รวบ “หมอสุพัฒน์” ฆาตรกร ฆ่าสาวพม่า คาด่านแม่สอด หลังหนีไปกบดานหลายปี

วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วยคณะ และกำลังตำรวจติดตาม จาก กทม. ได้เดินทางไปยังด่านพรมแดนไทย-เมียนมา (แม่สอด-เมียวดี) บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้งนี้เพื่อมารับตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ  จำเลยในความผิดฆ่า 2 สามีภรรยาแรงงานเมียนมา ที่ จ.เพชรบุรี และหลบหนีคำพิพากษาประหารชีวิตของศาลจังหวัดเพชรบุรี ในข้อหาฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฝัง ปิดบังซ่อนเร้นศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย และกระทำการใดๆแก่ศพ ก่อนมีการชันสูตรพลิกศพเพื่อการอำพรางคดี เหตุเกิดที่ไร่ในพื้นที่ ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2552

พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ

สำหรับการรับตัวดังกล่าว ทางพ.ต.อ.สมชาย เดชแพ ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก ประสานกับ พ.ต.ท.คิมหม่อง อู ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.เมียวดี ของประเทศการเมียนมา ได้นำพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ นั่งรถมาจากฝั่งเมียนมานำ ข้ามสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 1จากนั้น  จึงมาจอดที่ด่านพรมแดนเขตไทย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไทยรีบเข้าไปรับตัว และควบคุมตัวขึ้นไปที่ชั้นบนของที่ทำการด่านศุลกากร ของด่านพรมแดน โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถพยาบาล และทางแพทย์ พยาบาลไว้ รวมทั้งอุปกรณ์การตรวจคลื่นหัวใจด้วย ซึ่งระหว่างการรับตัวนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจคนเข้าเมืองได้มีการเคลียร์พื้นที่บริเวณหน้าด่าน พร้อมกับเตรียมรถยนต์ไว้หลายคัน พร้อมกำกำลังรอบๆบริเวณด่านพรมแดน และสะพาน จากนั้นจึงรับตัวผู้ต้องหาไป โดยเดินทางไปทางรถยนต์

ทั้งนี้ศาลพิจารณาว่าคำให้การของนายอีต้าและนายโย่งสอดคล้องกัน นอกจากนี้จากผลการตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์พบว่า กะโหลกที่ขุดพบในจุดที่นายกะลา ชี้ว่าฝังศพนายอีต้า มีรอย กระสุนปืน และพบเศษชิ้นส่วนกระสุนปืน นำกะโหลกไปตรวจสอบ DNA เทียบกับ บิดา และลูกชายนายอีต้าพบว่าตรงกัน จึงยืนยันว่าเป็นกะโหลกของนายอีต้า ที่ถูกฆาตกรรมโดยการยิงที่ศีรษะตรงกับคำให้การนายกะลา

ศาลจึงพิพากษาประหารชีวิต พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ และนายเอก เลาหะวัฒนะ บุตรชาย ข้อหาร่วมกันฆ่าแรงงานชาวพม่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฝัง ปิดบัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตายและการกระทำใดๆ แก่ศพก่อนมีการชันสูตรพลิกศพเพื่อการอำพรางคดี ส่วนนายอัคร เลาหะวัฒนะ บุตรชายอีกคนที่ร่วมก่อคดี ขณะเกิดเหตุอายุ 19 ปีเศษ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง พิพากษาลงโทษจำคุก 25 ปี 3 เดือน

keyboard_arrow_up