ร้องไห้แฮปปี้เบิร์ธเดย์ลูก! แม่ช้ำ ลูกถูกรถเบียดตาย ภาพชัดจับไม่ได้ (คลิป)

กรณีเพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้โพสต์คลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่รถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ขับเบียดรถเก๋งสีขาวจนเสียหลัก และกระเด็นข้ามเลนไปชนรถอีกฝั่ง ก่อนกระเด็นกลับมายังเลนเดิม ทำให้คนขับรถเก๋งสีขาวเสียชีวิต ส่วนรถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าวหลังก่อเหตุได้ขับหนีไป

เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พ.ย.60 เวลาประมาณ 23.30 น. ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพกล้องติดหน้ารถคันอื่นสามารถจับภาพไว้ได้ แต่จนถึงวันนี้ตำรวจยังไม่สามารถจับคนขับรถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าวได้ ทำให้แม่ผู้เสียชีวิตต้องตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

นางวไล บรรณาทอง มารดาผู้เสียชีวิต

วันนี้ (13 ก.พ.) นางวไล บรรณาทอง แม่ของนายทศวรรษ บรรณาทอง คนขับเก๋งสีขาว ที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบเลขทะเบียนรถฟอร์จูนเนอร์ เจ้าหน้าที่ยังไม่แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีให้ทราบ หลังโพสต์เรื่องราวไป มีผู้แจ้งเบาะแสมารายหนึ่ง มอบข้อมูลเป็นภาพกล้องวงจรปิดจากปั๊มน้ำมัน เป็นภาพก่อนเกิดเหตุ เห็นรายละเอียดอะไรยังไม่ชัดเจน ซึ่งจุดดังกล่าวตำรวจได้มาก่อนแล้ว

 จากคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า รถฟอร์จูนเนอร์เปิดไฟจะเปลี่ยนเลนขับแซงรถคันหน้า แต่ นายทศวรรษ เร่งเครื่องไม่หลบให้ แม่ของนายทศวรรษมองว่า การขับรถแซงบนสะพานก็ถือว่าผิด ซึ่งตนได้ข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ลูกชายขับรถมาเลนขวาตลอด แต่ฟอร์จูนเนอร์เป็นฝ่ายที่ขับเปลี่ยนเลนกะทันหัน ปกติลูกตนไม่ได้เป็นคนขับรถเร็ว เขาเป็นคนรักรถ มีเวลาว่างช่วงปิดเทอมก็จะทำงานพิเศษ หาเงินมาแต่งรถ
ภาพเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถ คันที่เจ้าของคลิปขับตามหลังมาในวันเกิดเหตุ

“น้องเขามีอนาคตที่ดี เขาไม่ได้ทำร้ายลูกเราอย่างเดียว เขาทำร้ายครอบครัวด้วย อยากให้รับผิดชอบสิ่งที่ทำลงไป ถูกผิดค่อยมาว่ากัน ถ้าวันนั้นคุณลงไปดูน้อง ไปให้ความช่วยเหลือ มีน้ำใจกับน้องนิดหนึ่ง น้องก็อาจยังมีชีวิตอยู่ก็ได้” นางวไล กล่าว

นางวไล กล่าวยอมรับทั้งน้ำตาว่า รู้สึกโกรธคนรถขับฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าว แต่ชีวิตลูกตนไม่กลับมาแล้ว ขอแค่คู่กรณีมีสามัญสำนึกเข้ามอบตัว ตนก็คงทำใจได้ วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดลูก โดยเมื่อช่วงเช้าได้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้

ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังทำใจกับการสูญเสียไม่ได้ เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน ไม่มีโอกาสได้พูดคุยเป็นครั้งสุดท้าย วันนี้จึงได้บอกลูกไปว่า “มีความสุขที่ได้เลี้ยงดูมาจนถึงอายุ 21 ปี อยากบอกว่ารักเขามาก ทุกวันนี้ยังคิดถึงเขามากจริงๆ ”

นายภูวดล สังข์ดิษฐ์ เพื่อนผู้เสียชีวิต

ด้าน นายภูวดล สังข์ดิษฐ์ หรือ หยก เพื่อนผู้เสียชีวิต อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถตามหลังรถกระบะเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนขับรถตามหลังรถกระบะเจ้าของคลิป ซึ่งขับอยู่เลนขวาสุด ซึ่งขณะตนนั้นยังไม่ทราบว่ารถของนายทศวรรษขับอยู่หน้ากระบะ เมื่อเกิดเหตุรถชน ทำให้ตนขับต่อไปไม่ได้ จึงจอดรถลงมาดูเหตุการณ์
เมื่อลงมาดู ก็จำได้ว่ารถยนต์สีขาวที่เกิดเหตุเป็นรถของเพื่อน

ตอนนั้นยังคิดว่าเพื่อนไม่น่าจะเป็นอะไรมาก จึงไปดูเพื่อนที่รถฝั่งคนขับ ก็เห็นว่าเพื่อนกระเด็นไปที่เบาะหน้าด้านซ้าย เพราะไม่ได้รัดเข็มขัด ตนจึงอ้อมไปเรียกเพื่อน แต่นายทศวรรษก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว ตนจึงรีบโทรบอกแม่ให้ช่วยประสานเจ้าหน้าที่ เพราะขณะนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

ภาพเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถ คันที่เจ้าของคลิปขับตามหลังมาในวันเกิดเหตุ

นอกจากนี้ นายภูวดล ยังเปิดคลิปจากกล้องหน้ารถ ซึ่งได้มาจากเว็บไซต์ยูทูป ซึ่งน่าจะเป็นคนขับกระบะนำไปลงไว้ มีความยาวมากกว่าที่ถูกแชร์กันบนโซเชียล ซึ่งจะเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนรถขึ้นสะพานแล้วชนกัน

นายภูวดล อธิบายว่า ขณะที่ขับรถตามๆ กันมาในเลนขวานั้น ตนใช้ความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. ซึ่งเชื่อว่านายทศวรรษ ก็น่าจะใช้ความเร็วในระดับเดียวกัน พร้อมยืนยันว่าปกติเพื่อนตน ไม่ได้เป็นคนขับรถเร็วและในคลิปยังเห็น เหตุการณ์ ขณะตนลงจากรถเพื่อเข้าไปดูเพื่อนที่รถด้วย ทั้งนี้อยากให้คนขับรถฟอร์จูนเนอร์เข้ามามอบตัว เพราะสงสารครอบครัวของนายทศวรรษ ที่ดูเหมือนว่าจะฝากความหวังไว้กับลูกชายคนนี้มาก เพราะพี่ของผู้ตาย ได้แต่งงานและย้ายออกไปมีครอบครัวแล้ว

พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง

ด้าน พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเลขทะเบียนรถฟอร์จูนเนอร์ คันก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงไล่ตรวจดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางอยู่ตลอด ซึ่งกล้องบางจุดเสีย บางจุดมืดเห็นภาพไม่ชัดเจน โดยหากพลเมืองดีท่านใดมีภาพหรือเบาะแสสามารถแจ้งมาที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้เลย

อย่างไรก็ดี พ.ต.อ.ฤทธินันท์ บอกว่า เจ้าหน้าที่ยังมีแนวทางการสืบสวนหาผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งพิจารณาจากคลิป คนขับรถฟอร์จูนเนอร์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ทั้งนี้เขามีสิทธิ์เข้ามาให้การเพื่อต่อสู้คดี