ชาวนา 2 หมู่บ้านร้องชลประทานเร่งระบายน้ำลำตะโคง หลังเอ่อท่วมข้าวนาปรังกว่า 500 ไร่

ชาวนา 2 หมู่บ้าน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เรียกร้องให้ชลประทานเร่งระบายน้ำลำตะโคง หลังระดับน้ำหนุนสูงขึ้นรวดเร็วจนเอ่อเข้าท่วมข้าวนาปรังที่กำลังตั้งท้องและใกล้เก็บเกี่ยวกว่า 500 ไร่ หากไม่เร่งระบายน้ำออกจะทำให้ข้าวจมเสียหายทั้งหมด หลายรายลุยน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตรเกี่ยวข้าวใส่เรือ กะละมังขึ้นไปตากแม้จะยังไม่สุกแก่เต็มที่

ชาวนาบ้านจะหลวย หมู่ 3 และบ้านลิ้นเกี่ย หมู่ 13 ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กว่า 50 ครอบครัว ได้ร่วมกันออกมาเรียกร้องให้ทางชลประทานจังหวัด เร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำตะโคง หลังระดับน้ำหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับน้ำห้วยจระเข้มากไหลลงมาไปสมทบ ทำให้นำในลำตะโคงเอ่อเข้าท่วมข้าวนาปรังที่กำลังตั้งท้องและใกล้เก็บเกี่ยว ที่เกษตรกรทั้ง 2 หมู่บ้านเพาะปลูกไว้เพื่อบริโภครวมเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ถูกน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 70 เซนติเมตร ถึงกว่า 1 เมตร ซึ่งหากน้ำท่วมขังนานกว่า 1 สัปดาห์ข้าวก็เน่าเสียหายไม่ได้ผลผลิต จึงอยากเรียกร้องให้ทางชลประทานเร่งระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำตะโคงให้รวดเร็วและปริมาณมากกว่านี้ เพราะขณะนี้ทางชลประทานระบายน้ำออกล่าช้าและปริมาณน้อย ไม่สมดุลกับปริมาณน้ำที่หนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ชาวนาบางส่วนลงทุนลุยน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรเกี่ยวข้าวนาปรังใส่เรือ และกะละมัง นำขึ้นไปตากลดความชื้นเพื่อเก็บไว้บริโภคแม้จะยังไม่สุกแก่เต็มที่ก็ตาม เพราะหากปล่อยไว้อาจจะเน่าเสียหายทั้งหมด

นายกฤษณะ สุวงศ์ ชาวนาบ้านจะหลวย บอกว่า ปีนี้ทำนาปรังทั้งหมด 20 ไร่เพื่อเก็บผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือน เพราะไม่สามารถทำนาปีได้เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะถูกน้ำจากลำตะโคงเอ่อท่วมทุกปี จึงอาศัยทำนาปรังแทน แต่ปีนี้ปริมาณน้ำในลำตะโคงหนุนสูงขึ้นเร็วกว่าทุกปีทำให้เอ่อท่วมข้าวนาปรังที่เพาะปลูกไว้บริโภคแทนข้าวนาปีที่ไม่สามารถปลูกได้ แต่กลับมาถูกน้ำเอ่อท่วมซ้ำอีกจากผลกระทบดังกล่าวจึงอยากเรียกร้องให้ทางชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากลำตะโคงให้รวดเร็วและมากกว่านี้ เพื่อให้ชาวนาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรังก่อน ซึ่งคาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนมิถุนายน ก็จะสุกแก่เต็มที่และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมด

ขณะที่นางทศพร ปิ่นคำ และนายภควุฒิ เที่ยงธรรม ชาวนาบ้านลิ้นเกี่ย บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ที่มีโฉนดและเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทาน แต่กลับไม่สามารถทำนาปีได้เนื่องจากเมื่อถึงฤดูทำนาปีน้ำจากลำตะโคงจะเอ่อท่วมทุกปี ชาวนาจึงต้องปรับเปลี่ยนหันมาทำนาปรังแทนเพื่อให้มีผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือน แต่พอข้าวกำลังตั้งท้องอีกกเพียงประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้กลับถูกน้ำเอ่อท่วม จึงอยากร้องขอให้ทางชลประทานเร่งเข้ามาตรวจสอบและหาทางระบายน้ำออกเพื่อให้ชาวนาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เพราะหากระบายน้ำออกล่าช้าหรือท่วมขังนานถึงสัปดาห์ก็จะจมเสียหายไม่ได้ผลผลิตอย่างแน่นอน

keyboard_arrow_up