ดูเตอร์เตกลับลำไม่ขอเจรจาผู้ก่อการร้าย ยันจะกวาดล้างกลุ่มเมาเตถึงที่สุด

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ (ภาพจากรอยเตอร์)

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ ประกาศกร้าวในวันพุธ (31 พ.ค.) ไม่ขอเจรจากับกลุ่มติดอาวุธ “เมาเต” พร้อมประกาศเดินกวาดล้างนักรบอิสลามิสต์ให้หมดประเทศ หลังวิกฤติกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวบุกยึดเมืองมาราวี ซิตี้ บนเกาะมินดาเนา ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 9

 

รายงานข่าวระบุว่า นี่ถือเป็นการ “กลับลำครั้งใหญ่” ของดูเตอร์เต  หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำฟิลิปปินส์ ประกาศพร้อมเปิดการเจรจากับสมาชิกกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ที่สวามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรียและอิรัก   พร้อมวิงวอนให้มีการวางอาวุธ โดยที่รัฐบาลฟิลิปปินส์จะรับประกันความปลอดภัยให้

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกนอกบ้านในยามค่ำคืนระหว่างเวลา 22.00 น. – 04.00 น. ที่เมือง อิลิกัน ซิตี้ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมาราวี ซิตี้ ไปทางเหนือราว 38 กิโลเมตร   หลังมีแนวโน้มว่าเมืองอิลิกัน ซิตี้ อาจกลายเป็นเมืองที่สองที่ถูกบุกยึดโดยกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ “เมาเต” ที่ยังคงยึดพื้นที่เมืองมาราวี ซิตี้เอาไว้ได้ แม้จะถูกถล่มด้วยอาวุธหนักทั้งรถถังและเฮลิคอปเตอร์ติดปืนกล    ของกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์

 

รายงานข่าว ยืนยันว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต  ผู้นำฟิลิปปินส์ ตัดสินใจประกาศ “เคอร์ฟิว” ห้ามประชาชนในเมืองอิลิกัน ซิตี้ ออกนอกบ้านตั้งแต่เวลา “สี่ทุ่มถึงตีสี่” ตั้งแต่ 30 พ.ค. เป็นต้นไป  นอกเหนือจากที่เคยประกาศบังคับใช้กฎอัยการศึกนาน 60 วันทั่วพื้นที่เกาะมินดาเนามาแล้ว

 

การตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวที่เมืองอิลิกัน ซิตี้ ของประธานาธิบดีดูเตอร์เต เกิดขึ้นเนื่องจาก กองทัพฟิลิปปินส์ พบหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่า   กลุ่มติดอาวุธเมาเตที่ยึดครองเมืองมาราวี ซิตี้มานาน 1 สัปดาห์  อาจบุกเข้ายึดเมืองอิลิกัน ซิตี้ที่เป็นบ้านของประชากรกว่า 350,000 คน เป็นเมืองที่ 2

 

ในส่วนของการสู้รบในเมืองมาราวี ซิตี้นั้น   มีรายงานว่า  ทางกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์ซึ่งมีทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถยึดคืนพื้นที่ 87 เขตจากทั้งหมด 96 เขตของเมืองนี้ได้แล้ว   ขณะที่ “อีก 9 เขต”   ยังคงตกอยู่ใต้การยึดครองของกลุ่มติดอาวุธเมาเต    ที่มีสมาชิกถูกสังหารไปแล้วมากกว่า 60 ราย

 

คลิปวิดีโอขอบคุณ

FRANCE 24 English

 

 

 

keyboard_arrow_up