละเกือบ 100 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นเงินที่ได้มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะได้ให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงิน มีการโยกเงินไปยังสถานที่ใดบ้าง และเป็นการทำความผิดเข้าข่ายข้อกฎหมายใด เพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมฝากถึงประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือ เพราะการเปิดบัญชีให้ผู้อื่นนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นความผิดด้วย

keyboard_arrow_up