เสี่ยงคุก 7 ปี! ขโมยน้ำหลวงเล่นสงกรานต์ เจ้าตัว รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษ จะไม่ทำอีก (คลิป)

จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก “drama-addict” โพสต์คลิปในวันสงกรานต์ พร้อมระบุข้อความว่า “คลิปนี้เจ้าของคลิปลบไปเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย เลยฝากให้จ่าแชร์ เป็นคลิปที่เขาถ่ายระหว่างเดินฟุตบาท แล้วไปเจอคนต่อน้ำจากหัวแดงดับเพลิงมาเล่นน้ำสงกรานต์กัน สถานที่แถวแถวป้ายรถเมล์ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เบื้องต้นคนแจ้งเบาะแสมาบอกว่าทาง จนท. ประปารับทราบแล้วพรุ่งนี้จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบครับ”

คลิปที่มีการแชร์บนเฟซบุ๊ก

วันนี้ (14 เม.ย.) ทีมข่าวได้เดินทางลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ บริเวณปากซอยอิสรภาพ 17 ซอยเอื้ออารีย์ โดยไม่พบกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวที่ปรากฏตามคลิปออกมาเล่นน้ำ หรือต่อสายยางพ่วงน้ำจากหัวจ่ายดับเพลิงไปใช้แต่อย่างใด จากการจรวจสอบทราบว่าหัวจ่ายเป็นของการประปานครหลวง (กปน.)

นายเอก (นามสมมติ) คนเห็นเหตุการณ์

โดยนายเอก (นามสมมติ) ชาวบ้านละแวกดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้ (13 เม.ย.) ช่วงประมาณ 15.00 น. มีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่ง นำอุปกรณ์ทั้งประแจ สายต่อพวงสีแดง คีม มาเปิดและต่อพ่วงน้ำจากจุดดังกล่าวไปใช้ โดยคนที่มาเปิดใช้น้ำ ยังพูดกับตนเองว่า “จะมีน้ำไหลออกมา เลอะเทอะหน่อยนะครับ” ส่วนตัวก็เห็นว่าการใช้น้ำจุดนี้เป็นของราชการ ทำไมกลุ่มคนดังกล่าวถึงเข้ามาใช้น้ำได้ และไม่ทราบว่าได้มีการขออนุญาตมาแล้วหรือไม่ แต่ถ้าเป็นการแอบใช้ ก็คงจะไม่เหมาะสม ซึ่งหลังจากที่เปิดใช้น้ำในเวลา 15.00 น. ตนเองก็เห็นว่าหยุดการใช้น้ำในเวลาประมาณ 20.00 น.

นายเอก ยังบอกกับทีมข่าวว่า เบื้องต้นพอทราบว่ากลุ่มดังกล่าว มีอาชีพทำธุรกิจขายหีบศพ และยังเป็นอาสาสมัครกู้ภัย ดังนั้น ก็ไม่แปลกที่จะมีอุปกรณ์ครบครัน และเปิดใช้น้ำในจุดนี้ได้โดยไม่ยาก

หัวจ่ายน้ำประปา

นอกจากนี้ ทีมข่าวพบว่าหน้าบ้านจุดที่มีการเล่นน้ำเมื่อวานนี้ ห่างจากหัวจ่ายน้ำ 100 เมตร โดยพบว่า บ้านปิดเงียบ ไม่มีใครอยู่ ทีมข่าวจึงได้โทรศัพท์ไปคุยกับเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านบอกกับทีมข่าวว่า ตอนนี้ตนเองทราบแล้วว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฏหมาย เป็นการแอบใช้ของที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ ยอมรับว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ และฝากกราบขอโทษสังคมด้วย ซึ่งตนได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่เรือแล้ว และในวันเปิดทำการของการประปานครหลวง ตนจะเดินทางไปเสียค่าปรับอีกครั้ง

นายเดชา กิตติวิทยานันนท์ ทนายความ

ด้าน นายเดชา กิตติวิทยานันนท์ ทนายความ เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 335 ฐานลักทรัพย์ ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หากกระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ก็จะมีความผิด 2 อนุมาตรา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 7 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 ซึ่งถือว่าเป็นโทษที่หนักพอสมควร

keyboard_arrow_up