“หนุ่มอิหร่าน” เจ็บหูพบหมอกลางดึก มึนถูกถาม “ถ้าไม่ใกล้ตาย ไม่ต้องมา” – รพ.ดังขอโทษแล้ว

วันนี้ ( 23 เม.ย.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา น.ส.พรธิดา ทุนดี อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ พร้อมแฟนหนุ่ม  Mr.Forghani Mohammadhassan อายุ 28 ปี สัญชาติอิหร่าน เดินทางมาพบผู้สื่อข่าวเพื่อร้องเรียนพฤติกรรมของแพทย์ รพ.ชื่อดังแห่งหนึ่ง ในจ.ชลบุรี หลังพาแฟนหนุ่มชาวต่างชาติเข้าไปตรวจ แต่แพทย์ปฎิเสธที่จะให้การรักษา

โดย น.ส.พรธิดา เล่าว่า ได้พาแฟนหนุ่มซึ่งมีอาการเจ็บหู ไปติดต่อขอเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว ซึ่งก็ทำตามขั้นตอนปกติ คือนั่งรอคิวเรียกชื่อ โดยเมื่อถึงคิวเข้าพบแพทย์ แพทย์ได้ถามว่าเป็นอะไรมา ตนจึงตอบไปว่าแฟนตนเจ็บหู แต่ผู้เป็นแพทย์ที่ทำการรักษาได้ถามกลับมาว่า “ใกล้ตายไหม ที่นี่ห้องอุบัติเหตุ ถ้าไม่ใกล้ตายไม่ต้องมา มีอินเตอร์เน็ตไหมไปเปิดดูว่าห้องอุบัติเหตุใช้ในกรณีใด” ซึ่งที่ตนก็รู้สึกงง ที่แพทย์ใช้พูดแบบนี้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้องไม่ใช่จรรยาบรรณของแพทย์ ตนจึงพาแฟนกลับ โดยไม่ได้รับการรักษาทั้งที่รอคิวนานกว่า 2 ชั่วโมง

น.ส.พรธิดา และแฟนหนุ่ม เข้าร้องเรียนกรณีที่แพทย์ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม

จากนั้น ตนได้เดินทางกลับไปสอบถามที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อร้องเรียนกรณีที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่มีใครสามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากแพทย์คนดังกล่าวออกเวรและกลับที่พักไปก่อนหน้านี้และไม่สามารถติดต่อได้ จึงไม่ได้รับคำชี้แจ้งจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

ส่วน Mr.Forghani ที่มีอาการเจ็บหู ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ได้ทำเอกสารให้เข้ารับการรักษาอีกครั้ง แต่เจ้าตัวปฎิเสธในการที่จะเข้ารับการรักษา โดยเดินทางไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอื่น

น.ส.พรธิดา พูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลดังกล่าว พบกับ นางปนัดดา ลิ้มธงเจริญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้ติดต่อไปยัง น.ส.พรธิดา ทุนดี และแฟนหนุ่ม เพื่อกล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง น.ส.พรธิดา และแฟนหนุ่มชาวอิหร่าน ก็เข้าใจ

นอกจากนั้นยังได้ทำการประสานแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก ให้ แต่ทาง Mr.Forghani ปฎิเสธที่จะเข้ามารับการรักษา กับแพทย์เฉพาะทางของโรงพยาบาล ซึ่งทั้ง 2 คน ไม่ได้ติดใจอะไรและเข้าใจว่าขณะนั้น แพทย์คนดังกล่าวอาจจะยุ่งวุ่นวายกับการรักษาคนไข้

ส่วนแพทย์คนดังกล่าว ทางโรงพยาบาลได้เชิญมาพูดคุย ในเบื้องต้นได้ทำการตักเตือนด้านการใช้วาจากับผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา โดยทางแพทย์รายนี้ อ้างว่าขณะนั้นมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามารับการรักษากว่า 10 ราย จนแพทย์เกิดอาการเครียด จึงใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมออกไป

keyboard_arrow_up