พ่อค้าไก่ทอดซวย ถูกตร.จับฉกเพชร 15 ล. อึ้ง! ถูกเค้นสอบเซฟเฮ้าส์ก่อนถูกยัดข้อหาหนัก (คลิป)

หลังจากที่ ดารีวรรณ พ่อวงค์ ช่างเสริมสวย ชาวนครพนม นำหลักฐานมายื่นขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือด้านคดี พร้อมประกันตัวนายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ถูกขังอยู่เรือนจำพิเศษธนบุรี ระหว่างการพิจารณาคดีในข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด โดยก่อนหน้านี้เคยยื่นประกันหลายครั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง เนื่องจากมูลค่าความเสียหายสูงถึง 15 ล้านบาท

ดารีวรรณ ภรรยาพิสิษฐ์ พร้อมด้วยทนายความ

ล่าสุด 29 พฤษภาคม 2560  เวลา 18.50 น. ดารีวรรณ พ่อวงค์ ภรรยาพิสิษฐ์  ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่านรายการต่างคนต่างคิด ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ซึ่งในวันดังกล่าว นายพิสิษฐ์ สามี ที่ทำอาชีพขายข้าวเหนียวไก่ทอด อยู่ที่จังหวัด นครพนม มีอาการปวดท้องจึงไปหาหมอที่คลินิก ต่อมาตำรวจได้มาเชิญตัวไปที่สถานีตำรวจ และเเจ้งข้อหาร่วมกับพวกวิ่งราวทรัพย์เป็นเพชร มูลค่า 15 ล้านบาท โดยผู้เสียหายซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าของร้านเพชรที่กรุงเทพฯ ได้ชี้ตัวยืนยัน

ร่องรอยบาดแผลของนายพิสิษฐ์ที่ถูกตำรวจท้าร้ายร่างกาย

ดารีวรรณ ภรรยาพิสิษฐ์ บอกอีกว่า ตนสงสัยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ แต่สามีอยู่ที่นครพนม จะเป็นไปได้อย่างไรเพราะวันเกิดเหตุสามีก็อยู่ที่คลินิก ซึ่งวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวสามีของตนไป ก็พาไปที่เซฟเฮ้าส์ และหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตนไปหาสามี ก็พบสามีในสภาพที่โดนใส่กุญแจมือและเอามือไพล่หลัง และไม่ได้พูดคุยกับตนแม้แต่น้อย หลังจากนั้นตนก็ได้ไปเยี่ยมสามีที่สถานีตำรวจ  สามีเล่าให้ฟังว่า ระหว่างอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ ตำรวจบอกว่า มึงเอาเพชรไปไว้ที่ไหน มึงเอาไปขายให้ใคร แม้จะปฏิเสธก็ไม่มีใครเชื่อ พร้อมได้ทำร้ายร่างกายจนมีรอยบาดแผลตามร่างกาย

ดารีวรรณ พ่อวงค์ ภรรยาพิสิษฐ์ หลั่งน้ำตาในรายการ

ด้านภรรยากล่าวอีกว่า สามีของตนเคยถูกหมายจับคดีฉ้อโกง เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2558 คดีฉกเพชรเกิดเมื่อ วันที่ 28 ก.พ.2559 พร้อมเจอหมายจับวิ่งราวทรัพย์ 17 ก.พ.2560 และถูกจับในวันที่ 16 ก.พ.2560 และกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองไม่เชื่อว่าสามีไม่ได้เป็นผู้ทำ เพราะไปไหนก็ไปด้วยกัน และหากสามีขโมยเพชรไปจริงก็คงรวยไปแล้ว

ว่าที่ร้อยตรี ศักดิ์ศิริ สวัสดิโภชา ทนายความ

ว่าที่ร้อยตรี ศักดิ์ศิริ สวัสดิโภชา ทนายความ บอกว่า ที่ทางครอบครัวของผู้ต้องหาออกมาให้ทางกระทรวงยุติธรรมช่วยเพราะต้องการหาหลักฐานและต้องการให้สามีของเขาได้ประกันตัว พร้อมได้ข้อมูลมาว่า ในวันชี้ตัวผู้ต้องหา พยานได้เห็นตัวผู้ต้องหาก่อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วต้องยังไม่ให้เห็นตัวแต่ต้องมีการปะปนกันระหว่างผู้ต้องหาและประชาชนทั่วไป ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่โทรไปหาเจ้าของร้านเพชร ก็ไม่ได้เป็นเบอร์ของนายพิสิษฐ์ และขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานทั้งหมด รวมถึงประเด็นที่พบว่าเจ้าของเพชรรายนี้เคยแจ้งความดำเนินคดีกับผู้อื่นในข้อหาเดียวกันนี้ด้วย

keyboard_arrow_up