ฟอร์บส์ เผย 50 อันดับเศรษฐีแดนสยาม 2017 ตระกูลเจียรวนนท์ครองแชมป์ / ทักษิณรั้งที่ 11

ขอบคุณภาพจากนิตยสารฟอร์บส์

 

นิตยสารฟอร์บส์ของสหรัฐฯ เผยรายชื่อมหาเศรษฐีที่รวยติดอันดับ 50 แรกในประเทศไทยประจำปี 2017 โดยระบุว่า ในปีนี้ มหาเศรษฐีไทยทั้ง 50 อันดับมีทรัพย์สินรวมกันเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

สื่อดังด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯอย่าง “ฟอร์บส์”    รายงานว่าเศรษฐกิจของไทยโดยรวมเติบโตได้ถึง 3.3 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสแรกของปี 2017 นี้ ถือเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 4 ปี จากผลพวงราคาผลผลิตทางการเกษตรที่เริ่มขยับสูงขึ้น เช่นเดียวกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น และการส่งออกสินค้าของไทยซึ่งมีแนวโน้มที่ดี ช่วยให้เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณที่ดี โดยจากการรวบรวมข้อมูลของฟอร์บส์พบว่ามหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 50 อันดับ มีรายได้และทรัพย์สินรวมกันถึง 123,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.3 ล้านล้านบาท

 

มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในไทย 10 อันดับแรกในปี 2017 นี้ ตามข้อมูลของฟอร์บส์  ประกอบด้วย

  1. ตระกูลเจียรวนนท์ (เครือซีพี) 21,500 ล้านดอลลาร์
  2. เจริญ สิริวัฒนภักดี (เบียร์ช้าง) 15,400 ล้านดอลลาร์
  3. ตระกูลจิราธิวัฒน์ (กลุ่มเซ็นทรัล) 15,300 ล้านดอลลาร์
  4. เฉลิม อยู่วิทยา (เครื่องดื่มกระทิงแดง) 12,500 ล้านดอลลาร์
  5. วิชัย ศรีวัฒนประภา (กลุ่มคิงพาวเวอร์+ทีมฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้) 4,700 ล้านดอลลาร์
  6. กฤษณ์ รัตนรักษ์ (สถานีโทรทัศน์ช่อง 7) 3,900 ล้านดอลลาร์
  7. วานิช ไชยวรรณ (ไทยประกันชีวิต) 3,800 ล้านดอลลาร์
  8. ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ (รพ.กรุงเทพ+สายการบินบางกอก แอร์เวย์ส) 2,600 ล้านดอลลาร์
  9. สันติ ภิรมย์ภักดี (เบียร์สิงห์) 2,300 ล้านดอลลาร์
  10. อาลก โลเฮีย (อินโดรามา เวนเจอร์ส) 1,750 ล้านดอลลาร์

 

ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในวัย 67 ปี ซึ่งยังคงลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในต่างประเทศ   มีชื่อติดอันดับ 11 จากการมีทรัพย์สินรวม 1,700 ล้านดอลลาร์

สำหรับมหาเศรษฐีรายอื่นๆ ที่ติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ได้แก่ อันดับ 35 วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ จากธุรกิจอาหาร บริษัทไทยฟู้ดส์ มีทรัพย์สิน 750 ล้านดอลลาร์  /   อันดับ 44 อิทธิพัฒน์ พีระเดชาพันธุ์ จากธุรกิจสาหร่ายทอดเถ้าแก่น้อย มีทรัพย์สิน 610 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังเป็นมหาเศรษฐีไทยที่มี “อายุน้อยที่สุด”   ในการจัดอันดับของฟอร์บส์ปีนี้ คือ 32 ปีเท่านั้น ขณะที่อันดับ 46 ณัฐชไม ถนอมบุญเจริญ มีทรัพย์สิน 590 ล้านดอลลาร์ จากธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลังเครือคาราบาวกรุ๊ป หรือ ซีบีจี

ส่วนมหาเศรษฐีที่หลุดจากกลุ่ม 50 อันดับแรกในปีนี้ ได้แก่ นิจพร จรณะจิตต์ และเปรมชัย กรรณสูต จากกลุ่มบริษัท อิตัล-ไทย ซึ่งเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างครบวงจร รายได้ตกลงไป 35 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลสั่งชะลอการใช้ง่ายงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

ฟอร์บส์ระบุว่า การจัดอันดับข้อมูลมหาเศรษฐีในไทยไม่ได้เป็นการจัดอันดับบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงตระกูลและเครือญาติ โดยอ้างอิงจากข้อมูลผู้ถือหุ้น สัดส่วนผู้ถือหุ้น บทวิเคราะห์และรายงานของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยสินทรัพย์ของผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชนจะอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทจำกัดจะประเมินข้อมูลโดยเปรียบเทียบกับบริษัทประเภทเดียวกันที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์

 

keyboard_arrow_up